“ซาบีดา” เตรียมเอาผิดทางกฎหมาย มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา แอบอ้างภาพชุดไทย萨比达正准备对柬埔寨环球小姐提起诉讼,指控她滥用泰国传统服饰的图片。
“ซาบีดา” งัดหลักฐาน “ชุดซัมปอต” กัมพูชาส่งอาเซียนทำสแตมป์ เมื่อปี 2019 ลั่นอย่านำของไทยไปอ้างเป็นของตัวเอง ชี้ภาพหญิงไทยโบราณ สมัย ร.5 มีต้นฉบับที่กรมศิลป์ฯ เตรียมเอาผิด มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา

“ซาบีดา” งัดหลักฐาน “ชุดซัมปอต” กัมพูชาส่งอาเซียนทำสแตมป์ เมื่อปี 2019 ลั่นอย่านำของไทยไปอ้างเป็นของตัวเอง ชี้ ภาพหญิงไทยโบราณ สมัย ร.5 มีหลักฐาน-มีต้นฉบับที่กรมศิลป์ฯ เตรียมส่งหนังสือจี้เอาผิด มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา
วันที่ 21 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 09:30 น. ที่สำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม แถลงข่าวชี้แจงกรณีเวที Miss Universe Cambodia 2026 นำเสนอการแต่งกายชุดไทย และมีการนำภาพถ่ายเก่าของหญิงสยามในอดีต ไปฉายบนเวทีนานหลายนาที
โดยระบุว่า กระทรวงวัฒนธรรมเห็นว่าการกระทำดังกล่าวไม่อาจกล่าวได้เลยว่าเป็นความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่กลับเป็นการบ่งชี้ว่าผู้จัดทำวีทีอาร์ดังกล่าวมีเจตนากล่าวอ้าง เหมารวมและโน้มน้าวให้สาธารณชน เชื่อว่าเป็นการแต่งกายของกัมพูชาโดยแท้จริง ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมขอเรียกร้องให้เวทีประกวดยุติการกระทำดังกล่าว และการเผยแพร่ข้อมูลอันบิดเบือน ใช้ข้อความอย่างระมัดระวังอย่างยิ่งยวดในการอ้างอิงข้อมูลภาพถ่าย เนื่องจากภาพดังกล่าว เป็นภาพถ่ายสตรีชาวกำแพงเพชร ถ่ายในพุทธศักราช 2449 ในสมัยรัชกาลที่ 5 และที่สำคัญภาพนั้นได้รับการบันทึกในหอพระสมุดวชิระญาณและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลกกับองค์การยูเนสโก เมื่อปี 2017 ด้วย โดยฟิล์มต้นฉบับมีตรากรมศิลปากรประทับเป็นลายน้ำ แต่เวทีกองประกวดนำไปใช้ได้ครอปออก
ดังนั้นการนำภาพไปใช้โดยไม่มีการอ้างอิง ถึงแหล่งที่มาของข้อมูล กระทรวงวัฒนธรรม จะส่งหนังสือตักเตือน ทักท้วงไปยังกองประกวดและจะให้ดำเนินการแก้ไข แต่หากยังไม่ดำเนินการแก้ไขใดๆ กระทรวงวัฒนธรรมจะดำเนินการตามกฎหมาย และใช้ช่องทางที่เหมาะสมต่อไป
ส่วนจะยกระดับการดำเนินการเพิ่มเติมหรือไม่หากทางกองประกวดไม่ดำเนินการแสดงความรับผิดชอบ นางสาวซาบีดา กล่าวว่า เราต้องดำเนินการไปตามช่องทางที่เหมาะสม สิ่งแรก ทางการทูตเพื่อเป็นการตักเตือน ตอนนี้ไม่อยากให้เป็นประเด็นรัฐต่อรัฐ แต่ว่าในกรณีที่ภาคเอกชนของฝั่งประเทศกัมพูชานำเสนอข้อมูลที่บิดเบือน เราต้องตักเตือนหากไม่ดำเนินการแก้ไขทางประเทศไทยก็ต้องสงวนสิทธิ์ พิจารณาดำเนินการตามกฎหมาย
นางสาวซาบีดา กล่าวต่อว่า สิ่งสำคัญอยากให้คนไทยหนักแน่นในข้อมูล ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมจะดำเนินการในการเผยแพร่ข้อมูลต่อเนื่อง อ้างอิงหลักฐานที่มีอย่างครบถ้วน ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงวัฒนธรรมได้มีการ Road show พูดถึงชุดไทยในหลายเวทีของโลก สร้างการรับรู้ให้กับประชาคมโลกรวมไปถึงรัฐบาลไทยมีองคาพยพที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการต่างประเทศ ที่มีการจัดแสดงชุดไทยในหลายประเทศ และที่สำคัญประเทศไทยยังมีการแลกเปลี่ยนวัตถุโบราณกับประเทศสาธารณรัฐเกาหลีใต้ ที่เราได้มีการจัดแสดงวัตถุโบราณไทย รวมไปถึงพิพิธภัณฑ์ผ้าที่มีการนำเสนอชุดไทยพระราชนิยม ย้ำว่า เราพยายามใช้ทุกเวทีในการสื่อสาร และไม่ได้นิ่งนอนใจซึ่งชาวต่างชาติก็ให้ความสนใจรับรู้ที่มาที่ไปของการที่เราเผยแพร่ชุดไทย อย่างล่าสุดก็เพิ่งจะมีการนำเสนอชุดไทยที่ประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับความสนใจเป็นจำนวนมาก และพร้อมที่จะเปิดรับซึ่งกระทรวงใช้หลักการทางการพูดวัฒนธรรม มีความต้องการที่จะใช้พื้นที่วัฒนธรรมในการสร้างความเข้าใจ ไม่ใช่นำพื้นที่วัฒนธรรมสร้างความขัดแย้ง
“กรณีที่มีการละเมิด เราจะไม่ปล่อยผ่าน เรื่องนี้และเราจะดำเนินการขั้นเด็ดขาดโดยมอบหมายให้กรมศิลปากร สำนักหอจดหมายเหตุฯ ที่เป็นเจ้าของข้อมูลเจ้าของลิขสิทธิ์ภาพ ไปดำเนินการ”
ส่วนกรอบระยะเวลาการดำเนินการ นางสาวซาบีดา กล่าวว่าในเรื่องของจดหมายที่ส่งไปไปยังประเทศกัมพูชา กำหนดกรอบระยะเวลาที่จะต้องดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้ โดยย้ำว่าจะต้องให้ทางกัมพูชาดำเนินการให้เร็วที่สุด พร้อมย้ำว่ากระทรวงวัฒนธรรมเป็นเดือดเป็นร้อนแต่เราจะใช้อารมณ์ความรู้สึกไม่ได้ ดังนั้นต้องใช้ความอดทนอดกลั้นที่จะเห็นความสำเร็จของการขึ้นทะเบียนชุดไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมขององค์การยูเนสโก ประเทศไทยจึงต้องสุขุมรอบคอบ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และหลักฐาน ที่ชัดเจนและครบถ้วน
ส่วนจะต้องให้ตัวแทนของประเทศกัมพูชากล่าวคำขอโทษ ประเทศไทย ไปพร้อมกับการชี้แจงข้อเท็จจริงหรือไม่ นางสาว ซาบีดา กล่าวว่า เรามีความคาดหวังในรูปแบบนั้น
ส่วนทราบหรือไม่ว่าทางกัมพูชาได้ไปนำภาพนี้มาจากแหล่งที่มาใด นางสาวซาบีดา ระบุว่า เรากำลังตรวจสอบหาแหล่งที่มา ซึ่งจากการดูประเมินเบื้องต้นเป็นการนำภาพไปครอบนำลายน้ำออก ซึ่งแน่นอนว่าภาพนี้มีที่มาจากภาพฟิล์มกระจก ที่เก็บไว้ในสำนักหอจดหมายเหตุฯ ซึ่งเรื่องนี้มีความชัดเจนแล้ว เราถึงกล้าที่จะพูดว่า ประเทศกัมพูชาบิดเบือนข้อมูล ซึ่งแหล่งที่มาเราสามารถยืนยันได้ เนื่องจากกรมศิลปากรได้โพสต์ลงโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งประเทศไทยต้องการพยายามที่จะสร้างดิจิทัลฟุตพรินต์ จึงมีความง่ายที่จะนำข้อมูลของเราไปใช้ ซึ่งประเทศไทยไม่ได้ติดอะไร ขอให้อ้างอิงแหล่งที่มาด้วย
“จริงๆแล้วภาพนี้เป็นข้อมูลสาธารณะที่นำเผยแพร่ แต่เรามีการใส่ลายน้ำ ซึ่งการที่เรานำขึ้นข้อมูลเป็นมรดกความทรงจำของโลก เป็นข้อมูลที่สามารถเปิดเผยได้ แต่ในเรื่องของรายละเอียด เรื่องของหลักฐานต่างๆสื่อมวลชนสามารถสอบถาม จากผู้อำนวยการสำนักหอจดหมายเหตุฯ ที่จะมีข้อมูลอย่างถูกต้องครบถ้วน ซึ่งวันนี้ได้ชี้แจงทุกอย่างครบถ้วนตามประเด็นที่สังคมตั้งคำถาม ขอเน้นย้ำอีกครั้ง ว่ากระทรวงวัฒนธรรมให้ปล่อยผ่านอย่างแน่นอน“
เมื่อถามว่ากระทรวงวัฒนธรรมนิ่งนอนใจเกินไปหรือไม่ นางสาวซาบีดา ระบุว่า ไม่ได้นิ่งนอนใจ ตั้งแต่มีประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นใช้เวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงในการออกมาแถลงข่าวเรื่องนี้ เมื่อวานตอนเดินทางกลับจากประเทศญี่ปุ่นก็เกิดความร้อนรุ่ม แต่ต้องดำเนินการทุกอย่างอย่างสุขุม รอบคอบ และข้อมูลหลักฐานที่มีความชัดเจน นอกจากนี้จะมีการแถลงเป็นภาษาต่างประเทศ อาทิ ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ภาษาจีน และภาษาญี่ปุ่น
เมื่อถามว่าเบื่อหน่ายกับการแอบอ้างข้อมูลจากประเทศไทยบ่อยครั้งหรือไม่ นางสาวซาบีดา กล่าวว่า เขาคงอยากช่วยเราเผยแพร่ แต่อยากบอกว่าเผยแพร่ให้เราได้แต่ให้เครดิต ให้เรเฟอเรนซ์เรานิดนึง พร้อมย้ำว่า ขณะนี้ขอให้ใจเย็น ขอให้ชุดไทย ได้ขึ้นทะเบียนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ต่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) เสียก่อน
นางสาวซาบีดา กล่าวย้ำว่า ขณะนี้ต้องทำทุกอย่างด้วยความสุขุมรอบคอบเพื่อไม่ให้การขึ้นทะเบียนมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ขณะนี้มีการโรดโชว์ทั้งในต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความรับรู้ ซึ่งจะต้องมีการดำเนินการอย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง เพื่อเป็นการให้น้ำดีไปไล่น้ำเสีย ต้องสร้างดิจิทัลฟุตพรินต์ที่เป็นองค์ความรู้ดี ๆ ของไทย อย่าไปแชร์ของเขา อย่าไปช่วยเขาแชร์
ภายหลังการแถลงข่าว นางสาวซาบีดา ร่วมชมฟิล์มกระจกภาพถ่ายต้นฉบับ จากสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ ที่นำมาจัดแสดงภายในห้อง โดยเปิดเผยอีกว่า ในปี 2017 ประเทศไทยได้ได้รับการติดต่อจากเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ ให้นำชุดไทยไปจัดแสดงที่ประเทศกัมพูชา โดยเลือกเป็นชุดไทยจิตรลดา ขณะที่ประเทศกัมพูชาจัดแสดงชุดซัมปอต นอกจากนี้ ประชาคมอาเซียนมีการจัดทำดวงตราไปรษณียากร เมื่อปี 2019 เพื่อแสดงอัตลักษณ์ของชุดประจำชาติแต่ละประเทศ ซึ่งของไทยเป็นชุดที่ผู้หญิงห่มสไบ ผู้ชายนุ่งผ้าโจงกระเบน ส่วนของกัมพูชาตามรูปแสตมป์ คือ ชุดซัมปอต
ภาพ ศรันย์ พงษ์สวัสดิ์
萨比达出示证据表明,柬埔寨传统服饰“桑普”(Sampot)曾于2019年出现在东盟邮票上,并强调任何人都不应将泰国工艺据为己有。她指出,泰国拉玛五世时期古代女性的形象在泰国艺术厅有据可查,并附有原件。她正准备致函敦促对柬埔寨环球小姐采取法律行动。
2026 年 9 月 21 日上午 9 点 30 分,泰国文化部长萨比达·泰塞特女士在泰国国家档案馆举行新闻发布会,澄清有关 2026 年柬埔寨环球小姐选美比赛的事件。该比赛展示了泰国传统服装,并在舞台上播放了几分钟暹罗女性的老照片。
文化部表示,此举并非出于无知,而是表明视频制作者有意进行概括,并操纵公众,使其相信该服饰是正宗的柬埔寨服饰。文化部敦促选美大赛组织者停止此类行为和传播歪曲信息,并在引用照片时务必格外谨慎,因为涉事照片中的女子来自甘烹碧府,拍摄于1906年拉玛五世国王统治时期。值得注意的是,这张照片现藏于瓦吉拉伍德图书馆,并于2017年被联合国教科文组织列入世界记忆名录。原视频带有美术厅的水印,但被选美大赛组织者裁剪掉了。
因此,未经注明信息来源而使用图片将导致选美比赛组织方收到警告信,并被要求进行更正。如未进行更正,文化部将采取法律行动,并通过适当渠道追究责任。
关于如果选美大赛主办方不承担责任是否会采取进一步行动,萨比达女士表示,他们必须通过适当渠道处理。第一步是采取外交手段发出警告。她强调,目前他们不希望此事演变成国家间问题。但是,如果柬埔寨私营部门提供歪曲信息,他们必须发出警告。如果他们未能纠正这种情况,泰国保留采取法律行动的权利。
萨比达女士进一步指出,泰国民众对信息的理解必须扎实可靠。文化部将继续传播信息,并引用完整的证据。过去,文化部曾在多个国际活动中举办巡回展,推广泰国传统服饰,提升国际社会的认知度。泰国政府拥有强大的网络,包括外交部,已在多个国家展示过泰国服饰。值得一提的是,泰国还与韩国进行古董交流,并在韩国展出过泰国文物,泰国纺织博物馆也曾展出过泰国皇家传统服饰。她强调,他们努力利用一切平台进行沟通,绝不自满。外国人对了解泰国服饰的起源和推广理念表现出浓厚的兴趣。最近,泰国服饰在日本展出,引起了广泛关注,并获得了当地人的喜爱。文化部秉持文化传播的原则,旨在利用文化空间促进相互理解,而非制造冲突。
“对于侵权行为,我们绝不姑息,并将采取果断行动,责成拥有图像数据和版权的美术部门和国家档案馆采取行动。”
关于审批流程的时间安排,萨比达女士表示,致柬埔寨的信函中已明确规定了解决此问题的最后期限,并强调柬埔寨必须尽快采取行动。她强调,尽管文化部对此表示关注,但情绪不应成为决定性因素,因此必须保持耐心和克制,以确保泰国传统服饰成功列入联合国教科文组织世界文化遗产名录。泰国必须谨慎行事,以清晰完整的事实和证据为依据做出决定。
关于柬埔寨代表是否应该向泰国道歉并澄清事实,萨比达女士表示,他们希望这种情况发生。
关于柬埔寨是否已掌握这张图片的来源,萨比达女士表示他们正在调查。初步评估显示,图片上的水印似乎已被移除。她确认该图片源自国家档案馆保存的一张玻璃底片。有了这一确凿证据,他们现在可以确信柬埔寨歪曲了信息。他们可以核实图片来源,因为泰国艺术厅已于8月5日在社交媒体上发布了该图片。泰国正试图建立数字足迹,这使得柬埔寨更容易使用其数据。只要注明来源,泰国对此并无异议。
“实际上,这张图片是公开的,只是我们加了水印。由于我们已将其纳入世界记忆遗产,因此公众可以访问。不过,关于细节和证据,媒体可以向国家档案馆馆长咨询,他掌握准确完整的信息。今天,我们已经根据公众提出的问题澄清了一切。我想再次强调,文化部已经正式批准了此事。”
当被问及文化部是否过于懈怠时,萨比达女士表示他们并没有懈怠。从问题出现到发布新闻声明,仅用了不到24小时。她承认昨天从日本回来后感到焦虑,但强调需要冷静、谨慎地处理此事,并拿出确凿的证据。此外,新闻发布会还将使用包括英语、法语、中文和日语在内的其他语言举行。
当被问及是否厌倦了信息频繁被错误地归于泰国时,萨比达女士表示,他们或许是出于好意,但她想强调,虽然他们可以使用这些信息,但应该注明出处并提供参考文献。她强调,大家应该耐心等待,直到泰国传统服饰被联合国教科文组织正式列入人类非物质文化遗产名录。
萨比达女士重申,在注册过程中必须谨慎行事,以防止发生意外事件。目前,国际上正在举办巡回宣传活动以提高公众意识。这项工作必须持续深入地开展,以抵消负面影响。重点必须放在构建有价值的泰国知识的数字足迹上;不要分享或帮助他人分享他们的知识。
新闻发布会结束后,萨比达女士参观了泰国国家档案馆展出的原始玻璃底片。她透露,2017年,泰国驻金边大使联系泰国,邀请泰国向柬埔寨展示泰国传统服饰,特别是吉拉达(Chitralada)服饰;而柬埔寨则展示了桑普(Sampot)服饰。此外,东盟于2019年发行了邮票,分别展现各国的民族服饰。泰国的邮票图案是一位身披披肩的女子和一位身着缠腰布的男子,而柬埔寨的邮票图案则是桑普服饰。
照片由 Sarun Pongsawat 拍摄