รัฐบาลเปิดลำดับมาตรการพยุงดีเซลปี 69 ลดราคา ณ โรงกลั่นหลายระลอก ใช้กองทุนน้ำมันลดแรงกระแทก政府公布了2026年柴油价格支持措施,包括炼油厂的多项降价措施以及动用石油基金来减轻影响。
รัฐบาลเปิดลำดับมาตรการพยุงดีเซลปี 69 ลดราคา ณ โรงกลั่นหลายระลอก–ใช้กองทุนน้ำมันลดแรงกระแทก ชี้ดีเซลไทยต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปมาเลเซีย–อินโดนีเซีย

รัฐบาลเปิดลำดับมาตรการพยุงดีเซลปี 69 ลดราคา ณ โรงกลั่นหลายระลอก–ใช้กองทุนน้ำมันลดแรงกระแทก ชี้ดีเซลไทยต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปมาเลเซีย–อินโดนีเซีย
วันที่ 21 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลบริหารราคาน้ำมันดีเซลอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 เพื่อไม่ให้ความผันผวนของตลาดพลังงานโลกส่งผ่านมายังค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนภาคธุรกิจเต็มจำนวนในทันที โดยกระทรวงพลังงาน ภายใต้การกำกับของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ติดตามทั้งราคาน้ำมันดิบ ราคาน้ำมันสำเร็จรูป และค่าการกลั่นอย่างใกล้ชิด พร้อมใช้เครื่องมือหลายด้านควบคู่กัน ทั้งการปรับลดราคา ณ โรงกลั่น และการบริหารเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยลดแรงกระแทกต่อราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการ
นางสาวลลิดา กล่าวว่า มาตรการล่าสุดของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ภายใต้การดำเนินนโยบายของกระทรวงพลังงาน คือการปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B0 B7 และ B20 จำนวน 4 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน–31 ตุลาคม 2569 เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาน้ำมันและช่วยลดแรงกดดันต่อต้นทุนในโครงสร้างราคา ไม่ให้ราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการต้องปรับสูงขึ้นมากกว่าระดับปัจจุบัน โดยนายเอกนัฏได้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และให้ความสำคัญกับการใช้กลไกที่มีอยู่เพื่อช่วยประคองภาระของประชาชน ควบคู่กับการรักษาเสถียรภาพของระบบพลังงานในระยะยาว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มาตรการเดือนกันยายนไม่ใช่ครั้งแรกที่รัฐบาลดำเนินการในปีนี้ โดยกระทรวงพลังงานภายใต้การกำกับของนายเอกนัฏได้บริหารราคาเป็นระยะตามสถานการณ์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 เมษายน–9 พฤษภาคม 2569 กบง.ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นดีเซล 5 บาทต่อลิตร ก่อนปรับเป็น 3 บาทต่อลิตรระหว่างวันที่ 10–19 พฤษภาคม หลังค่าการกลั่นในช่วงต้นเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 14 บาทต่อลิตร ต่อมาในช่วงวันที่ 24 กรกฎาคม–15 สิงหาคม ได้ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นอีก 2.40 บาทต่อลิตร โดยนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากช่วงค่าการกลั่นสูงมาช่วยพยุงราคา ก่อนเพิ่มส่วนลดเป็น 4 บาทต่อลิตรในมาตรการปัจจุบัน
“เมื่อดูตามลำดับเวลา จะเห็นว่ารัฐบาลและกระทรวงพลังงานไม่ได้เพิ่งเข้ามาดูแลราคาดีเซลในช่วงนี้ แต่มีมาตรการมาตั้งแต่เดือนเมษายน ต่อเนื่องถึงเดือนพฤษภาคม กรกฎาคม สิงหาคม และกันยายน โดยนายเอกนัฏและกระทรวงพลังงานติดตามต้นทุนและค่าการกลั่นมาโดยตลอด เมื่อสถานการณ์เปลี่ยน มาตรการก็ต้องปรับตาม เพื่อไม่ให้ต้นทุนจากตลาดโลกส่งผ่านไปถึงประชาชนเต็มจำนวนในคราวเดียว” นางสาวลลิดา กล่าว
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ข้อมูลโครงสร้างราคาขายปลีกของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ณ วันที่ 18 กันยายน 2569 ระบุว่า ดีเซลหมุนเร็วธรรมดามีส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น 4 บาทต่อลิตร และได้รับเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 8.62 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกอยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตรในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น
หากคำนวณจากโครงสร้างราคาวันดังกล่าวโดยสมมติให้องค์ประกอบอื่นคงเดิม หากไม่มีส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น 4 บาทต่อลิตร ราคาขายปลีกจะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นประมาณ 4.28 บาทต่อลิตรเมื่อรวมผลของภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือจาก 40.69 บาท เป็นประมาณ 44.97 บาทต่อลิตร และหากไม่มีทั้งส่วนลดราคา ณ โรงกลั่นและเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมัน ราคาจะมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นรวมประมาณ 13.50 บาทต่อลิตร หรืออยู่ที่ประมาณ 54.19 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ ตัวเลข 44.97 บาทและ 54.19 บาทต่อลิตร เป็นการคำนวณเชิงสมมติจากโครงสร้างราคา ณ วันที่ 18 กันยายน 2569 เพื่อแสดงขนาดของมาตรการเท่านั้น ไม่ใช่ราคาประกาศหรือการคาดการณ์ว่าราคาดีเซลจะขึ้นไปอยู่ในระดับดังกล่าวจริง เนื่องจากหากนโยบายเปลี่ยนแปลง องค์ประกอบอื่นในโครงสร้างราคาและภาวะตลาดอาจปรับตัวตามไปด้วย
“สิ่งที่นายเอกนัฏและกระทรวงพลังงานกำลังทำ ไม่ใช่การทำให้ต้นทุนพลังงานหายไป แต่เป็นการบริหารแรงกระแทก ไม่ให้ภาระทั้งหมดตกถึงประชาชนในคราวเดียว เพราะราคาดีเซลไม่ได้กระทบเฉพาะคนใช้รถ แต่เชื่อมโยงไปถึงต้นทุนขนส่ง เกษตร การผลิต ราคาสินค้า และค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง” นางสาวลลิดา กล่าว
สำหรับการเปรียบเทียบในภูมิภาค ข้อมูล “ราคาน้ำมันเฉลี่ยในอาเซียน” ของ สนพ. ประจำวันที่ 18 กันยายน 2569 ระบุว่า ราคาดีเซลไทยอยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร ต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปตามชุดข้อมูลเดียวกันของมาเลเซียที่ 42.96 บาทต่อลิตร และอินโดนีเซียที่ 44.73 บาทต่อลิตร หรือไทยต่ำกว่าประมาณ 2.27 บาทและ 4.04 บาทต่อลิตรตามลำดับ ขณะที่เวียดนามอยู่ที่ 40.75 บาทต่อลิตร ใกล้เคียงกับประเทศไทย
นอกจากนี้ ในชุดข้อมูลเดียวกัน สนพ.แสดงอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาดีเซลไทยไว้ที่ร้อยละ 35.9 เทียบกับมาเลเซียร้อยละ 80.0 และอินโดนีเซียร้อยละ 77.4 ตามฐานและวิธีคำนวณของอินโฟกราฟิกดังกล่าว สะท้อนว่าแรงกดดันจากตลาดโลกไม่ได้ถูกส่งผ่านมายังราคาดีเซลของไทยในสัดส่วนเดียวกับบางประเทศ
อย่างไรก็ตาม นางสาวลลิดา ย้ำว่า การเปรียบเทียบราคาน้ำมันระหว่างประเทศต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน เนื่องจากแต่ละประเทศมีโครงสร้างภาษี คุณภาพเชื้อเพลิง อัตราแลกเปลี่ยน ระบบอุดหนุน และกลุ่มผู้มีสิทธิแตกต่างกัน โดยมาเลเซียและอินโดนีเซียมีเชื้อเพลิงราคาพิเศษสำหรับผู้มีสิทธิหรือโครงการเฉพาะบางประเภท ดังนั้น การเปรียบเทียบข้างต้นหมายถึง “ราคาตลาดทั่วไป” ตามชุดข้อมูลของ สนพ. ไม่ได้หมายความว่าดีเซลไทยมีราคาต่ำกว่าราคาอุดหนุนทุกประเภทของทั้งสองประเทศ
“รัฐบาลไม่ได้บอกว่าดีเซลไทยถูกที่สุดในอาเซียน แต่ข้อเท็จจริงจากข้อมูลของ สนพ. คือ ราคาดีเซลไทย ณ วันที่ 18 กันยายน อยู่ต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปของมาเลเซียและอินโดนีเซีย ผลที่เห็นวันนี้มาจากการบริหารมาตรการหลายด้านต่อเนื่อง โดยนายเอกนัฏและกระทรวงพลังงานต้องติดตามสถานการณ์ทั้งราคาตลาดโลก ค่าการกลั่น และฐานะกองทุนน้ำมัน เพื่อหาจุดสมดุลระหว่างการช่วยประคองค่าครองชีพของประชาชนกับการรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน” นางสาวลลิดา กล่าว
政府公布了2026年柴油价格支持措施,包括降低炼油厂的加工价格以及动用石油基金来缓解价格上涨的影响。政府指出,泰国的柴油价格低于马来西亚和印度尼西亚。
2026年9月21日,首相府副发言人拉莉达·佩里斯维瓦塔纳女士透露,政府将在2026年全年持续管控柴油价格,以防止全球能源市场波动对民众生活成本和企业运营成本造成直接影响。能源部在能源部长埃卡纳特·普罗姆潘先生的领导下,正密切监测原油价格、成品油价格和炼油利润率。同时,能源部还采取多种措施,包括降低炼油厂价格和管理燃油基金的补偿,以减轻价格波动对加油站零售价格的影响。
拉莉达女士表示,能源部政策执行委员会(EPAC)最新出台的措施是,自2026年9月16日至10月31日,将B0、B7和B20柴油的炼厂价格每升下调4泰铢。此举旨在应对油价波动,减轻价格结构的成本压力,防止加油站零售价格超过当前水平。埃卡纳特先生一直在密切关注事态发展,并强调应利用现有机制减轻公众负担,同时维护能源系统的长期稳定。
总理府副发言人表示,9月份的措施并非政府今年首次实施价格管制。能源部在总理埃卡纳特的领导下,一直根据实际情况定期调整油价。2026年4月24日至5月9日,能源政策委员会(EPPC)将炼油厂柴油价格每升下调5泰铢。随后,在4月初炼油利润平均上涨约14泰铢/升后,5月10日至19日期间,价格再次下调至每升3泰铢。之后,7月24日至8月15日期间,炼油厂价格再次下调2.40泰铢/升,利用高炼油利润带来的额外收益来支撑价格。在目前的措施中,折扣幅度提高至每升4泰铢。
拉利达女士表示:“从时间线来看,政府和能源部并非近期才开始采取措施控制柴油价格。相关措施自4月起就已实施,并持续到5月、7月、8月和9月。埃卡纳特先生和能源部一直在密切监测成本和炼油利润。随着形势的变化,这些措施也必须相应调整,以避免全球市场价格的全面冲击一下子波及到公众。”
拉利达女士表示,根据能源政策和规划办公室 (EPPO) 截至 2026 年 9 月 18 日的零售价格结构数据显示,普通柴油在炼油厂每升可享受 4 泰铢的价格折扣,并从燃料基金获得每升 8.62 泰铢的补偿,因此在曼谷及其周边地区的零售价格为每升 40.69 泰铢,不含地方税。
根据当日的价格结构,假设其他因素保持不变,若不计入每升4泰铢的炼油厂折扣,零售价格在计入增值税后将面临每升约4.28泰铢的上涨压力,即从每升40.69泰铢涨至约44.97泰铢。若不计入炼油厂折扣和石油基金的补偿,价格将面临每升约13.50泰铢的上涨,即约54.19泰铢。
需要注意的是,每升44.97泰铢和54.19泰铢这两个数字是基于2026年9月18日的价格结构进行的假设性计算,仅用于说明措施的规模。它们并不代表实际公布的价格,也不代表柴油价格达到该水平的预测。这是因为如果政策发生变化,价格结构的其他组成部分和市场状况也可能相应调整。
拉利达女士说:“埃卡纳特先生和能源部所做的并非消除能源成本,而是控制冲击,以免所有负担一次性全部落在公众身上。因为柴油价格不仅影响汽车用户,还与运输成本、农业生产、商品价格以及公众的生活成本息息相关。”
为了进行区域比较,根据能源政策与规划办公室(EPPO)2026年9月18日发布的“东盟平均油价”数据,泰国柴油价格为每升40.69泰铢。这低于马来西亚(每升42.96泰铢)和印度尼西亚(每升44.73泰铢)的市场价格,根据同一数据集,分别低约2.27泰铢和4.04泰铢。越南的柴油价格为每升40.75泰铢,与泰国相近。
此外,根据上述信息图的基准线和计算方法,泰国能源政策与规划办公室(EPPO)在同一数据集中显示,泰国柴油价格变动幅度为35.9%,而马来西亚和印度尼西亚的变动幅度分别为80.0%和77.4%。这表明,全球市场压力并未像在其他一些国家那样显著地传导至泰国柴油价格。
然而,拉利达女士强调,比较各国油价需要综合考虑,因为每个国家的税收结构、燃油质量、汇率、补贴制度和适用人群都各不相同。马来西亚和印度尼西亚为符合条件的个人提供特殊燃油价格,或针对特定类型的燃油设有专项补贴计划。因此,上述比较指的是根据能源政策与规划办公室(EPPO)数据得出的“一般市场价格”,并不意味着泰国柴油比两国所有补贴价格加起来都便宜。
“政府并未声称泰国柴油是东盟最便宜的,但根据能源政策与规划办公室(EPPO)的数据,截至9月18日,泰国柴油价格低于马来西亚和印尼的市场价格。我们今天看到的成果是多个领域持续管理措施的结果。埃卡纳特先生和能源部必须密切关注全球市场价格、炼油利润率以及石油基金的状况,以在帮助民众减轻生活成本和维护能源稳定之间找到平衡点。”拉利达女士说道。