เงินบาทซื้อขาย33.00-33.60บาท/ดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จับตาราคาน้ำมันโลก泰铢兑美元汇率为 33.00-33.60 泰铢,略有走弱,市场关注点集中在全球油价上。
กรุงศรีคาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.00-33.60 อ่อนค่าลงเล็กน้อย จับตาราคาน้ำมันโลก คาดเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ในปีนี้

วันนี้ ( 21 ก.ย.2569) กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ว่าเงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.00-33.60 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.31 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.08-33.43 บาท/ดอลลาร์ เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงินสำคัญ หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 25bp สู่ช่วง 3.75-4.00%
โดยเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี ประธานเฟดแถลงว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ได้ ลดระดับความผ่อนคลายทางการเงินลงบางส่วน ถือเป็นสัญญาณที่ว่าอาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในอนาคต ขณะที่ประมาณการจีดีพีและอัตราการว่างงานชุดล่าสุดสะท้อนภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มเชิงบวก โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯลดลงจากระดับสูงสุดในรอบหลายปีขณะการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นต่อความตั้งใจคุมเงินเฟ้อ ส่วนธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) คงดอกเบี้ยที่ 3.75% ด้วยมติ 6-3 ทางด้านธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ) ขึ้นดอกเบี้ยเป็น 1.25% ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นและพันธบัตรไทย 5,192 ล้านบาท และ 7,552 ล้านบาท ตามลำดับ
สำหรับภาพรวมของตลาดในสัปดาห์นี้ กรุงศรีโกลบอลมาร์เก็ตส์ มองว่า แม้คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง ในปีนี้ แต่อัตราดอกเบี้ยของประเทศหลักหลายแห่งเป็นขาขึ้นเช่นกัน ขณะที่ปัจจัยกำหนดทิศทางนโยบายการเงินไม่ได้มีเพียงข้อมูลเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับพัฒนาการในตลาดพลังงาน โดยในระยะสั้นดอลลาร์อาจแข็งค่าต่อเนื่องหากราคาน้ำมันดิบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังระมัดระวังต่อความเสี่ยงขาลงของเงินยูโรจากความไม่แน่นอนทางการเมืองในฝรั่งเศสที่เพิ่มขึ้น ส่วนการสื่อสารของบีโอเจยังไม่เข้มข้นพอเมื่อเทียบกับความคาดหวังของตลาดที่ว่าดอกเบี้ยจะขึ้นรวมเกือบ 100bp ใน 12 เดือนข้างหน้า แม้ผู้ว่าการบีโอเจจะส่งสัญญาณว่าการดำเนินนโยบายเข้าสู่ “เฟสใหม่” ซึ่งอาจเปิดทางเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยก็ตาม เรามองว่าเงินเยนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญแรงขายทำกำไรบางส่วนในช่วงนี้
สำหรับปัจจัยในประเทศ แรงกดดันต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายของไทยในปัจจุบันยังมีค่อนข้างจำกัด ขณะที่เงินบาทอาจอ่อนค่าลงช่วงสั้นท่ามกลางแนวโน้มขาขึ้นของดอกเบี้ยโลกและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผันผวน แม้การส่งออกอิเล็กทรอนิกส์ได้รับแรงหนุนจากวัฏจักรเทคโนโลยี แต่ต้นทุนการนำเข้าที่สูง เศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำ รวมถึงทิศทางส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยยังไม่เอื้อต่อการแข็งค่าของเงินบาทไปอีกสักระยะ
“เงินบาท” วันนี้ 32.75-33.30 ตลาดจับตาเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชี้ขาดดอกเบี้ยเฟด
เงินบาทสัปดาห์นี้ 32.80-33.35 กรุงศรีฯเผยตลาดจับตาตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ
"เงินบาท" แข็งค่าสุดรอบ 2 เดือน ซื้อขายในกรอบ 32.40-33.00
2026年9月21日,大城银行(Krungsri)全球市场集团预测,本周泰铢兑美元汇率可能在33.00至33.60区间波动。相比之下,上周泰铢兑美元收于33.31,交易区间为33.08至33.43。受美联储一致决定将政策利率上调25个基点至3.75%至4.00%区间的影响,美元兑所有主要货币走强。
美联储主席宣布三年来首次加息,并表示此次加息部分收紧了货币宽松政策,暗示未来可能需要进一步加息。与此同时,最新的GDP和失业率预测反映出积极的经济前景。由于美联储加息提振了市场对其控制通胀承诺的信心,美国长期债券收益率从多年高位回落。英国央行以6比3的投票结果维持利率在3.75%不变,而日本央行则将利率上调至1.25%。外国投资者分别抛售了价值51.92亿泰铢的泰国股票和75.52亿泰铢的泰国债券。
本周市场概览:Krungsri Global Markets认为,尽管美联储今年有望再次加息,但许多主要国家的利率也呈上升趋势。此外,货币政策的走向并非完全取决于经济数据,也与能源市场的发展息息相关。短期内,如果原油价格大幅上涨,美元可能继续走强。
与此同时,市场对法国日益加剧的政治不确定性可能给欧元带来的下行风险保持警惕。尽管日本央行行长暗示货币政策将进入“新阶段”,可能为加速加息铺平道路,但其表态力度仍不及市场预期中未来12个月近100个基点的加息幅度。我们认为,日元短期内可能面临获利回吐的风险。
就国内因素而言,目前泰国政策利率上调的压力相当有限。在全球利率上升和大宗商品价格波动的背景下,泰铢短期内可能走弱。尽管电子产品出口受益于技术周期,但高昂的进口成本、低迷的经济增长以及利差的走向都不利于泰铢长期升值。
泰铢今日兑美元汇率在32.75至33.30之间波动。市场正密切关注美国通胀数据,这将是美联储利率决策的关键因素。
据大京银行预测,本周泰铢兑美元汇率预计将在32.80至33.35之间波动,因为市场正在关注美国的就业数据。
泰铢走强至两个月来的最高水平,交易区间为 32.40-33.00。