รัฐบาลการันตี กยศ. เงินไม่ชอร์ต ย้ำชัด “ไม่มีใครเสียโอกาสเรียนเพราะงบหมด”政府保证学生贷款基金不会耗尽资金,并郑重声明:“不会有人因为预算用完而失去学习的机会。”
โฆษกกระทรวงการคลัง ยืนยันรัฐบาลพร้อมจัดสรรงบประมาณดูแลเต็มที่ ล่าสุดเตรียมถกบอร์ด 24 ก.ย. นี้ ปรับกรอบวงเงินช่วยเหลือนักศึกษาที่ยื่นขอทุนเกินเป้าอีกกว่า 1.2 หมื่นรายให้ได้เรียนทุกคน

โฆษกกระทรวงการคลัง ยืนยันรัฐบาลพร้อมจัดสรรงบประมาณดูแลเต็มที่ ล่าสุดเตรียมถกบอร์ด 24 ก.ย. นี้ ปรับกรอบวงเงินช่วยเหลือนักศึกษาที่ยื่นขอทุนเกินเป้าอีกกว่า 1.2 หมื่นรายให้ได้เรียนทุกคน
เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 22 ก.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีปัญหาสภาพคล่องของกองทุนกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา (กยศ.) ว่า เรื่องนี้มีสองประเด็นคือ เรื่องแรกเรื่องสภาพคล่อง ซึ่งช่วงเช้า นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้หารือร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ โดยสภาพคล่องของ กยศ. จะมีการจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอในการใช้จ่ายแต่ละเดือนควบคู่กับการปรับแผนในการติดตามหนี้เพื่อนำเข้ามาเป็นกองทุนหมุนเวียน
“ขอยืนยันว่าจะไม่มีใครเสียโอกาสทางการศึกษาเพราะเราจะจัดการงบประมาณให้เพียงพอ ทันเวลากับการทำงานของ กยศ. ซึ่งตอนนี้มีผู้เรียน 36% หรือประมาณ 7.7 หมื่นรายอยู่ในขั้นตอนของมหาวิทยาลัยที่จะส่งข้อมูลมาพิจารณา ซึ่งอาจทำให้ท่านรู้สึกว่าการพิจารณาล่าช้า จึงได้สั่งการเร่งรัดไปทาง กยศ. ให้เตรียมประสานกับทางมหาวิทยาลัยที่จะส่งรายชื่อกลับเข้ามา ซึ่งตอนนี้มีผู้สมัครขอทุนที่เราวางไว้ประมาณ 1.2 หมื่นราย ซึ่งจำนวนนี้ กยศ. จะประชุมวันที่ 24 ก.ย. เพื่อปรับกรอบและเงินหมุนเวียนเพื่อให้ทุกคนที่ขอมาได้รับโอกาสทางการศึกษา” นายวินิจ ระบุ
เมื่อถามว่าเรื่องของแหล่งเงินจะมาจากงบกลางหรือไม่ นายวินิจ กล่าวว่า เรื่องแหล่งเงินก็เป็นหนึ่งปัญหา ซึ่งเดี๋ยวจะมีการจัดสรรตามที่รองนายกฯ ยืนยันว่าไม่ให้มีใครเสียสิทธิ์เพราะเรื่องข้อจำกัดของงบประมาณ ตอนนี้ตัวเลขที่อนุมัติไปแล้ว 137,874 ราย คิดเป็น 64% ส่วนอยู่ระหว่างดำเนินการ 77,164 ราย คิดเป็น 36% กลุ่มนี้อยู่ระหว่างดำเนินการของมหาวิทยาลัยในการรวบรวมชื่อซึ่งอาจจะดูช้า แต่เป็นเรื่องขั้นตอนในการตรวจสอบ ซึ่งปีนี้ กยศ. มีการปรับใช้ข้อมูลการตรวจสอบความยากจนโดยไม่ต้องรับรอง ถ้าอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด ปีนี้การรับรองจะไม่เสียเวลาเหมือนที่ผ่านมา เราจะใช้ชุดข้อมูลเดียวกันกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นายวินิจ กล่าวอีกว่า และกลุ่มที่เกินกรอบ 12,786 ราย ประมาณ 5% ซึ่งจะมี 2 ลักษณะคือค่าเทอมหรือค่าเล่าเรียน กับค่าครองชีพ ขอยืนยันนโยบายรัฐบาลจะดูแลทุกราย ส่วนผู้กู้เดิมที่เรียนปี 2-ปี 4 จะได้รับสิทธิ์ตามเดิม ดูแลไปตามขั้นตอนทั้งหมด
เมื่อถามว่ากลุ่มสาขาที่เป็นที่ต้องการของตลาดที่ฝ่ายนโยบายกำหนดไว้ เกณฑ์นี้จะยกเว้นให้ใช่หรือไม่ นายวินิจ กล่าวว่า เรื่องเกณฑ์เป็นไปตามกฎหมาย กยศ. ซึ่งสะท้อน 2 มิติ มิติแรกคือการที่เราเลือกเกณฑ์ว่าในสาขาที่มีความต้องการได้สิทธิ์ก่อน ส่วนมิติที่สอง คือส่วนที่เหลือเราจะพยายามดูแลให้ครบถ้วน ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีและต่อไปจะมีการขยายในเรื่องการอัปสกิล รีสกิล
เมื่อถามถึงกรณีการสวมสิทธิ์กู้ กยศ. นายวินิจ กล่าวว่า วันนี้ กยศ. พัฒนาโดยการใช้ฐานข้อมูลหน่วยงานภาครัฐโดยการเชื่อมโยง ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นเรื่องเฉพาะราย แต่อย่างไรต้องดูภาพรวมของทุกคนก่อน เรื่องที่ผิดก็ตามดูและจัดการกันไป
แจงครม.เงาเพิ่มงบเป็น 9 พันล้าน
ด้านนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเสริมว่า นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรว่า ต้องแยกงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้ กยศ. ออกจากวงเงิน 5,162 ล้านบาทที่มีการกล่าวถึง เนื่องจากวงเงินดังกล่าวเป็นข้อเสนอที่เกิดขึ้นในชั้นการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ไม่ใช่วงเงินที่รัฐบาลเสนอ และเป็นคนละส่วนกับงบ 9,000 ล้านบาทที่รัฐบาลจัดสรรให้ กยศ. ในปีงบประมาณ 2570 “ต้องแยกตัวเลขให้ชัดเจน 5,162 ล้านบาทเป็นข้อเสนอในชั้นกรรมาธิการ ไม่ใช่งบของรัฐบาลที่ถูกตัดออก ขณะที่ข้อเท็จจริงในส่วนของรัฐบาลคือ ปี 2570 ได้เพิ่มงบ กยศ. จาก 5,000 ล้านบาท เป็น 9,000 ล้านบาทแล้ว ดังนั้น การนำผลการพิจารณาข้อเสนอในชั้นกรรมาธิการมาสรุปว่ารัฐบาลไม่ได้เติมเงินให้ กยศ. “แม้แต่บาทเดียว” จึงเป็นการนำข้อมูลคนละส่วนมารวมกัน” นางสาวลลิดา กล่าว รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายภราดรยังได้ชี้แจงถึงแนวทางบริหาร กยศ. ว่า กยศ. เป็นกองทุนหมุนเวียน จึงต้องดูแลทั้งเงินที่รัฐสนับสนุนและเงินชำระคืนจากผู้กู้เดิม ปัจจุบันมีผู้ที่อยู่ในระบบและต้องชำระคืนประมาณ 3.6 ล้านคน ในจำนวนนี้ชำระตามปกติประมาณ 1 ล้านคน และผิดนัดประมาณ 2.6 ล้านคน โดยรัฐบาลไม่มีแนวทางเร่งรัดผู้ที่ไม่มีงานหรือไม่มีรายได้ แต่สำหรับผู้ที่มีงาน มีรายได้ และมีกำลังชำระ ควรนำเงินกลับคืนเข้าสู่กองทุน เพื่อหมุนเวียนเป็นโอกาสทางการศึกษาให้ผู้กู้รุ่นต่อไป “คนไม่มีงาน ไม่มีรายได้ ต้องช่วย แต่คนที่มีงาน มีรายได้ และมีกำลังจ่าย ก็ควรคืนเงินเข้ากองทุน เพราะเงินที่คืนมาคือโอกาสทางการศึกษาของเด็กรุ่นต่อไป การช่วยนักศึกษาที่ต้องการเงินกู้ในวันนี้ กับการติดตามเงินคืนจากผู้ที่มีกำลังชำระ จึงเป็นสองเรื่องที่ต้องดำเนินการควบคู่กัน” นางสาวลลิดา กล่าว สำหรับข้อเสนอให้ใช้งบกลางเพิ่มเติมประมาณ 7,000 ล้านบาท นางสาวลลิดา กล่าวว่า รัฐบาลพร้อมพิจารณาข้อมูล แต่จำเป็นต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจนว่า ต้องใช้สำหรับผู้กู้จำนวนเท่าใด มีผู้ที่ได้รับอนุมัติแล้วแต่ยังไม่ได้รับเงินจำนวนเท่าใด และ กยศ. มีภาระขาดสภาพคล่องจริงจำนวนเท่าใด เพื่อให้การพิจารณาอยู่บนข้อเท็จจริงและตัวเลขชุดเดียวกัน “เป้าหมายสำคัญคือ เด็กที่มีสิทธิต้องไม่หลุดจากระบบการศึกษาเพราะปัญหาเรื่องเงิน ขณะเดียวกัน กยศ. ต้องมีเงินหมุนเวียนเพื่อส่งต่อโอกาสให้เด็กรุ่นต่อไป รัฐบาลจึงต้องทำทั้งสองด้าน คือสนับสนุนงบประมาณในส่วนที่จำเป็น และนำเงินที่ควรได้รับคืนจากผู้ที่มีกำลังชำระกลับเข้าสู่กองทุน เพื่อให้ระบบเดินต่อได้อย่างยั่งยืน” นางสาวลลิดา กล่าว
财政部发言人证实,政府已做好充分准备,拨出预算支持学生。最近,财政部定于9月24日召开董事会会议,讨论调整奖学金基金框架,以确保所有申请奖学金且人数超过目标金额的12000名学生都能获得资助。
9月22日下午12点50分,财政政策办公室主任兼财政部发言人维尼特·维塞苏瓦纳蓬先生在总理府就学生贷款基金(SLF)的流动性问题发表讲话。他指出,存在两个问题。首先,关于流动性问题,当天上午,副总理兼高等教育、科学、研究与创新部长约萨努·翁萨瓦先生和总理公署部长帕拉东·普里斯南塔库尔先生已与预算局局长讨论过此事。他们确认,学生贷款基金将获得充足的预算用于每月开支,同时调整债务催收计划,以建立一个循环基金。
“我可以向大家保证,不会有人因为资金不足而错失教育机会,因为我们将拨出充足的预算,并确保学生贷款基金(SLF)的审批流程及时。目前,约有36%的学生,也就是大约77,000名学生,正在等待大学提交申请材料以供审核。这可能会让一些学生觉得审核速度较慢,因此我已经指示学生贷款基金加快审批流程,并与各大学协调,尽快收到申请人名单。我们目前已收到约12,000份奖学金申请。学生贷款基金将于9月24日召开会议,调整相关框架和资金分配,以确保所有申请人都能获得教育机会。”维尼特先生说道。
当被问及资金是否来自中央预算时,维尼特先生表示,资金是一方面,但正如副总理所确认的那样,资金将会得到分配,以确保任何人的权利都不会因预算限制而丧失。目前,已有137,874份申请获得批准,占总数的64%,另有77,164份申请(占总数的36%)仍在处理中。后一批申请正在等待各大学汇总名单,处理速度可能看起来较慢,但这是由于需要进行核实。今年,学生贷款基金(SLF)采用了一套新的贫困核实系统,无需申请人提供证明;如果申请人符合特定标准,认证过程将比以往更快。今年,将使用与国家福利卡相同的数据集。
维尼特先生进一步指出,超出12,786人限额(约占5%)的群体将面临两方面的困境:学费和生活费。他确认政府的政策是为所有受影响者提供支持。至于目前就读二至四年级的现有贷款学生,他们将继续享受原有的福利,并按照既定程序获得帮助。
当被问及政策制定者定义的高需求领域标准是否会被豁免时,维尼特先生表示,这些标准符合《学生贷款基金法》,该法案体现了两个方面。首先,我们会优先考虑高需求领域;其次,我们会尽力全面覆盖所有剩余领域。这一举措广受好评,未来我们将把技能提升和再培训项目也纳入其中。
当被问及学生贷款申请造假问题时,维尼特先生表示,如今学生贷款基金(SLF)已发展成为利用政府机构互联数据库的体系。他指出,虽然此案仅涉及部分群体,但对所有案件进行全面评估是必要的。任何违法行为都将受到调查并依法处理。
影子内阁解释预算增加至90亿泰铢的原因。
总理府副发言人拉莉达·佩里斯维瓦塔纳女士补充说,总理府部长帕拉东·普里斯纳南塔库尔先生向国会澄清,政府拨给学生贷款基金(SLF)的预算必须与提到的 51.62 亿泰铢分开。这笔金额是委员会审议期间提出的建议,并非政府提议的数额,也与政府在2027财年拨给可持续贷款基金(SLF)的90亿泰铢预算无关。“区分这些数字至关重要。51.62亿泰铢是委员会的建议,并非政府预算的削减。事实上,2027财年可持续贷款基金的预算已从50亿泰铢增加到90亿泰铢。因此,仅凭委员会的审议就得出政府没有向可持续贷款基金增加一泰铢的结论,是混淆了不同来源的信息,”拉莉达女士表示。这位副发言人补充说,帕拉东先生也解释了可持续贷款基金的管理方式,指出可持续贷款基金是一个循环基金。因此,必须同时管理政府支持的资金和现有借款人的还款。目前,该系统中约有360万人需要偿还贷款。其中,约100万人按时还款,约260万人违约。政府没有针对失业或无收入者的加速还款政策。然而,对于那些有工作、有收入且有能力偿还贷款的人来说,应该将资金返还给基金,为未来的借款人提供教育机会。“我们必须帮助那些失业且无收入的人,但那些有工作、有收入且有能力偿还贷款的人应该将资金返还给基金,因为返还的资金可以为下一代儿童提供教育机会。帮助那些需要贷款的学生和收回有能力偿还贷款的人的还款是两个必须同时解决的问题,”拉利达女士说道。关于从中央预算中额外拨款70亿泰铢的提议,拉莉达女士表示,政府愿意考虑相关信息,但必须掌握每位借款人的具体需求、已获批准但尚未收到款项的借款人数量,以及学生贷款基金实际面临的流动性问题,以便政府能够基于相同的事实和数据进行考量。“主要目标是确保符合条件的孩子不会因经济困难而辍学。同时,学生贷款基金必须有充足的资金,才能为下一代孩子创造机会。”拉莉达女士说,“因此,政府必须双管齐下:一方面提供必要的预算支持,另一方面返还那些有能力偿还贷款的人本应获得的资金,以确保该体系能够持续运转。”