“กรณ์” สอนรัฐบาล “ดีเซล” คือเส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจ หลังปัดไม่โยกไทยช่วยไทยพลัสไปอุดหนุนKorn 建议政府“柴油”是经济的命脉,并拒绝了将泰国援助计划的资金用于补贴柴油的想法。
“กรณ์” สอนมวย รัฐบาลแก้ไขปากท้องค่าครองชีพประชาชน ยัน “ดีเซล” เป็นต้นทุนการผลิตเปรียบเส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจ ชวนรัฐบาลมองให้รอบด้านเข้าใจโครงสร้างทั้งระบบ ยกต่างประเทศก็ลดภาษีน้ำมัน

“กรณ์” สอนมวย รัฐบาลแก้ไขปากท้องค่าครองชีพประชาชน ยัน “ดีเซล” เป็นต้นทุนการผลิตเปรียบเส้นเลือดใหญ่เศรษฐกิจ ชวนรัฐบาลมองให้รอบด้านเข้าใจโครงสร้างทั้งระบบ ยกต่างประเทศก็ลดภาษีน้ำมัน
เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 21 ก.ย. 2569 นายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์เฟซบุ๊ก ชี้แจงถึงกรณีรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาปัดข้อเสนอที่ตนเองเสนอให้โยกงบประมาณที่จะใช้ในโครงการ“ไทยช่วยไทย พลัส40/60” เพิ่มต่ออีก 2 เดือน ให้เอาไปอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซล ซึ่งต้นทุนการผลิตจะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ทั่วถึงกว่า ในหัวข้อ “รัฐบาลตอบข้อเสนอลดภาษีดีเซลว่า ช่วยแค่คนมีรถ” มีสาระใจความว่า ผมว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนครับ ดีเซลไม่ใช่น้ำมันของคนขับรถเก๋ง แต่เป็นน้ำมันของระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ รถบรรทุกที่ขนผักขนหมูเข้าตลาด รถเมล์ รถสองแถว รถตู้ เรือประมง รถไถ รถเกี่ยวข้าว ล้วนใช้ดีเซลทั้งสิ้น คนที่ไม่มีรถสักคันก็จ่ายค่าดีเซลอยู่ทุกวัน ผ่านราคาข้าวแกง ค่าโดยสาร และค่าส่งของ ในทางกลับกัน ไทยช่วยไทยช่วยเฉพาะคนที่อยู่ในโครงการ และช่วยเฉพาะช่วงที่ยังมีเงินแจก ร้านค้าและผู้ประกอบการไม่ได้มีต้นทุนลดลงเลย พอเงินหมด ของก็ยังแพงเท่าเดิม
“ไม่ใช่ผมคนเดียวที่คิดแบบนี้ พร้อมยกตัวอย่างประเทศเกาหลีใต้ลดภาษีดีเซลลง 25% ซึ่งมากกว่าเบนซินที่ลด 15% และเพิ่งต่ออายุไปถึงสิ้นเดือนพฤศจิกายน รัฐมนตรีคลังเกาหลีให้เหตุผลว่า ดีเซลคือเชื้อเพลิงที่จำเป็นที่สุดต่ออุตสาหกรรม ระบบขนส่ง และปากท้องประชาชน, ประเทศเยอรมนีลดภาษีน้ำมันลงลิตรละราว 17 เซ็นต์ยูโรในช่วงพฤษภาคมถึงมิถุนายน และเพิ่งตกลงลดอีกรอบเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทั้งสองประเทศก็มีมาตรการเจาะจงช่วยกลุ่มเปราะบางควบคู่ไป (คล้ายบัตรสวัสดิการผู้ยากไร้ของเรา) ซึ่งผมเห็นด้วย แต่รัฐบาลเขายอมเฉือนเนื้องบประมาณตัวเองเพื่อการลดต้นทุนพลังงานซึ่งเป็นต้นเหตุของปัญหา เพราะการลดภาษีน้ำมันคือการลดต้นทุนให้ทั้งระบบ ไม่ใช่แค่เติมเงินให้บางกลุ่ม เพราะช่วยทุกคน ไม่เพิ่มหนี้ และแก้ที่ต้นเหตุ” นายกรณ์ระบุทิ้งท้าย
科恩批评政府未能解决生活成本高企和经济困难的问题,强调柴油是重要的生产成本,也是经济的命脉。他敦促政府从全局角度出发,了解整个体系的结构,并列举了其他国家降低燃油税的例子。
2026年9月21日上午7点30分,民主党议员兼副党魁科恩·查蒂卡瓦尼(Korn Chatikavanij)在脸书上发帖,澄清总理办公室副发言人拒绝其将“泰援泰+40/60”项目资金再拨付两个月用于补贴柴油价格的提议。他认为此举将更有利于公众。在题为“政府回应柴油税减免提案:只惠及车主”的文章中,他指出:“我认为这是一种误解。柴油不仅仅是汽车驾驶员的燃料,它也是整个经济体系的燃料。运送蔬菜和肉类到市场的卡车、公共汽车、小巴、面包车、渔船、拖拉机和联合收割机都需要柴油。即使是没有车的人,每天也要通过食品、交通和配送费用来支付柴油成本。相反,‘泰援泰’计划只惠及项目参与者,而且仅限于现金补贴发放期间。企业和创业者并没有享受到任何成本降低。一旦资金用完,价格就会保持不变。”
科恩先生总结道:“并非只有我这么想。”他以韩国为例。韩国将柴油税降低了25%,降幅大于汽油税的15%,并且最近将减税政策延长至11月底。韩国财政部长认为,柴油是工业、交通运输和民众生活最重要的燃料。德国也在5月至6月期间将燃油税降低了约17欧分/升,并且上周刚刚同意再次降税。两国都采取了具体措施来帮助弱势群体(类似于我们为穷人提供的福利卡),我对此表示赞同。然而,两国政府都愿意削减自身预算来降低能源成本,而能源成本才是问题的根源。降低燃油税可以降低整个系统的成本,而不仅仅是补贴某些群体。它惠及所有人,不会增加债务,并且能够从根本上解决问题。