← 返回新闻首页
泰国主流

เปิดพอร์ต Nvidia ยักษ์ใหญ่ชิป AI ถือหุ้นอะไรบ้าง?

เปิดพอร์ตบริษัทชิปยักษ์ใหญ่ Nvidia ที่เมื่อไม่นานมานี้ได้ยื่นเอกสารต่อ SEC เผยจำนวนการลงทุน พบบริษัทซื้อหุ้นในพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจเข้าอื่น โดยเฉพาะ SpaceX จนกลายเป็นสินทรัพย์อันดับ 2 ของพอร์ต

Thairath查看原文 ↗
人工智能芯片巨头英伟达的投资组合中持有哪些股票?

# พอร์ตการลงทุน Nvidia

# การลงทุนเชิงกลยุทธ์

# Circular Financing

TOTO "บริษัทขายชักโครก" ทำไมถึงกลายเป็นเบื้องหลังสำคัญยุค AI บูม | Digital Frontiers EP.73

Nvidia ถือหุ้นใน 8 บริษัทเทคโนโลยี ได้แก่ Intel, SpaceX, CoreWeave, Coherent, Nokia, Synopsys, Nebius และ Generate Biomedicines

Intel และ SpaceX เป็นการลงทุนหลักที่คิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมดของ Nvidia

สถานะการถือหุ้นใน SpaceX เกิดจากการที่ Nvidia เคยลงทุนใน xAI ก่อนที่ SpaceX จะเข้าซื้อกิจการและนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq

Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia ปฏิเสธข้อกังวลเรื่องการลงทุนแบบวนเป็นวงกลม (Circular Financing) โดยยืนยันว่าดีมานด์จากลูกค้าเป็นความต้องการที่แท้จริง

การลงทุนของ Nvidia มุ่งเน้นไปที่พาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในระยะยาว

เปิดโผ 5 กองอสังหาฯ ยักษ์ใหญ่ ปันผลเกิน 5% ต่อเนื่อง 5 ปีติด

ปัจจุบัน Nvidia ไม่ได้เป็นแค่บริษัทผลิตชิปที่เป็นแรงหลักในการขับเคลื่อนกระแส AI ทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังสวมหมวกนักลงทุนรายใหญ่ ถือหุ้นอยู่ในหลายบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ จนขึ้นชื่อว่าเป็น ผู้ถือหุ้นของลูกค้าตัวเอง

ล่าสุดพอร์ตการลงทุนของ Nvidia ได้กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมาก ตามรายงาน 13F ที่ Nvidia ได้ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) พบว่า บริษัทถือหุ้นในบริษัทอื่นอยู่เพียง 8 บริษัท แต่รวมเป็นมูลค่าสูงกว่า 63,439 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมี SpaceX เป็นหุ้นที่ Nvidia เพิ่งเข้าไปซื้อเพิ่ม

เปิดพอร์ต Nvidia ถือหุ้นอะไรบ้าง?

ตามแบบฟอร์ม 13F ที่ Nvidia ยื่นต่อ SEC เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา รายงานสถานะการถือครองหุ้น ณ สิ้นไตรมาส 2 (30 มิถุนายน 2026) เปิดเผยว่า Nvidia มีการถือหุ้นในบริษัทอื่นทั้งหมด 8 บริษัท โดยเรียงลำดับสัดส่วนการถือครองได้ดังนี้

Intel: ถือครอง 215 ล้านหุ้น คิดเป็น 47.27% ของพอร์ต มูลค่าราว 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Space Exploration Technologies (SpaceX): ถือครอง 123 ล้านหุ้น คิดเป็น 33.06% ของพอร์ต มูลค่าราว 21,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และเป็นสถานะใหม่ที่เพิ่งเปิดเผยเป็นครั้งแรก

CoreWeave: ถือครอง 47.2 ล้านหุ้น คิดเป็น 7.41% ของพอร์ต มูลค่าราว 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Coherent: ถือครอง 7.8 ล้านหุ้น คิดเป็น 4.84% ของพอร์ต มูลค่าราว 3,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Nokia: ถือครอง 166 ล้านหุ้น คิดเป็น 3.48% ของพอร์ต มูลค่าราว 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Synopsys: ถือครอง 4.8 ล้านหุ้น คิดเป็น 3.39% ของพอร์ต มูลค่าราว 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Nebius: ถือครอง 1.2 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.52% ของพอร์ต มูลค่าราว 329 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Generate Biomedicines: ถือครอง 833,000 หุ้น คิดเป็น 0.02% ของพอร์ต มูลค่าราว 14.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จะเห็นได้ว่าแค่ Intel กับ SpaceX สองบริษัทนี้ กินสัดส่วนไปแล้วกว่า 80% ของพอร์ตทั้งหมด ตามนโยบายของ Nvidia ที่เลือกลงทุนแบบเน้นหนักไปที่พาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจชิปและโครงสร้างพื้นฐาน AI ของตัวเองเป็นหลัก มากกว่าจะกระจายพอร์ตออกไปในหลายอุตสาหกรรม

SpaceX โผล่พอร์ต Nvidia ได้ยังไง?

ประเด็นที่ถูกจับตามากที่สุดในการเปิดเผยพอร์ตครั้งนี้ คือสถานะใหม่ใน SpaceX ซึ่งไม่ได้เกิดจากการที่ Nvidia เข้าไปซื้อหุ้นในตลาดโดยตรงแต่อย่างใด แต่เป็นผลพวงมาจากดีลก่อนหน้านี้

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมกราคม 2026 Nvidia ได้ทุ่มเงินลงทุนกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เข้าไปลงทุนใน xAI บริษัท AI ของ Elon Musk ซึ่งเป็นเจ้าของโมเดล Grok ก่อนที่ในเดือนกุมภาพันธ์ปีเดียวกัน SpaceX จะเข้าซื้อกิจการ xAI ทั้งหมด ทำให้เงินลงทุนก้อนดังกล่าวของ Nvidia ที่เดิมอยู่ใน xAI ถูกแปลงมาเป็นหุ้น SpaceX โดยอัตโนมัติ

พอมาถึงเดือนมิถุนายน 2026 SpaceX ก็เปิดขายหุ้น IPO เข้าตลาด Nasdaq เป็นครั้งแรก ทำให้สถานะการถือหุ้นของ Nvidia ที่เคยเป็นการลงทุนแบบ Private Company ต้องถูกเปิดเผยต่อสาธารณะผ่านแบบฟอร์ม 13F ไปโดยปริยาย และนี่เองที่ทำให้ตัวเลขการถือหุ้น SpaceX ของ Nvidia ปรากฏให้เห็นเป็นครั้งแรกในพอร์ตการลงทุน

ด้านราคาหุ้น SPCX หลังจากปิดไตรมาส 2 อยู่ที่ 170.86 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ปรับตัวลงมาอยู่ที่ราว 140 ดอลลาร์สหรัฐต่อหุ้น ณ วันที่ Nvidia ยื่นแบบฟอร์ม 13F ทำให้มูลค่าการถือหุ้นจริงของ Nvidia ลดลงเหลือประมาณ 17,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แม้ตัวเลขจะลดลงจากช่วงพีค แต่ก็ยังถือเป็นผลตอบแทนที่สูงมากเมื่อเทียบกับเงินลงทุนตั้งต้น

ทั้งนี้ ตามข้อมูลของ FactSet ระบุว่า Nvidia อยู่ในอันดับที่ 6 ของผู้ถือหุ้น SpaceX รายใหญ่ที่สุด โดยอันดับ 1 คือ Elon Musk เองที่ถือหุ้นมูลค่าสูงถึงราว 850,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามมาด้วย Alphabet บริษัทแม่ของ Google ที่ถือหุ้นมูลค่าราว 78,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อ่านบทความเพิ่มเติม: ใครเป็นเจ้าของ SpaceX บ้าง?

Intel ยังครองแชมป์ แม้มูลค่าจะร่วงลงมาบ้าง?

ในส่วนของ Intel ที่ยังคงเป็นสินทรัพย์อันดับ 1 ของพอร์ต Nvidia นั้น ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกันยายน 2025 Nvidia ประกาศเข้าลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน Intel มูลค่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ก่อนที่ดีลจะปิดสมบูรณ์เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2025 หลังผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมาธิการการค้าแห่งสหพันธรัฐสหรัฐฯ (FTC) โดย Nvidia เข้าซื้อหุ้น Intel ไป 214.7 ล้านหุ้น ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 23.28 ดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อถึงสิ้นไตรมาส 2 ปีนี้ มูลค่าหุ้น Intel ที่ Nvidia ถืออยู่พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะปรับลดลงมาอยู่ที่ราว 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลัง Intel เพิ่งทำการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนรอบใหม่มูลค่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐไปเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งกดดันราคาหุ้นให้อ่อนตัวลง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังถือเป็นผลตอบแทนที่งดงามมาก จากเงินลงทุนตั้งต้นเพียง 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี

เมื่อ “คนขายชิป” กลายเป็น “ผู้ถือหุ้น” ของลูกค้าตัวเอง

อีกประเด็นที่นักวิเคราะห์และนักลงทุนเริ่มพูดถึงกันมากขึ้น คือความกังวลเรื่อง Circular Financing หรือการลงทุนแบบวนเป็นวงกลม เนื่องจากทั้ง SpaceX และ Intel ที่ Nvidia เข้าไปถือหุ้นอยู่นั้น ต่างก็เป็นลูกค้าที่ซื้อชิปจาก Nvidia ไปใช้งานด้วยเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ Elon Musk เคยระบุว่า SpaceX จะใช้ชิปของ Nvidia เพียงเจ้าเดียวใน Data Center และโมเดล AI ขั้นสูงของบริษัทเท่านั้น

ต่อประเด็นดังกล่าว Jensen Huang ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Nvidia ออกมาปฏิเสธข้อกังวลนี้อย่างหนักแน่น โดยระบุว่า การมองว่าเป็นการลงทุนวนเป็นวงกลมนั้นไร้สาระ พร้อมย้ำในหลายเวทีว่า ดีมานด์ที่เกิดขึ้นเป็นของจริงและเงินทุนที่ใช้ไม่ใช่รายได้ของ Nvidia แต่อย่างใด

แต่ท้ายที่สุดแล้ว ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพอร์ตการลงทุนของ Nvidia ในตอนนี้เป็นความเชื่อมโยงที่แนบแน่นระหว่างบริษัทผู้ผลิตชิป AI รายใหญ่ที่สุดของโลก กับบรรดาพาร์ตเนอร์ที่เป็นทั้งลูกค้าและพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น SpaceX, Intel, CoreWeave หรือ Nebius ก็ตาม และคงต้องติดตามกันต่อไปว่าในไตรมาสถัด ๆ ไป Nvidia จะปรับพอร์ตการลงทุนนี้ไปในทิศทางไหนอีกบ้าง

ที่มา: CNBC , FinTel , Hedge Follow

อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/investment

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻