“เอกนิติ” ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องมีมาตรฐานขั้นต่ำEkniti 为数据中心监管设定了一个月的期限,并强调数据中心必须达到最低标准。
ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบ Data Center “เอกนิติ” ย้ำ ตั้งมาตรฐานขั้นต่ำคุมไฟฟ้า น้ำ ผังเมือง สิ่งแวดล้อม เปิดรับลงทุนให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด ยัน ดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบ

ขีดเส้น 1 เดือน จัดระเบียบ Data Center “เอกนิติ” ย้ำ ตั้งมาตรฐานขั้นต่ำคุมไฟฟ้า น้ำ ผังเมือง สิ่งแวดล้อม เปิดรับลงทุนให้ประเทศได้ประโยชน์สูงสุด ยัน ดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบ
เมื่อเวลา 11.15 น. วันที่ 4 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ครั้งที่ 1/2569 ว่า รัฐบาลกำหนดกรอบภายใน 1 เดือน ต้องมีนโยบายและมาตรฐานขั้นต่ำในการกำกับดูแลดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ทั้งระบบให้ชัดเจน โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบนโยบายให้คณะกรรมการฯ จัดระเบียบดาต้าเซ็นเตอร์ ไม่ใช่เพื่อปิดกั้นการลงทุน แต่เพื่อเปลี่ยนจากระบบต่างหน่วยต่างอนุมัติ ไปสู่ยุทธศาสตร์ระดับประเทศ ให้การลงทุนเดินหน้าได้ โดยประชาชนไม่ต้องรับผลกระทบ
นายเอกนิติ กล่าวต่อไปว่า ดาต้าเซ็นเตอร์เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ แต่ที่ผ่านมาไทยยังไม่มียุทธศาสตร์กลาง หลายโครงการไปขออนุญาต ขอใช้ไฟ ขอใช้น้ำ หรือขอส่งเสริมการลงทุนกับหลายหน่วยงาน ทำให้ข้อมูลกระจัดกระจาย ไม่เห็นภาพรวมเดียวกัน ดังนั้น ที่ประชุมจึงสั่งให้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดภายใน 1 สัปดาห์ ทั้งโครงการที่เปิดให้บริการแล้ว อยู่ระหว่างก่อสร้าง และอยู่ระหว่างรอพิจารณา เพื่อทำ Dashboard กลางให้หน่วยงานรัฐเห็นสถานะเดียวกัน ทั้งข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ โครงข่ายไฟฟ้า ผังเมือง แหล่งน้ำ และข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
“คณะกรรมการฯ จะตั้งคณะทำงาน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจและความคุ้มค่าประเทศ ด้านโครงสร้างพื้นฐานน้ำ ไฟ และดิจิทัล ด้านพื้นที่ อาคาร และผังเมือง และด้านสิ่งแวดล้อม โดยทุกชุดต้องเสนอทั้งมาตรฐานขั้นต่ำและกรอบนโยบายภายในสัปดาห์หน้า ก่อนสรุปนโยบายทั้งระบบภายใน 1 เดือน”
สำหรับหลักการสำคัญคือ การกำหนด Minimum Requirement หรือมาตรฐานขั้นต่ำ เพื่อดูแลประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ผังเมือง อาคาร ความปลอดภัย น้ำ ไฟ และความมั่นคงของระบบดิจิทัล โดยมาตรฐานนี้จะนำไปใช้กับทุกโครงการ ทั้งที่ดำเนินการแล้ว กำลังก่อสร้าง และโครงการใหม่ในอนาคต โดยไม่ใช่ว่าโครงการที่ได้รับอนุญาตไปแล้วจะไม่ต้องทำตามมาตรฐานใหม่ เพราะมาตรฐานดังกล่าวเป็นเรื่องความปลอดภัยของประชาชน โครงการที่ดำเนินการแล้วอาจต้องมีช่วงเวลาปรับตัว ส่วนโครงการที่ยังไม่เริ่มต้องรอมาตรการใหม่ให้ชัดเจนก่อน
ทั้งนี้ หลังจากผ่านมาตรฐานขั้นต่ำแล้ว โครงการใหม่จะต้องแข่งขันกันเสนอประโยชน์สูงสุดให้ประเทศไทย ไม่ใช่ดูเพียงขนาดเงินลงทุน แต่ต้องตอบได้ว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้คนไทย เชื่อมยุทธศาสตร์ AI ใช้ดิจิทัลคอนเทนต์ไทย สนับสนุนเอสเอ็มอี ผู้ประกอบการไทย และเป้าหมาย Net Zero อย่างไร
“ประชาชนไม่ต้องกังวล รัฐบาลไม่ได้หยุดการลงทุน แต่จะทำให้การลงทุนมีมาตรฐานขั้นต่ำ ไม่กระทบประชาชน ทั้งเรื่องน้ำมัน เสียง สิ่งแวดล้อม และทำให้ประเทศไทยได้ประโยชน์สูงสุด สิ่งที่เคยกระจัดกระจายจะถูกบูรณาการให้เห็นภาพเดียวกันภายใน 1 เดือน”
ทางด้าน นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองประธานคณะกรรมการฯ กล่าวว่า การประชุมครั้งแรกมีเป้าหมายสำคัญคือจัดระเบียบการทำงานของภาครัฐให้สอดคล้องกันมากขึ้น เพราะข้อมูลและอำนาจกำกับดาต้าเซ็นเตอร์กระจายอยู่ในหลายกระทรวงและหลายหน่วยงาน
ทั้งนี้ ในส่วนของกระทรวงดิจิทัลฯ ได้รวบรวมข้อมูลจากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงพลังงาน กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำมาจัดทำ Dashboard แบบ Live รวบรวมข้อมูลดาต้าเซ็นเตอร์ สายไฟ ผังเมือง และข้อมูลประกอบอื่นเข้าด้วยกัน เพื่อให้เห็นภาพรวมชัดขึ้น ต่อจากนี้ข้อมูลด้านกฎ ข้อบังคับ และสถานะโครงการจะถูกนำมารวมไว้ใน Dashboard เดียว เพื่อให้หน่วยงานรัฐเข้าใจตรงกัน ติดตามสถานะของดาต้าเซ็นเตอร์ได้ชัดเจน ทั้งโครงการที่กำลังจะสร้างและโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว ถือเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับการกำกับดูแลในระยะต่อไป
ขณะที่ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการ ระบุว่า ปัจจุบันมีดาต้าเซ็นเตอร์เปิดให้บริการแล้ว 35 โครงการ ในจำนวนนี้ผ่านการส่งเสริมของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพียง 11 โครงการ ส่วนที่อยู่ระหว่างก่อสร้างมี 49 โครงการ และมีผู้สนใจหรือรอพิจารณาอีกประมาณ 117 โครงการ โดยคณะกรรมการฯ จะพิจารณากำหนดเส้นแบ่งขนาดของดาต้าเซ็นเตอร์ที่ต้องอยู่ภายใต้การกำกับเข้มข้น และจะจัดให้กิจการดาต้าเซ็นเตอร์เป็นประเภทธุรกิจเฉพาะ เพื่อให้การอนุญาต การติดตามข้อมูล และการกำกับดูแลมีความชัดเจนมากขึ้น
ต่อมา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานจะกำกับ 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่ การกำหนดค่าไฟเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ เกณฑ์ไฟสะอาด ระบบสำรองไฟ และความมั่นคงของระบบไฟฟ้า เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์เป็นผู้ใช้ไฟปริมาณมาก โดยค่าไฟสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ต้องสะท้อนต้นทุนจริง รวมถึงภาระจากการนำเข้าก๊าซธรรมชาติที่ทำให้ต้นทุนค่าไฟสูงขึ้น โดยจะแยกประเภทผู้ใช้ไฟดาต้าเซ็นเตอร์ออกมา ไม่ให้การใช้ไฟของธุรกิจนี้มากระทบค่าไฟประชาชน บ้านเรือน ผู้ประกอบการ และอุตสาหกรรมอื่น
นอกจากนี้ ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องมีเกณฑ์ไฟสะอาดที่ไม่เป็นตัวถ่วงเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ ต้องมีระบบสำรองไฟที่ปลอดภัย ไม่กระทบชีวิตและทรัพย์สินประชาชน และต้องเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าโดยไม่ทำให้โครงข่ายเสียเสถียรภาพ หรือกระทบผู้ใช้ไฟในพื้นที่ใกล้เคียง
ส่วน นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยจะดู 3 เรื่องหลัก คือ ผังเมือง การให้บริการไฟฟ้า และการให้บริการน้ำ พร้อมยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบต่อการให้บริการไฟฟ้าและน้ำแก่ประชาชน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมชะลอโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังไม่ได้ก่อสร้าง จนกว่ามาตรการใหม่จะชัดเจน
จากนั้น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เผยว่า กรุงเทพมหานครมีโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ที่เกี่ยวข้อง 6 โครงการ เปิดดำเนินการแล้ว 3 โครงการ และยังไม่อนุมัติ 3 โครงการ โดยโครงการที่เปิดแล้วจะลงพื้นที่ตรวจสอบเข้มข้น เพื่อดูผลกระทบ ความเดือดร้อน และใช้เป็นบทเรียนให้คณะกรรมการฯ ส่วนโครงการที่เหลือให้ชะลอไว้ก่อน ทั้งนี้ การมีนิยามและแนวทางกำกับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ชัดเจน จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในหลายด้าน ทั้งผังเมือง กฎหมายควบคุมอาคาร ระยะเว้นระยะร่นที่เหมาะสม ความพร้อมเรื่องน้ำมันเชื้อเพลิงสำรอง ความปลอดภัย รวมถึงความพร้อมของระบบน้ำและไฟในพื้นที่.
数据中心重组的最后期限为一个月;埃克尼蒂强调要制定电力、水、城市规划和环境控制的最低标准,以最大限度地通过投资带来国家利益;并保证不会对公民造成负面影响。
2026年9月4日上午11点15分,副总理兼财政部长埃克尼提·尼提坦普拉帕斯先生在总理府帕克迪博丁大楼主持召开2026年数据中心政策委员会首次会议后透露,政府已设定一个月的期限,以制定明确的政策和最低标准来规范整个数据中心系统。总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔指示委员会,对数据中心进行监管的目的不是为了扼杀投资,而是为了从分散的审批机构体系转向国家战略,从而确保投资在不损害公众利益的前提下顺利进行。
埃克尼蒂先生进一步指出,数据中心是数字经济、人工智能(AI)和新兴技术的关键基础设施。然而,泰国一直缺乏统一的战略,许多项目需要向多个机构申请许可证、电力和水务接入或投资促进服务。这导致信息分散,缺乏统一的整体概览。因此,会议要求在一周内收集所有数据,包括已投入运营、在建和待审批的项目,以便建立一个中央仪表盘,供政府机构统一查看所有项目的进展情况。这些数据涵盖数据中心、电网、城市规划、水资源和相关法律法规等方面。
“委员会将设立四个工作组:国民经济和成本效益工作组;基础设施工作组(水、电和数字技术工作组);土地、建筑和城市规划工作组;以及环境工作组。每个工作组必须在下周内提出最低标准和政策框架,然后在一个月内最终确定综合政策。”
关键原则是制定最低要求或标准,以保护公众免受经济、社会、环境、城市规划、建筑、安全、水资源、电力和网络安全等各方面负面影响。这些标准将适用于所有项目,包括已启动项目、在建项目和未来新项目。但这并不意味着已获批准的项目可以豁免于新标准,因为这些标准关乎公共安全。现有项目可能需要一段时间的调整,而尚未启动的项目则必须等待新措施的明确规定。
在达到最低标准后,新项目将通过为泰国带来最大利益来参与竞争,这不仅取决于投资规模,还取决于如何为泰国人民创造收入、如何与人工智能战略保持一致、如何利用泰国数字内容、如何支持中小企业和泰国企业家以及如何为实现净零排放目标做出贡献。
“公众无需担忧。政府并未停止投资,而是会确保投资符合最低标准,不会在石油、噪音和环境方面对公众造成负面影响,并最大限度地造福泰国。此前分散的信息将在一个月内整合并清晰呈现。”
数字经济和社会部长柴亚查诺克·奇乔布作为委员会副主席发言时表示,第一次会议的主要目标是更好地协调政府运作,因为目前数据中心的数据和监管权分散在多个部委和机构中。
数字经济与社会部汇总了包括能源部、内政部等多个部门及其他相关机构的数据,创建了一个实时数据看板。该看板整合了数据中心信息、电力线路、城市规划及其他辅助数据,从而提供更清晰的整体概览。未来,有关法律法规和项目状态的信息也将整合到同一看板中,使政府机构能够了解并清晰地跟踪数据中心的状态,包括在建和已投入运营的数据中心。这将成为未来监管工作的重要数据库。
与此同时,国家经济和社会发展委员会(NESDC,又称国家发展委员会)秘书长达努查·皮查亚南特先生表示,目前共有35个数据中心项目正在运营。其中,仅有11个项目获得了投资委员会(BOI)的批准。另有49个项目正在建设中,还有约117个项目正在考虑或已表达了投资意向。委员会将考虑明确数据中心的规模限制,并对其进行更严格的监管,同时将数据中心业务归类为一种特定类型的业务,以明确许可、数据跟踪和监管等方面的规定。
随后,能源部长埃卡纳特·普罗姆潘先生表示,能源部将负责四个关键领域:数据中心特定电价的制定、清洁能源标准、备用电源系统以及电力系统安全。由于数据中心是大型用电企业,其电价必须反映实际成本,包括天然气进口带来的电力成本上涨。能源部将对数据中心用户进行单独分类,以防止其用电量对家庭、企业和其他行业的电价造成负面影响。
此外,该数据中心必须符合清洁能源标准,不得妨碍国家实现净零排放目标。它必须配备安全可靠的备用电源系统,不得影响民众生命财产安全,并且必须能够接入电网,而不会扰乱电网稳定性或影响附近地区的用电用户。
与此同时,内政部副部长(M.2)波尔佩拉蓬·苏万纳查维先生表示,内政部将重点关注三个主要领域:城市规划、电力服务和供水服务。他确认,目前公众的电力和供水服务尚未受到影响,但相关部门已做好准备,将尚未开工的数据中心项目推迟到新措施明确后再行实施。
随后,曼谷市长查查特·西提蓬透露,曼谷目前有六个相关的数据中心项目,其中三个已投入运营,另外三个尚未获得批准。已投入运营的项目将接受严格的现场检查,以评估其影响和由此造成的不便,并将评估结果作为委员会的经验教训。其余项目将暂时搁置。他还补充说,制定明确的数据中心定义和监管指南将有助于在多个方面建立公众信心,包括城市规划、建筑法规、适当的退让距离、充足的燃料储备、安全以及该地区的水电系统准备情况。