LINE MAN ดัน AI ช่วยร้านเล็ก ชี้ร้านใช้เทคโนโลยี อัตรารอดพุ่ง 93% ส่ง Wongnai Genie ช่วยคุมต้นทุนLINE MAN 正在利用人工智能来支持小型企业,并指出使用技术的企业生存率高达 93%,同时推出了 Wongnai Genie 来帮助控制成本。
LINE MAN Wongnai ดันร้านเล็กสู้ศึกเศรษฐกิจ นำ AI “Wongnai Genie” และระบบ POS ช่วยเพิ่มอัตราอยู่รอด 93% พร้อมหนุนสินเชื่อและโครงการรัฐ พลิกฟื้น SMEs โตยั่งยืน

Digital Transformation
ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม)
Senior Content Creator at Thairath Money
ปี 2570 โจทย์ใหญ่ไม่ใช่แค่ “ขายอะไร” แต่คือ “ทำอย่างไรให้ลูกค้ากลับมา” | Money Issue EP.77
LINE MAN Wongnai ดันร้านเล็กสู้ศึกเศรษฐกิจ นำ AI “Wongnai Genie” และระบบ POS ช่วยเพิ่มอัตราอยู่รอด 93% พร้อมหนุนสินเชื่อและโครงการรัฐ พลิกฟื้น SMEs โตยั่งยืน
ถอดเกม SAP ปั้น “Autonomous Enterprise” ปลดแอกคนจากงานซ้ำ สู่ยุคองค์กรอัตโนมัติ
“เปิดร้านมารอเก้อตั้งแต่เช้า ลูกค้าเงียบเหงา ยอดขายตกจนน่าใจหาย” ภาพของร้านอาหารรายย่อยและ SMEs ไทยในยุคนี้ กำลังเผชิญกับภาวะ “ขายของไม่ดี คนประหยัด ไม่กล้าใช้จ่าย”
ซึ่ง ข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า มูลค่าตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มในประเทศไทยปี 2569 แม้จะเติบโตขึ้น 3.9% จากปีก่อนหน้า (ปรับเพิ่มจากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 2.5%) จนมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 6.82 แสนล้านบาท
ทว่าเมื่อมองในเชิงลึกจะพบว่าอัตราดังกล่าวเป็นการเติบโตที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากกำลังซื้อของประชาชนที่ยังคงเปราะบาง ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงและต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกลายเป็นแรงกดดันต่อกำไรของผู้ประกอบการในทุกกลุ่มอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ภายใต้สภาวะตลาดดังกล่าว LINE MAN ในฐานะแพลตฟอร์มที่มีร้านอาหารเข้าร่วมมากที่สุดในประเทศมากกว่า 520,000 ร้าน ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัด และมากกว่า 266 อำเภอ ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ซึ่ง LINE MAN ครองอันดับ 1 ที่ร้านค้าเลือกเข้าร่วมมากกว่า 59,000 ร้าน
โดยยอดขายรวมของร้านค้าที่อยู่ระหว่างการปรับตัวในโครงการนี้สามารถเติบโตแซงหน้าโครงการครั้งก่อนถึง 1.8 เท่า (ในช่วงวันที่ 15 มิ.ย. - 18 ก.ย. 69) และคาดว่าจะพุ่งสูงถึง 2 เท่าเมื่อจบโครงการ ซึ่งขณะนี้มีเงินหนุนจากภาครัฐกระจายสู่ร้านค้าทั่วประเทศแล้วมากกว่า 2,570 ล้านบาท ผ่านจำนวนออเดอร์มากกว่า 16 ล้านออเดอร์
ความสำเร็จนี้ย้ำเตือนด้วยผลลัพธ์จากโครงการก่อนหน้าอย่าง “คนละครึ่ง พลัส” ที่ยืนยันว่ายอดขายเฉลี่ยต่อวันของร้านค้าเพิ่มขึ้นถึง 67% ในช่วงดำเนินโครงการ และที่สำคัญคือหลังจบโครงการ ยอดขายยังคงเติบโตต่อเนื่องอีกถึง 10% สะท้อนให้เห็นว่าโครงการอุดหนุนของรัฐไม่ได้ให้ผลแค่ระยะสั้น แต่ช่วยสร้างความยั่งยืนอย่างถาวร ดังเช่น กรณีของร้านประจักษ์เป็ดย่าง ที่มียอดขายช่วงโครงการเพิ่มขึ้นถึง 130% พร้อมได้ลูกค้าใหม่ผ่าน LINE MAN Food Delivery กว่า 3,500 คน เช่นเดียวกับร้านตำยำยั่ว By โบตั๋น ที่ได้ฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 2,600 คน และยอดขายเติบโตถึง 44%
รู้ข้อมูลลึก คิดให้ครบ ช่วยจบงาน
ยอด ชินสุภัคกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร LINE MAN Wongnai กล่าวว่า นอกจากการพึ่งพาแรงหนุนจากรัฐ การต่อยอดความยั่งยืนด้วยเทคโนโลยียังเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญ ปัจจุบันมีร้านอาหารเลือกใช้ Wongnai POS ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการร้านค้าอันดับ 1 มากกว่า 72,000 ร้านค้า โดยสถิติชี้ชัดว่า ร้านค้าทั่วไปที่ไม่ใช้เทคโนโลยีเลยจะมีอัตราการอยู่รอดราว 70% แต่หากเข้าร่วมโครงการรัฐโดยไม่ใช้ระบบ POS อัตราการอยู่รอดจะเพิ่มเป็น 84% ขณะที่ร้านที่เลือกใช้ระบบ POS ควบคู่กับเทคโนโลยีจะมีอัตราการอยู่รอดพุ่งสูงที่สุดถึง 93%
เพื่อยกระดับการบริหารงานไปอีกขั้น LINE MAN Wongnai จึงได้เปิดตัว “Wongnai Genie” AI Solution ที่ช่วยอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกจาก LINE MAN, Wongnai และ Wongnai POS เพื่อช่วยบริหารจัดการร้าน เพิ่มยอดขาย และลดต้นทุน
โดยตั้งเป้าขยายการใช้งานไปยังร้านอาหารกว่า 520,000 ร้านบนแพลตฟอร์มใช้งานได้ฟรี ซึ่งจากผลการทดสอบเวอร์ชัน Beta กับร้านค้าชั้นนำอย่าง Bearhouse พบว่าคำถามยอดฮิตคือการเจาะลึกวิเคราะห์ยอดขาย การคำนวณต้นทุนกำไรต่อเมนู รวมถึงการบริหารสต็อกสินค้า ซึ่งมีสัดส่วนการใช้งานจริงถึง 13%
“Wongnai Genie” CFO ส่วนตัว ของผู้ประกอบการ
ในระบบทำงานจริง “Wongnai Genie” จะเชื่อมต่อกับระบบ POS และ Merchant App ใน LINE MAN เพื่อทำหน้าที่เสมือน CFO ส่วนตัว คอยวิเคราะห์ข้อมูลยอดขาย อินไซต์ช่วงเวลาขายดี การตั้งราคา และเทคนิคการลดต้นทุน
ตั้งแต่คำถามที่ว่า ทำไมยอดขายเดือนนี้ถึงลดลง, เมนูไหนทำยอดขายได้ดีที่สุด, ทำอย่างไรให้ยอดขายเพิ่มขึ้น, เมนูไหนทำกำไรได้ดีที่สุด, เมนูไหนต้นทุนสูงเกินไป และควรปรับการตั้งราคาเมนูยังไงถึงได้กำไรมากขึ้น?
โดยผลการทดสอบใช้งานจริงจากผู้ประกอบการที่มี 50 สาขา พบว่าสามารถประหยัดเวลาทำงานของพนักงานได้ถึงวันละ 50 ชั่วโมง หรือคิดเป็น 10-15% ของต้นทุนพนักงาน
ซึ่งแพลตฟอร์มเปิดให้ใช้งานฟรีแก่ร้านค้า โดยระบบทั้งหมดจะถูกพัฒนาภายในประเทศไทยด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และมีแผนพิจารณาโมเดลพรีเมียมในอนาคตเมื่อมีการเพิ่มฟีเจอร์ขั้นสูง เช่น การตกแต่งรูปภาพ หรือการปรับแต่งเมนูอัตโนมัติ
อีกหนึ่งมิติสำคัญคือการเปลี่ยนข้อมูลร้านค้าให้เป็นเงินทุน ยอด กล่าวว่า โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา LINE MAN Wongnai ได้ร่วมมือกับพันธมิตร ปล่อยสินเชื่อและบริการทางการเงินแก่ร้านค้าไปแล้วมากกว่า 30,000 ร้าน ผ่านบริการที่หลากหลาย อาทิ LINE MAN ให้ผ่อน, สินเชื่อ LINE MAN เงินด่วน และ LINE MAN ให้ยืม ซึ่งทำร่วมกับ LINE BK นอกจากนี้ยังเตรียมความร่วมมือกับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อย (บสย.) เพื่อเข้ามาช่วยค้ำประกันสินเชื่อ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพานอกระบบ
เมื่อมาดูภาพรวมของธุรกิจ Food Delivery ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ยอด ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาพรวมถือว่ามีการเติบโตที่ค่อนข้างดีอยู่ที่ 20% โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากผู้บริโภคที่ยังคงมีความคุ้นเคยและใช้บริการอย่างต่อเนื่องเพราะมองว่าเป็นทางเลือกที่สะดวกและช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ประกอบกับได้รับแรงส่งจากโครงการภาครัฐอย่าง “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่เปิดให้ใช้สิทธิ์ผ่านแบรนด์ delivery ได้
แม้ว่าในระหว่างทางจะต้องเผชิญกับความท้าทายจากแรงกดดันของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งกระทบต่อต้นทุนของไรเดอร์โดยตรงก็ตาม แต่ด้วยการบริหารจัดการ สิทธิประโยชน์ที่เข้ามาสนับสนุนไรเดอร์ และประสิทธิภาพของรถจักรยานยนต์ที่ประหยัดน้ำมัน ทำให้ผลกระทบโดยรวมยังอยู่ในระดับที่รับมือได้
สำหรับแนวโน้มในช่วงไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของธุรกิจ ยอด ประเมินว่าจะมีปัจจัยบวกจากช่วงปิดเทอมในเดือนตุลาคม เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ การจ่ายโบนัส ประกอบกับความชัดเจนของโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่คาดว่าจะต่ออายุออกไปอีก 2 เดือน ในรูปแบบร่วมจ่าย 60-40 ใต้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวเร่งการเติบโตเพิ่มเติม จากเดิมที่ประเมินแบบ Base Case ไว้ที่ 20% ให้มีโอกาสขยับขึ้นไปแตะระดับ 20-25% ได้
อย่างไรก็ดี แพลตฟอร์มเองต้องมีการปรับแผนงบประมาณการตลาดเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 20% หรือคิดเป็นงบสนับสนุนประมาณ 100 ล้านบาทต่อเดือน (ใกล้เคียงกับช่วงโครงการคนละครึ่งที่เคยใช้งบไปเกินกว่า 300-400 ล้านบาท) เพื่อรองรับการปรับลดค่า GP และกิจกรรมส่งเสริมการขายในโครงการดังกล่าว
ในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้า ยอด มองว่า ผู้ที่ได้รับประโยชน์หลักจากโครงการภาครัฐจะเป็นกลุ่มร้านค้ารายย่อยที่มียอดขายไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี เช่น ร้านอาหารตามสั่ง อาหารไทย อีสาน ก๋วยเตี๋ยว และเครื่องดื่ม โดยเมนูยอดนิยมยังคงเป็น กะเพรา ส้มตำปูปลาร้า และอเมริกาโน่เย็น ไม่ต่างจากสถานการณ์ปกติ
ในขณะที่ร้านค้าแบบเชนอาจต้องปรับตัวมากขึ้น โดย ยอด เน้นย้ำว่า สำหรับค่าธรรมเนียม GP ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ไม่ได้มีการปรับเพิ่มขึ้น โดยมีระดับสูงสุดอยู่ที่ 30% ส่วนกรณีการซื้อโฆษณาเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับการเสนอราคาและความคุ้มค่าของแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ ในด้านการให้บริการทางการเงิน ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา มีการให้บริการสินเชื่อและการผ่อนชำระสินค้าร่วมกับพันธมิตรอย่าง LINE BK แก่ร้านค้าไปแล้วกว่า 30,000 ร้านค้า และไรเดอร์อีกหลายหมื่นราย รวมแล้วเกือบ 100,000 ราย
ส่วนประเด็นเรื่องระเบียบปฏิบัติต่างๆ บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมรองรับมาตรการจัดระเบียบคนขับสาธารณะที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 30 กันยายน โดยมีการแจ้งเตือนและรวบรวมข้อมูลใบขับขี่ของไรเดอร์ในระบบ ซึ่งปัจจุบันมีไรเดอร์ดำเนินการถูกต้องแล้วเกินกว่าครึ่งหนึ่ง ส่วนความคืบหน้าในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (IPO) ยังคงต้องรอการประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
ในมิติของนโยบายระดับประเทศ ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เน้นย้ำว่า นโยบายของกระทรวงการคลังคือการนำเทคโนโลยีมาเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการในทุกระดับ โดยเฉพาะ SMEs และร้านค้ารายย่อย ซึ่งการดำเนินโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยผ่าน 5 กลไกสำคัญ ได้แก่ การลดค่าครองชีพประชาชน, การเพิ่มยอดขายให้ร้านค้า และการใช้แพลตฟอร์มดึงร้านค้าจากตลาดเข้าสู่ออนไลน์
นอกจากประเด็นการส่งเสริม SMEs แล้ว ดร.เอกนิติ ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริหารจัดการวิกฤตพลังงานและการพิจารณามาตรการภาษีสรรพสามิต โดยระบุว่ารัฐบาลใช้เครื่องมือหลักในการดูแล ได้แก่ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และการนำผลประโยชน์ส่วนเกินของโรงกลั่นมาช่วยลดราคาน้ำมัน ส่วนภาษีสรรพสามิตนั้นจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบตามช่องว่างทางการคลัง เพื่อไม่ให้กระทบต่อความมั่นคงทางการคลังของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับรายงานล่าสุดของ Fitch Ratings ที่เชื่อมั่นในการดูแลสถานการณ์พลังงานของไทย ทั้งนี้ หลักการพิจารณาปรับลดภาษีสรรพสามิตในอนาคต จะมุ่งเน้นไปที่พลังงานชีวภาพอย่าง E20 และ B20 เป็นหลัก เพื่อให้ผลประโยชน์จากการลดภาษีตกสู่เกษตรกรไทยผู้ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมันโดยตรงอย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้เองการทำร้านแบบเดิม ๆ จึงอาจไม่เพียงพอให้อยู่รอดได้อีกต่อไป ผู้ประกอบการ และร้านค้า ต้องเร่งปรับตัวเข้าสู่โลกดิจิทัล ใช้เครื่องมือมาเป็น “แต้มต่อ” พร้อมกับคว้าโอกาสจากแรงหนุนของภาครัฐ ที่กำลังจะกลายเป็น “ทางรอด” ที่จะช่วยพลิกฟื้นร้านค้าขนาดเล็กให้กลับมาลืมตาอ้าปากได้อย่างยั่งยืน
อ้างอิง ศูนย์วิจัยกสิกรไทย
อ่านข่าวเทคโนโลยี โลกนวัตกรรม digital transformation กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/tech_innovation
ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney
ชญานิษฐ์ เชื้อกสิการ (โฟม) Senior Content Creator at Thairath Money
数字化转型
Chayanit Chueakasikarn(泡沫)
Thairath Money 高级内容创作人
到2027年,最大的问题将不再是“卖什么”,而是“如何让顾客再次光顾”。| 财经专题 第77期
LINE MAN Wongnai 正在帮助小企业对抗经济衰退,利用人工智能“Wongnai Genie”和POS系统,将小企业的生存率提高到93%。它还通过贷款和政府项目提供支持,帮助中小企业复苏并确保其可持续发展。
解构 SAP 创建“自主企业”的战略:将人们从重复性工作中解放出来,开启自动化组织时代。
“清晨早早开门营业,却发现店里空无一人,顾客寥寥无几,销售额暴跌至令人担忧的水平。” 这就是泰国小型餐馆和中小企业目前面临的困境:销售惨淡,人们节俭度日,不愿轻易消费。
根据开泰研究中心的数据,预计到 2026 年,泰国食品饮料市场的价值将比上一年增长 3.9%(比之前预测的 2.5% 上调),达到约 6820 亿泰铢。
然而,深入分析就会发现,这一增速代表着增长持续放缓,这是由于消费者购买力持续疲软,加上激烈的竞争和不断上涨的成本,不可避免地给各行各业的企业利润带来压力。
在这样的市场环境下,LINE MAN 作为全国参与餐厅数量最多的平台(覆盖全国 77 省 266 多个县,超过 52 万家餐厅),在促进经济增长方面发挥了至关重要的作用,尤其是在“Thai Helps Thai Plus”项目中,LINE MAN 以超过 5.9 万家参与餐厅位居榜首。
参与该项目的门店总销售额增速比上一项目(2026年6月15日至9月18日)快1.8倍,预计到项目结束时将翻一番。目前,政府已向全国各地的门店发放超过25.7亿泰铢的补贴,促成了超过1600万笔订单。
这一成功也得到了之前类似项目(例如“Kon La Khrueng Plus”)成果的印证。该项目证实,在项目实施期间,商户的日均销售额增长了67%。更重要的是,项目结束后,销售额仍持续增长了10%,这表明政府补贴项目不仅能带来短期效益,还能创造可持续的长期效益。例如,Prajak烤鸭餐厅在项目实施期间销售额增长了130%,并通过LINE MAN外卖平台新增了3500多名顾客。同样,Tam Yum Yua By Botan餐厅也新增了2600多名顾客,销售额增长了44%。
了解细节并进行全面思考有助于完成工作。
LINE MAN Wongnai首席执行官Yod Chinsuphakul表示,除了依靠政府支持外,利用科技实现可持续发展至关重要。目前,超过72,000家餐厅使用Wongnai POS系统,该系统是排名第一的门店管理系统。统计数据显示,不使用科技的普通门店生存率约为70%,但如果参与政府项目但不使用POS系统,生存率可提高至84%。而选择将POS系统与科技相结合的门店生存率最高,可达93%。
为了将管理提升到一个新的水平,LINE MAN Wongnai 推出了“Wongnai Genie”,这是一款人工智能解决方案,可以读取和分析来自 LINE MAN、Wongnai 和 Wongnai POS 的深度数据,以帮助管理餐厅、提高销售额和降低成本。
目标是将该平台免费推广至超过 52 万家餐厅。与 Bearhouse 等领先零售商进行的 Beta 测试表明,用户最常问的问题涉及深入的销售分析、每道菜品的成本利润计算以及库存管理,这些问题占实际使用量的 13%。
“Wongnai Genie”——企业家的私人首席财务官。
在实际场景中,“Wongnai Genie”连接到LINE MAN内的POS系统和商户应用程序,充当个人首席财务官,分析销售数据,洞察销售高峰期、定价策略和成本降低技巧。
诸如“为什么这个月的销售额下降了?”、“哪道菜最畅销?”、“如何提高销售额?”、“哪道菜利润最高?”、“哪道菜的成本太高?”以及“我应该如何调整菜单定价才能提高利润?”之类的问题
一家拥有 50 个分支机构的企业进行的实际测试表明,它每天可以为员工节省多达 50 小时的工作时间,或节省 10-15% 的员工成本。
该平台对商家免费开放,整个系统在泰国开发,符合国际安全标准。未来计划推出高级付费模式,届时将添加图像编辑或菜单自动定制等高级功能。
另一个重要方面是将商户数据转化为资金。Yod表示,过去12个月里,LINE MAN Wongnai已与合作伙伴携手,通过LINE MAN分期付款计划、LINE MAN快速贷款和LINE MAN借贷(与LINE BK合作)等多种服务,为超过3万家商户提供贷款和金融服务。此外,他们正准备与中小企业信用担保公司(SMEG)合作,提供贷款担保,从而增加企业家获得融资的渠道,使他们无需依赖非正规贷款机构。
Yod补充道,纵观2026年前九个月的食品配送行业整体情况,整体呈现20%的良好增长态势。推动这一增长的主要因素是消费者对这项服务的熟悉程度以及持续使用,因为他们认为这是一种便捷且经济实惠的选择。此外,政府推出的“Thai Chuay Thai Plus”等项目也进一步促进了这一增长,这些项目允许消费者通过外卖平台兑换优惠。
尽管他们一路面临着燃油价格上涨带来的压力,这直接影响了骑手的成本,但管理、向骑手提供的激励措施以及摩托车的燃油效率意味着总体影响是可控的。
第四季度是业务旺季,我们预计利好因素包括十月学校假期、年末和新年庆祝活动、奖金发放,以及“泰援泰加强版”项目的前景明朗化。该项目预计将以60/40的共同出资模式再延长两个月,预算为10亿泰铢。这些因素将进一步加速增长,使基本预期增长率从20%提高到20-25%。
然而,该平台本身需要将其营销预算增加约 20%,即每月约 1 亿泰铢(类似于共同支付计划期间花费的 3 亿至 4 亿泰铢),以适应降低的全科医生费用和项目下的推广活动。
关于企业主,Yod认为政府项目的主要受益者将是年销售额不超过180万泰铢的小型零售商,例如提供现点现做菜肴、泰式和东北泰式美食、面条和饮料的餐厅。热门菜品与往常一样:泰式罗勒炒菜(Pad Krapow)、青木瓜蟹肉沙拉(Som Tum Poo Pla Ra)和冰美式咖啡。
尽管连锁店可能需要做出更多调整,但Yod强调,过去一年GP费用并未上涨,最高涨幅仅为30%。额外的广告投放取决于各地区的竞价情况和成本效益。此外,在金融服务领域,过去12个月中,LINE BK与超过3万家商户和数万名骑手合作,为商品提供贷款和分期付款服务,参与人数近10万人。
关于监管方面,公司目前正积极准备遵守将于9月30日生效的公共交通司机监管措施,包括发出警告和将乘客的驾驶执照信息录入系统。目前,超过半数的乘客运营规范。至于公司首次公开募股(IPO)的进展,我们正在等待官方公告。
在国家政策层面,副总理兼财政部长埃克尼提·尼提坦帕帕斯博士强调,财政部的政策是利用科技作为关键机制,创造经济机会,并将收入分配给各级企业家,特别是中小企业和小零售商。“泰助泰+”项目旨在通过五大关键机制增加泰国企业家的机会:降低公民生活成本、提高零售商销售额,以及利用平台将实体市场业务拓展至线上。
除了探讨中小企业扶持政策外,埃克尼蒂博士还介绍了应对能源危机和考虑消费税措施的相关情况。他指出,政府正利用燃料基金和炼油厂盈余利润等关键工具来降低燃油价格。关于消费税,他强调必须谨慎考虑可用的财政空间,以避免危及国家财政稳定。这与惠誉评级近期发布的报告相符,该报告表达了对泰国能源管理的信心。此外,未来的消费税减免将主要针对E20和B20等生物燃料,以确保种植甘蔗、木薯和油棕的泰国农民能够直接受益。
因此,传统的零售模式可能已不足以维持生存。企业家和零售商必须迅速适应数字化世界,利用各种工具打造竞争优势,并抓住政府支持带来的机遇——这些支持有望成为帮助小型企业实现可持续复苏的生命线。
根据开泰研究中心的数据。
通过 ThairathMoney 阅读最新的科技新闻、创新和数字化转型资讯,助您实现“更美好的财务生活”,网址:https://www.thairath.co.th/money/tech_innovation
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney
Chayanit Chueakasikarn (Foam),Thairath Money 高级内容创作者