ปชน. จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาสภาพคล่อง กยศ. เติมงบด่วน ก่อนเด็กหลุดจากระบบการศึกษา泰国人民运动(PMTT)敦促政府紧急解决学生贷款基金(SLF)的资金流动性问题,并在学生辍学前立即注入资金。
ปชน. จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาสภาพคล่อง กยศ. เติมงบด่วนก่อนเด็กจะหลุดจากระบบ แนะคุยมหาวิทยาลัย ชะลอเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา ป้องกันนักศึกษาพ้นสภาพเพราะไม่สามารถชำระค่าเล่าเรียนได้

ปชน. จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาสภาพคล่อง กยศ. เติมงบด่วนก่อนเด็กจะหลุดจากระบบ แนะคุยมหาวิทยาลัย ชะลอเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา ป้องกันนักศึกษาพ้นสภาพเพราะไม่สามารถชำระค่าเล่าเรียนได้
วันที่ 21 กันยายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา พรรคประชาชนแถลงผลการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 13 โดยมีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย น.ส.รักชนก ศรีนอก และนายธีรศักดิ์ จิระตราชู สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ร่วมสะท้อนปัญหากองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) พร้อมเชิญตัวแทนนักศึกษา ผู้ปกครอง และองค์กรที่ทำงานด้านเด็กและเยาวชน เข้าร่วมสะท้อนปัญหา
นายพราธิป พิมพ์สุวรรณ ตัวแทนนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า ตนเป็นผู้กู้ กยศ. มาตั้งแต่ระดับ ปวช. ปัจจุบันศึกษาระดับปริญญาตรี แต่กลับไม่ได้รับการจัดสรรโควตากู้ยืมในปีนี้ เช่นเดียวกับนักศึกษาอีกจำนวนมาก โดยจากแบบสำรวจผู้ได้รับผลกระทบที่ตนจัดทำขึ้น ซึ่งมีผู้ตอบกว่า 1,600 คน พบว่า 45% ระบุว่า หากไม่ได้รับการจัดสรรโควตาในปีนี้จะต้องลาออก ย้ายที่เรียน หรือพักการเรียนไปจนถึงปีหน้า
ปัญหาการติดตามหนี้จากผู้กู้เดิมและปัญหาสภาพคล่องของกองทุนเป็นเรื่องที่ต้องแก้ไข แต่ไม่ควรผลักภาระดังกล่าวให้นักศึกษาที่อยู่ในระบบการศึกษาแล้วต้องเป็นผู้รับผลกระทบ รัฐบาลควรเติมเงินเข้าสู่กองทุนเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาในปีการศึกษา 2569 เป็นการเร่งด่วน ควบคู่กับการแก้ไขปัญหาหนี้และทบทวนหลักเกณฑ์การกู้ยืมในระยะยาว
ด้านนางภัทรมณี ปรัชญาสิทธิ์กุล ตัวแทนผู้ปกครอง กล่าวว่า บุตรทั้งสามคนของตนพึ่งพา กยศ. ในการศึกษา โดยสองคนแรกสามารถกู้ต่อเนื่องได้ แต่บุตรคนที่สามได้รับผลกระทบจากหลักเกณฑ์ใหม่ในปีนี้ จนถูกจัดสถานะเป็นผู้กู้รายใหม่และอยู่ในกลุ่มสำรอง ทั้งที่ครอบครัววางแผนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาโดยคาดหวังว่าการกู้จะดำเนินต่อเนื่องเช่นที่ผ่านมา
สำหรับครอบครัวที่ส่งลูกไปเรียนต่างจังหวัด กยศ. ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงค่าเล่าเรียนเท่านั้น แต่รวมถึงค่าหอพัก ค่าอาหาร และค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิต ซึ่งในระหว่างที่รัฐบาลมุ่งแก้ปัญหาการติดตามหนี้จากผู้กู้เดิม นักศึกษาที่ยังรอเงินและอาจต้องออกจากระบบการศึกษาจะได้รับความช่วยเหลืออย่างไร
ขณะที่นายดนัยนันท์ เครือศึก เลขาธิการสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สภาเด็กและเยาวชนได้ประสานหน่วยงานและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกว่า 20 หน่วยงาน รวมถึงเครือข่ายสถาบันอุดมศึกษา และได้รับเสียงสะท้อนว่าปัญหาสภาพคล่องของ กยศ. ส่งผลกระทบต่อทั้งนักศึกษาและมหาวิทยาลัย ซึ่งต้องพยายามหาแนวทางประคับประคองนักศึกษาที่ไม่มีเงินชำระค่าเล่าเรียน
ผลกระทบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องเงินเท่านั้น แต่ขยายไปถึงสุขภาพจิตของนักศึกษา เมื่อความไม่แน่นอนด้านการศึกษาทำให้บางคนท้อแท้ ไม่ต้องการเรียนต่อ หรือไม่เห็นทางเลือกของชีวิต และยังสร้างภาระต่อหน่วยงานอื่นที่ต้องเข้ามาดูแลเด็กและเยาวชนด้วย
ด้านนายภัทรวุฒิ ยินดี โฆษกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) เรียกร้องให้มหาวิทยาลัยทั่วประเทศเข้ามามีบทบาทแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าร่วมกับนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาทุนการศึกษา งานพิเศษ หรือมาตรการช่วยเหลืออื่น โดยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เตรียมหารือกับนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบในวันที่ 1 ตุลาคม เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือทั้งจากภายในและภายนอกมหาวิทยาลัย
ขณะที่น.ส.รักชนกกล่าวว่า ปัญหาสภาพคล่องของ กยศ. ส่วนหนึ่งเกี่ยวข้องกับการชำระหนี้ของผู้กู้เดิม แต่รัฐบาลควรสามารถคาดการณ์สถานการณ์และจัดสรรงบประมาณเพื่อรองรับได้ โดยเฉพาะเมื่อ กยศ. ไม่ได้ถูกออกแบบให้ต้องพึ่งพารายรับของกองทุนเพียงอย่างเดียว ปัญหาเกิดขึ้นแล้วในปี 2569 แต่ประมาณการสำหรับปี 2570 ยังมีช่องว่างด้านงบประมาณอีกประมาณ 7,000 ล้านบาท ทั้งที่ในการพิจารณางบประมาณสามารถปรับลดงบประมาณส่วนอื่นได้กว่า 11,600 ล้านบาท แต่กลับไม่มีการจัดสรรเพิ่มเติมให้ กยศ.
รัฐบาลควรเติมเงินเข้าสู่กองทุน เพราะเงินดังกล่าวหมายถึงโอกาสที่นักศึกษาจะสามารถอยู่ในระบบการศึกษาต่อไปได้ ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 กันยายน ตนได้ตั้งกระทู้ถามสดต่อรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาความล่าช้าในการอนุมัติและโอนเงิน กยศ. ซึ่งรัฐบาลชี้แจงว่างบประมาณ กยศ. ปี 2570 เพิ่มจาก 5,000 ล้านบาทในปี 2569 เป็น 9,000 ล้านบาท และยืนยันว่าหลักเกณฑ์ใหม่จะไม่กระทบผู้กู้เดิมในระบบ
ด้านธีรศักดิ์ ระบุว่าแนวทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้ามี 3 ข้อ ได้แก่
1. รัฐบาลต้องแสดงความชัดเจนภายในวันที่ 30 กันยายน ว่าจะจัดสรรงบกลางเพื่อเพิ่มโอกาสการกู้ยืมแก่นิสิตนักศึกษา เพื่อป้องกันไม่ให้มหาวิทยาลัย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเอกชน ต้องให้นักศึกษาพ้นสภาพเนื่องจากไม่สามารถชำระค่าเล่าเรียนได้
2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการ กยศ. ต้องออกมายืนยันอย่างเป็นรูปธรรมว่าจะไม่มีนักศึกษาต้องหลุดจากระบบการศึกษาเพราะปัญหาดังกล่าว
3. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ต้องเร่งเปิดการเจรจากับมหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและเอกชน ให้ชะลอการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาจนกว่าสถานการณ์จะมีความชัดเจน พร้อมหาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติม เช่น งานพิเศษ ทุนการศึกษา และแหล่งทุนสำหรับผู้ได้รับผลกระทบ
นายธีรศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า นอกจากนี้ กยศ. ควรสื่อสารหลักเกณฑ์และสถานการณ์สำหรับปีการศึกษาหน้าไปยังโรงเรียนล่วงหน้า เพื่อให้นักเรียนชั้น ม.6 ที่กำลังเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยสามารถวางแผนและเตรียมตัวได้ โดยไม่ต้องเผชิญปัญหาในลักษณะเดียวกันซ้ำอีกในปีหน้า
人民社会正义运动敦促政府紧急解决学生贷款基金的流动性问题,并在学生辍学前立即注入资金。他们建议与各大学协商推迟收取学费,以防止学生因无力支付学费而被开除。
2026年9月21日,人民党在国会大厦宣布了第十三次影子内阁会议的结果。党魁纳塔蓬·鲁昂帕尼亚武特先生与党内议员拉查诺·斯里诺克女士和提拉萨·奇拉特拉楚先生共同重点讨论了学生贷款基金(SLF)存在的问题。学生、家长以及儿童和青少年服务机构的代表也应邀参加了会议,并就这些问题进行了讨论。
受影响学生代表普拉提普·皮姆苏万先生表示,他从职业学校起就一直在申请助学贷款,目前正在攻读学士学位,但和许多其他学生一样,他今年没有获得贷款名额。他对1600多名受影响学生进行的一项调查发现,45%的学生表示,如果今年没有获得贷款名额,他们将不得不辍学、转学或休学一年。
现有借款人的债务催收问题和基金流动性问题亟待解决,但这些负担不应转嫁给已在校学生。政府应紧急向该基金注资,以帮助学生顺利完成2026学年的学业,同时解决债务问题并审查长期贷款标准。
家长代表帕特拉玛妮·普拉查亚西库尔女士表示,她的三个孩子都依靠助学贷款基金支付学费。前两个孩子可以继续贷款,但第三个孩子由于今年的新规定而受到影响,被归类为新借款人,并被列入候补名单。尽管该家庭此前已根据贷款情况制定了教育支出计划,并预期贷款能够像以前一样继续发放。
对于送子女到其他省份求学的家庭来说,学生贷款基金(SLF)不仅涵盖学费,还包括住宿、伙食和生活费。政府目前正集中精力解决现有借款人的债务催收问题,那么那些仍在等待资金、可能不得不辍学的学生又该如何获得帮助呢?
与此同时,泰国全国儿童与青少年理事会秘书长达奈南·克鲁阿苏克先生表示,该理事会已与包括高等教育机构在内的20多个相关机构和网络进行协调,并收到反馈,称学生贷款基金(SLF)的流动性问题正在影响学生和大学。因此,必须努力寻找途径来帮助那些无力支付学费的学生。
这种影响不仅限于经济方面,还延伸到学生的心理健康。教育前景的不确定性会导致一些学生感到沮丧,不想继续学业,或者对人生选择感到迷茫。这也给其他需要照顾儿童和青少年的机构带来了负担。
泰国国立法政大学学生会发言人帕特拉武特·因迪先生呼吁全国各大学积极参与解决学生面临的燃眉之急,例如提供奖学金、兼职工作或其他援助措施。泰国国立法政大学计划于10月1日与受影响的学生举行会议,探讨校内外如何为他们提供帮助。
拉查诺克女士指出,学生贷款基金(SLF)的流动性问题部分与现有借款人的债务偿还有关,但政府本应预见到这种情况并相应地调整预算,尤其考虑到SLF并非完全依赖基金收入。该问题在2026年出现,但2027年的预算缺口仍约为70亿泰铢。尽管在预算审查期间,其他预算拨款可以削减超过116亿泰铢,但SLF却没有获得任何额外拨款。
政府应该补充这笔资金,因为这笔钱意味着学生有机会继续接受教育。此前,我曾在9月17日就学生贷款审批和拨款延迟的问题向政府提出质询。政府解释说,2027年的学生贷款预算已从2026年的50亿泰铢增加到90亿泰铢,并确认新的标准不会影响现有借款人。
Teerasak指出,目前有三个可立即解决的办法:
1. 政府必须在9月30日前明确是否会拨付中央资金以增加学生的贷款机会,以防止大学,特别是私立大学,因学生无力支付学费而开除学生。
2. 财政部长和财政部常务秘书作为学生贷款基金主席,必须提供具体保证,不会有学生因为这个问题而辍学。
3. 高等教育、科学、研究与创新部部长必须紧急与公立和私立大学展开谈判,推迟收取学费,直至形势明朗。此外,他们还必须探讨其他支持措施,例如为受影响的学生提供兼职工作、奖学金和资金来源。
Teerasak 先生最后表示,学生贷款基金也应该提前将下一学年的标准和情况告知学校,以便即将进入大学的 12 年级学生能够做好规划和准备,避免明年再次面临类似的问题。