ไทยจะเป็นประเทศรายได้สูงใน “11 ปี” เป็นจริงได้แค่ไหน? เจาะลึกผ่านมุมมองของ ADB泰国在“11年”内成为高收入国家的可能性有多大?亚洲开发银行对此进行了深入分析。
อีก 11 ปี ไทยจะก้าวสู่ “ประเทศรายได้สูง” ก่อนจะไปถึงจุดนั้นไทยต้องเผชิญอุปสรรคหรือความท้าทายแบบไหนมาลองฟังมุมมองจาก ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB กัน

# คาดการณ์ GDP 2569 ไทย
# คาดการณ์ GDP ไทย 2570
# ประเทศรายได้สูง ไทย
# ประเทศรายได้สูง ไทย ประเทศรายได้ปานกลาง
แบกทั้งบ้านจนไม่เหลือเก็บ! แก้ยังไงดี? โอมศิริ x ราเมษฐ์ KKP | Money Issue EP.71
ADB ชี้ไทยมีโอกาสเป็นประเทศรายได้สูงในปี 2580 หากเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจและดึงดูดอุตสาหกรรมเทคโนโลยีใหม่เข้ามาลงทุนอย่างเป็นรูปธรรม
โจทย์สำคัญของไทยคือการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน (Productivity) เพื่อรับมือกับปัญหาจำนวนประชากรที่ลดลงจากสังคมสูงวัย
ADB ปรับคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 ขึ้นเป็น 2.0% จากแรงหนุนการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีและการลงทุนภาคเอกชน แต่ปรับลดปี 2570 เหลือ 1.9%
ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญต่อภาคเกษตรกรรม
การดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ เช่น Data Center ต้องมาพร้อมกับการกำกับดูแลที่เข้มงวดเพื่อควบคุมการใช้ทรัพยากรและสร้างการจ้างงานในประเทศ
อนุทิน นำทีมไทยแลนด์ ชวนบิ๊กการเงิน-เทคโลก ลงทุนไทย เป็นพาร์ทเนอร์ สร้างเศรษฐกิจแห่งอนาคต
ไทยอยู่ในวังวนการเป็น “ประเทศรายได้ปานกลาง” มานาน แต่จากความตั้งมั่นของภาครัฐและเอกชนได้ประกาศเป้าหมายใหม่ที่ภายในปี 2580 หรือนับจากนี้อีก 11 ปี ไทยจะก้าวสู่ “ประเทศรายได้สูง” ก่อนจะไปถึงจุดนั้นไทยต้องเผชิญอุปสรรคหรือความท้าทายแบบไหนมาลองฟังมุมมองจาก ธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB กัน
ไทยจะไปสู่ “ประเทศรายได้สูง” ยากแค่ไหน
จากคำถามของ Thairath Money ที่ว่า ถ้าเศรษฐกิจไทยยังเติบโตในระดับปัจจุบัน มีปัจจัยต่างๆ เหมือนเดิม เป็นไปได้แค่ไหนที่ไทยจะกลายเป็นประเทศรายได้สูงในปี 2580 ทาง “ชิดชนก อันโนนจารย์” เศรษฐกร ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประจำประเทศไทย ให้มุมมองว่า อาจเกิดขึ้นได้ยากเพราะการปฏิรูป และการทำให้เกิดผลลัพธ์ขึ้นจริงทั้ง Ecosystem ต้องใช้เวลา แต่ยังมีโอกาสเป็นไปได้ที่ไทยจะก้าวสู่ประเทศรายได้สูงตามเป้าหมายนั้น
“ในช่วง 11 ปีข้างหน้า ถ้า (ไทย) Reform อย่างจริงจัง ถ้าประเทศเราไม่เกิด Accident อะไร สมมุติมี High Tech industry เข้ามาไทย ซึ่งเราสามารถ pick up ได้เร็วเหมือนช่วงสมัยก่อน 50-60 ปีก่อนที่อุตสาหกรรมรถยนต์สร้าง Local Supplier จนเกิดการจ้างงานจริงจน ecosystem ทุกอย่างพร้อม” ชิดชนก กล่าว
โอกาสในการที่ไทยจะก้าวสู่การเป็นประเทศรายได้สูง “มาแล้ว” แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราจะสร้างอย่างไร โดยเฉพาะการดึงดูด New Economy New technology ให้เกิดขึ้นในไทยไม่ว่าจะ Healthcare, Technology ใหม่ๆ อย่าง Data Center ไปจนถึงการเกษตรหรือ Agriculture ที่ไทยมีจุดเด่นจากทรัพยากรดั้งเดิม มีนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมอาหารที่ได้มาตรฐานและโดดเด่นกว่าประเทศอื่นๆ ทว่าเรื่องการเกษตรยังขึ้นอยู่กับปัจจัยด้านสภาพอากาศ ขณะที่ด้านการท่องเที่ยวโจทย์คือต้องเพิ่มมูลค่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงขึ้น และสร้างการจ้างงานที่มีคุณภาพให้เกิดขึ้นในประเทศ ต่างจากรูปแบบการบริการเดิมๆ ที่เป็นมา
อย่างไรก็ตามโจทย์ใหญ่ของไทย ที่จะเปิดกว้างให้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา แต่ต้องมีมาตรฐานในการควบคุมและจัดระเบียบเพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบต่อประชาชน เช่น กรณี Data Center อย่างในสิงคโปร์แม้จะดูเปิดกว้างให้เข้าไปลงทุนได้ง่ายแต่ก็มีการกำกับดูแล คัดกรองเข้มข้นที่จะควบคุมการใช้ทรัพยากรประเทศ หรือบางประเทศน่าจะกำลังพิจารณาเหมือนเก็บภาษีที่สูงขึ้นถ้ามีการใช้ทรัพยากรสูง หรือบังคับให้มีการใช้ Local Content มากขึ้น ซึ่งไทยอาจยังบังคับใช้ข้อนี้ไม่ได้เพราะบางอย่างไม่มี local content ในประเทศ แต่เทคฯ ใหม่ที่เข้ามาควรสร้างให้เกิดการจ้างงานในไทยด้วย
ส่วนความท้าทายหลักของไทยยังคงเป็นเรื่องการเพิ่มผลิตภาพ ท่ามกลางปัญหาสังคมสูงวัยที่มีประชากรลดลง ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของไทยอาจไม่ใช่แค่เรื่องจำนวนประชากร แต่จะทำอย่างไรให้คนที่มีอยู่ มีประสิทธิภาพมากขึ้น มี Productivity ทำงานได้เยอะขึ้น แต่เหนื่อยน้อยลง
ADB ปรับคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 สูงขึ้น แต่ปี 2570 ลดลง
อันนา ฟิงค์ เศรษฐกรอาวุโส ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ประจำประเทศไทย กล่าวถึงการปรับประมาณการล่าสุดของ ADB ในรอบเดือน ก.ย. 2569 ว่า การขยายตัวเศรษฐกิจ (GDP) ไทยปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 2.0% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 1.8% (ในช่วงเดือน ก.ค. 2569) สาเหตุเพราะการส่งออกที่ปรับตัวดีขึ้นจากแรงหนุนของสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การลงทุนภาคเอกชน และมาตรการรัฐที่ออกมาเพื่อลดผลกระทบต่อราคาพลังงานที่สูงขึ้น
แต่ได้ปรับลดประมาณการสำหรับปี 2570 ว่า GDP ไทยจะเหลือ 1.9% จากก่อนหน้าที่คาดว่าจะอยู่ราว 2.0% เพราะมองว่าผลจากมาตรการของรัฐจะหมดลง รวมถึงแรงหนุนจากการส่งออกจะเข้าสู่ระดับปกติ ทำให้การเติบโตชะลอลง แต่ยังมีแรงส่งจากภาคการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะฟื้นตัวมาสู่ระดับ 35 ล้านคน
ในด้านอัตราเงินเฟ้อ แม้จะปรับตัวสูงขึ้นจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นแต่ยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายของ ธนาคารกลาง โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ที่ 2.5% ในปี 2569 (ลดลงจากคาดการณ์เดิมที่ 2.9%) ขณะที่ปี 2570 คาดว่าจะชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 1.3% จากราคาพลังงานที่น่าจะปรับตัวลดลง ทำให้แรงกดดันด้านอุปทานเริ่มคลี่คลายลง
สรุปปัจจัยเสี่ยงของไทยที่ต้องเจอ!
สุดท้ายนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนต่างๆ ADB มองว่ามี 4 ปัจจัยที่ต้องจับตามองเพราะอาจส่งผลกระทบต่อไทย ดังนี้
ความไม่แน่นอนจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อระเบียบและการค้าโลก
ปัญหาช่องแคบฮอร์มุซ: ความขัดแย้งนี้ยังคงสร้างผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบด้านพลังงานที่ไปกระทบต่อการขนส่งและระบบโลจิสติกส์
สถานการณ์ในประเทศ ปัจจัยด้านกำลังซื้อที่อาจมีแรงถ่วงจากสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง และ SME ที่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อได้ง่ายๆ รวมถึงข้อจำกัดในการใช้นโยบายทางการคลัง ดังนั้นมองว่านโยบายหรือมาตรการที่จะออกมาเพิ่มเติมควรใช้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุด
ปรากฏการณ์เอลนีโญ: คาดว่าจะเห็นผลกระทบตั้งแต่ปลายปี 2569 โดยจะส่งผลกระทบต่อสินค้าเกษตรแต่ละชนิดแตกต่างกัน เช่น น้ำมันปาล์ม ข้าว และน้ำตาล ซึ่งคาดว่าจะรุนแรงกว่าที่ผ่านมา และอาจเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานของน้ำและธุรกิจ รวมถึงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney
# 泰国2026年GDP预测
# 2027年泰国GDP预测
# 高收入国家:泰国
# 高收入国家:泰国 中等收入国家:
债台高筑,无力储蓄!如何摆脱困境?Omsiri x Rames KKP | 理财问题 第71集
亚洲开发银行(亚行)指出,如果泰国加快经济改革,切实吸引来自新兴技术产业的投资,那么泰国有潜力在 2037 年成为高收入国家。
泰国面临的一项关键挑战是提高劳动生产率,以解决人口老龄化导致的人口减少问题。
亚洲开发银行(亚行)将泰国2026年GDP增长预测上调至2.0%,主要受技术出口和私营部门投资的推动;但同时将2027年的预测下调至1.9%。
需要监测的风险因素包括地缘政治冲突、家庭债务水平高企以及厄尔尼诺现象对农业部门的影响。
吸引数据中心等新投资,必须辅以严格的治理,以控制资源利用,并在国内创造就业机会。
阿努廷带领泰国团队邀请全球金融和科技巨头投资泰国,共同建设未来经济。
泰国长期以来一直徘徊在“中等收入国家”的轨道上,但在政府和私营部门的共同努力下,泰国宣布了一个新的目标:到2037年,也就是11年后,泰国将成为“高收入国家”。在实现这一目标之前,泰国将面临哪些障碍或挑战?让我们听听亚洲开发银行(亚行)的观点。
泰国要成为“高收入国家”究竟有多难?
针对《泰叻报》提出的问题:如果泰国经济保持目前的水平,所有因素保持不变,泰国到2037年成为高收入国家的可能性有多大?亚洲开发银行(亚行)驻泰国经济学家Chidchanok Annonjarn认为可能性不大,因为改革和在整个经济体系中取得切实成果需要时间。不过,她补充说,泰国仍有可能实现成为高收入国家的目标。
“在接下来的11年里,如果泰国认真进行改革,如果我们没有发生任何事故,假设高科技产业来到泰国,我们可以像50-60年前汽车产业建立本地供应商、创造真正的就业机会并建立一个完整的生态系统那样,迅速接纳它们,”Chidchanok说道。
泰国迈向高收入国家的机遇已经到来,但这取决于我们如何把握机遇,尤其要吸引新兴经济体和新技术进入国内市场。这包括医疗保健、数据中心等新技术以及农业。泰国在农业领域拥有传统资源优势,其创新且高标准的食品产业也超越了其他国家。然而,农业仍然依赖于气候条件。至于旅游业,挑战在于如何提升价值,提高效率,并在国内创造高质量的就业机会,摆脱传统的服务模式。
然而,泰国面临的一大挑战是如何在接纳新技术的同时,维持严格的管控标准,以防止对公众造成负面影响。例如,在新加坡,尽管数据中心投资看似相对容易,但该国已制定了严格的法规和审查程序来控制国家资源的使用。一些国家正在考虑对高资源消耗征收更高的税,或强制要求更多地使用本地产品。泰国目前可能还无法实施这些措施,因为某些技术在国内缺乏本地化产品。尽管如此,引进的新技术仍有望在泰国创造就业机会。
泰国面临的主要挑战仍然是在人口老龄化和人口减少的背景下提高生产力。因此,对泰国而言,关键问题或许不仅在于人口规模,更在于如何提高现有劳动力的效率、生产力,使其能够工作更长时间,并减少疲劳。
亚洲开发银行(亚行)上调了对泰国2026年GDP的预测,但下调了对2027年的预测。
亚洲开发银行(亚行)驻泰国高级经济学家安娜·芬克就亚行最新发布的2026年9月预测发表评论称,泰国今年的GDP增速将从此前预测的1.8%(2026年7月发布)上调至2.0%。这主要得益于技术相关产品出口增长、私营部门投资增加以及政府采取措施缓解高能源价格的影响。
然而,泰国2027年GDP增长预测已从此前约2.0%的预期下调至1.9%。这是因为预计政府措施的效果将逐渐减弱,出口增长动力将恢复正常水平,从而导致经济增长放缓。尽管如此,旅游业仍将保持增长势头,预计将恢复至3500万游客量。
就通胀而言,尽管受能源价格上涨的影响有所上升,但仍处于央行的目标区间内。预计2026年整体通胀率为2.5%(低于此前预测的2.9%),而2027年随着能源价格预计将下降,供应侧压力缓解,通胀率预计将放缓至1.3%。
泰国将面临的风险因素概述!
最后,在诸多不确定因素中,亚洲开发银行指出有四个因素需要密切关注,因为它们可能会对泰国产生影响:
地缘政治因素带来的不确定性可能会影响全球秩序和贸易。
霍尔木兹海峡问题:这场冲突持续影响大宗商品价格,可能导致能源成本上升,进而影响运输和物流。
在国内,高额的家庭债务、中小企业信贷渠道有限以及财政政策执行不力等因素可能会削弱购买力等因素。因此,任何额外的政策或措施都应高效且有针对性地实施。
厄尔尼诺现象:预计其影响将从2026年底开始显现,波及棕榈油、大米和糖等多种农产品,且影响程度预计将比以往更为严重。这还可能改变供水系统和相关业务,并对经济产生重大影响。
请访问 ThairathMoney 网站 https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics,了解最新的经济信息和政府政策。
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney