ญาติเล่าเหตุสะเทือนขวัญ ประกาศตามหาสาวโคราช ก่อนพบเป็นศพที่ไต้หวัน亲属们讲述了这起令人震惊的事件,并在台湾找到一名来自呵叻府的女子遗体之前,展开了搜寻行动。
ญาติเล่าเหตุสะเทือนขวัญ ประกาศตามหาสาวโคราชหลังหายตัวไปติดต่อไม่ได้ ก่อนพบเป็นศพถูกฆาตกรรมที่ไต้หวัน

ญาติเล่าเหตุสะเทือนขวัญ ประกาศตามหาสาวโคราชหลังหายตัวไปติดต่อไม่ได้ ก่อนพบเป็นศพถูกฆาตกรรมที่ไต้หวัน
วันที่ 21 กันยายน 2569 มีรายงานว่า จากเหตุสะเทือนขวัญ กรณีญาติได้ประกาศตามหา นางสาวดวงพร หรือ น้องยีนส์ อายุ 35 ปี ชาว อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ที่หายตัวไปติดต่อไม่ได้ โดยเริ่มแรกนางสาวดวงพร เคยไปทำงานที่เกาหลีมากว่า 10 ปี และได้กลับมาอยู่ที่ไทยอีก 1 ปี และบอกกับทางญาติว่ามีแฟนเป็นคนเกาหลีจะพาไปทำวีซ่าและจะกลับไปที่ประเทศเกาหลีอีก
และเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา นางสาวดวงพรได้กลับไปที่เกาหลีอีกครั้ง โดยระหว่างนั้นได้ติดต่อกับญาติอยู่ตลอด จนกระทั่งช่วงเดือนกันยายนจนถึงปัจจุบัน ทางญาติที่ไทยไม่สามารถติดต่อนางสาวดวงพรได้อีกเลย ทำให้ทางบ้านเป็นห่วงมากจึงประกาศตามหา
กระทั่งมีการเปิดเผยทางโซเชียลว่า นางสาวดวงพรถูกแฟนหนุ่มชาวไต้หวันโมโหที่ถูกบอกเลิกจนพลั้งมือบีบคอจนเสียชีวิต ก่อนนำศพไปซุกไว้ 6 วันก่อนที่จะมีคนมาพบ
ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (20 กันยายน) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังที่ทำการผู้ใหญ่บ้านสะมะค่า หมู่ที่ 2 ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา พบกับนางประภาวรินทร์ ศิริอาจ ผู้ใหญ่บ้านเพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเสียชีวิตของ น.ส.ดวงพร หรือยีนส์ อายุ 35 ปี ต.ในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ที่ไปถูกแฟนหนุ่มชาวไต้หวันบีบคอจนเสียชีวิตและนำศพยัดใส่กระเป๋าเดินทางไปซ่อนไว้นานกว่า 6 วัน ที่ประเทศไต้หวัน หลังจากญาติได้โพสต์ตามหาในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ จนทราบว่าน้องยีนส์กลายเป็นศพในต่างประเทศ
จากการสอบถามนางประภาวรินทร์ ศิริอาจ เล่าว่า น.ส.ดวงพร หรือน้องยีนส์ มีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านจริงแต่น้องไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่ ซึ่งน้องไปทำงานและอยู่ที่อื่นและทราบว่าน้องมีแฟนเป็นชาวต่างชาติ ส่วนแม่ของน้องเสียชีวิตไปนานหลายปีแล้ว ส่วนพ่อของน้องไม่ทราบข้อมูล ล่าสุดเห็นญาติของน้องโพสต์ตามหาคนหาย
จนเมื่อช่วงเช้าวานนี้ (19 ก.ย.69) ได้รับการติดต่อจากนายไสว กิตติถิรกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลในเมือง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ว่าได้รับการประสานมาจากเจ้าหน้าที่กงสุลว่าพบศพ น.ส.ดวงพร ถูกฆ่าเสียชีวิตอยู่ที่ประเทศไต้หวัน ซึ่งตรงตามที่ญาติโพสต์ตามหา ตนจึงรีบประสานไปยังญาติของน้องยีนส์ให้ทราบข่าวร้ายดังกล่าว
ด้าน น.ส.ญาณิศา อายุ 49 ปี ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของผู้เสียชีวิต เล่าว่า น้องยีนส์เป็นลูกสาวคนเดียว ส่วนแม่ของน้องได้เสียชีวิตตั้งแต่น้องยีนส์ยังเป็นเด็ก ส่วนพ่อไม่ทราบว่าเป็นใครเพราะทิ้งไปตั้งแต่น้องอยู่ในท้องแม่ น้องจะอาศัยอยู่กับยาย ปัจจุบันยายก็เสียชีวิตแล้ว หลังจากน้องเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาก็ได้ไปทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ
ต่อมาได้ไปทำงานอยู่ที่ประเทศเกาหลีและมีแฟนอยู่ที่นั่น และได้อาศัยอยู่ที่ประเทศเกาหลีประมาณ 10 ปี และเพิ่งกลับมาอยู่ประเทศไทยได้ประมาณ 1 ปี โดยน้องได้เช่าคอนโดอยู่ในกรุงเทพฯ ซึ่งตนก็ไม่ทราบรายละเอียดว่าอยู่แถวไหน แต่น้องก็ยังโทรศัพท์และติดต่อมาหาตนซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องเป็นประจำ
ล่าสุดตนได้คุยกับน้องเมื่อวันที่ 2 ก.ย.69 ทราบว่าน้องจะเดินทางไปหาแฟนที่ประเทศเกาหลี หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อน้องสาวได้อีก ส่งข้อความไปก็ไม่อ่านและไม่มีการเคลื่อนไหวในเฟซบุ๊กเพราะปกติน้องจะชอบโพสต์กิจกรรมและการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ประกอบกับมีเพื่อนของน้องที่อยู่เกาหลีได้ทักมาถามลูกพี่ลูกน้องอีกคนหนึ่งว่าน้องยีนส์ได้กลับมาประเทศไทยหรือยังเพราะติดต่อไม่ได้
เมื่อทราบแบบนั้น ตนจึงได้โพสต์ตามหาน้องสาวในช่องทางต่างๆ จนทราบว่าน้องถูกฆ่าตายอยู่ที่ประเทศไต้หวัน ส่วนสาเหตุและรายละเอียดต่างๆทางญาติไม่มีใครทราบเลย ส่วนการดำเนินการเรื่องคดีและเรื่องศพของน้องยีนส์จะมอบอำนาจให้กับกองคุ้มครองและดูแลผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศเป็นคนดำเนินการแทน.
亲属们讲述了令人震惊的事件,并展开了对一名来自呵叻府的年轻女子的搜寻,这名女子失踪后一直无法联系,最终在台湾被发现遇害。
2026年9月21日,一起令人震惊的事件曝光:亲属们正在寻找35岁的杜昂蓬女士(昵称“Jeans”)。她来自呵叻府披迈县,失踪后一直无法联系。杜昂蓬女士曾在韩国工作十余年,之后返回泰国一年。她告诉亲属,她有一个韩国男友,会带她去办理签证,之后她会返回韩国。
8月,杜昂蓬女士返回韩国,并与亲属保持密切联系。然而,自9月至今,她在泰国的亲属一直无法联系到她,这令他们非常担忧,因此他们公开寻找她。
后来社交媒体上披露,杜昂蓬女士是被她的台湾男友勒死的,该男子因被甩而恼羞成怒,并将尸体藏匿了六天后才被发现。
昨天下午(9月20日),记者前往呵叻府披迈县奈芒街道2村萨玛凯村村长办公室,采访村长普拉帕瓦林·西里-阿吉女士,询问35岁的杜昂蓬(昵称珍妮)女士的死讯。杜昂蓬女士来自呵叻府披迈县奈芒街道,被其台湾男友勒死后,尸体被装入行李箱藏匿于台湾长达六天之久。她的亲属一直在各大社交媒体平台寻找她的下落,直到得知珍妮女士在国外被发现身亡。
经询问,普拉帕瓦林·西里阿吉女士表示,杜昂蓬女士(又名“农珍妮”)确实在村里有登记地址,但她并不住在那里。她在别处工作和生活,西里阿吉女士知道农珍妮有一个外国男友。农珍妮的母亲多年前去世,她对父亲的情况一无所知。她最后一次看到农珍妮的消息是亲戚发布的寻人启事。
昨天上午(2026年9月19日),我接到呵叻府披迈县奈芒镇行政区区长萨瓦伊·吉提提拉库尔先生的电话。他告知我,领事官员通知他,杜昂蓬女士的遗体在台湾被发现,与她亲属发布的寻人启事中的描述相符。我立即联系了杜昂蓬女士的亲属,告知他们这一噩耗。
死者的表妹,49岁的雅妮莎女士说,侬珍妮是家里的独生女。她的母亲在她很小的时候就去世了,她也不知道父亲是谁,因为父亲在她还在母亲肚子里的时候就抛弃了她们。侬珍妮一直和祖母生活在一起,祖母也已经去世了。高中毕业后,她去了曼谷工作。
后来,她去韩国工作,在那里交了个男朋友。她在韩国生活了大约十年,直到一年前才回到泰国。她在曼谷租了一套公寓,但我不知道具体位置。不过,她仍然经常给我这个表妹打电话或联系。
我最后一次和姐姐通话是在2026年9月2日。我得知她要去韩国见她的男朋友。之后,我就联系不上她了。她没有读我的信息,Facebook上也没有任何动态,这很不寻常,因为她平时经常分享自己的日常生活和活动。此外,她在韩国的一个朋友联系了她的另一个表亲,询问姐姐珍妮(Jeans)是否已经返回泰国,因为他们也联系不上她。
得知此事后,她在多个平台上发布寻人启事,最终得知妹妹在台湾遇害。家中无人知晓谋杀原因及详情。关于法律诉讼及妹妹遗体处理事宜,她将授权泰国海外公民保护与福利部代为处理。