บุกจับแก๊งลูกชายกำนันเมืองอุดรฯ เปิดกระท่อมขายยาบ้า ยอมรับดูดวันละ 10 เม็ดเป็นอย่างต่ำ警方突袭了乌隆他尼府一个由村长之子经营的贩毒团伙,该团伙从一处克拉托姆种植园贩卖冰毒。嫌疑人承认每天至少吸食10粒药丸。
อุดรธานี-บุกจับแก๊งลูกชายกำนันเมืองอุดรฯ เปิดกระท่อมปลายนามั่สุมเสพ-ขายยาบ้า ของกลาง 214 เม็ด ยอมรับเสพยาบ้ามาตั้งแต่อายุ 15 ดูดวันละ 10 เม็ดเป็นอย่างต่ำ ส่วนพ่อก็เสพยาบ้าเหมือนกัน

อุดรธานี-บุกจับแก๊งลูกชายกำนันเมืองอุดรฯ เปิดกระท่อมปลายนามั่สุมเสพ-ขายยาบ้า ของกลาง 214 เม็ด ยอมรับเสพยาบ้ามาตั้งแต่อายุ 15 ดูดวันละ 10 เม็ดเป็นอย่างต่ำ ส่วนพ่อก็เสพยาบ้าเหมือนกัน แต่ไม่ได้มาซื้อกับตน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ห้องสืบสวน สภ.ย่อยโนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี ร.ต.อ.อุดมโชค สิงหกุลศิริ รอง สว.สส.สภ.ย่อยโนนสูง พร้อมด้วยตำรวจสืบสวนชุด “บงกช” ร่วมกันจับกุมผู้ค้าและผู้เสพยาบ้า ในชื่อ “แก๊งลูกชายกำนัน” ประกอบด้วย นายชนกนันทน์ หวานพร้อม หรือฟลุ๊ค อายุ 23 ปี ชาวบ้านอินทร์แปลง ม.8 ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ลูกชายกำนันในพื้นที่ และเป็นหัวหน้าแก๊ง พร้อมของกลางยาบ้า 142 เม็ด อยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำ ถุงพลาสติกใสแบบกดปิดดึงเปิด สำหรับแบ่งจำหน่ายยาบ้า ขนาด 4 คูณ 6 ซ.ม. จำนวน 3 กิโลกรัม โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ที่ใช้ติดต่อซื้อขายยาบ้า
นายบุญอนันต์ ลือเลื่อง หรือบอส อายุ 23 ปี ชาวบ้านหนองไฮ ม.1 ต.หนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมของกลางยาบ้า 67 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง นายวรายุทธ วิลัยรัตน์ หรือน็อต อายุ 26 ปี ชาวบ้านสุขสมบูรณ์ ม.10 ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ของกลางยาบ้า 5 เม็ด และน.ส.แพรริษา เทศเขียว หรือวาย อายุ 25 ปี ชาวบ้านคำกลิ้ง ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี ภรรยาของนายบอส ขณะกำลังตั้งวงนั่งเสพยาบ้ากันภายในกระท่อมนา หลังซื้อยาบ้าจากนายฟลุ๊คมาเสพ และไปจำหน่ายเอากำไร
โดยจับกุมตัวได้ที่กระท่อมนาด้านทิศเหนือหมู่บ้านอินทร์แปลง ต.บ้านตาด อ.เมืองอุดรธานี ควบคุมตัวมาสอบสวนตรวจปัสสาวะพบมีผลเป็นบวก หรือฉี่สีม่วงทุกคน
โดยแจ้งข้อกล่าวหา นายฟลุ๊ค ลูกชายกำนัน ต.บ้านตาด และนายบอส “เสพและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” ส่วนนายน็อต “เสพมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” และน.ส.วาย ภรรยาของนายบอส “เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ย่อยโนนสูง ดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 21 กันยายน 2569 ร.ต.อ.อุดมโชค สิงหกุลศิริ รอง สว.สส.สภ.ย่อยโนนสูง ได้รับแจ้งจากสายลับว่า ขณะนี้นายฟลุ๊ค ลูกชายกำนัน กำลังมั่วสุมเสพและขายยาบ้ากันในกระท่อมนาท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่พักอาศัยของนายฟลุ๊ค จึงวางแผนเข้าจับแบบรัดกุมไม่ให้รอดพ้นไปได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา โดยใช้รถจักรยานยนต์ในการเดินทาง เพื่อไม่ให้ผู้ต้องหารู้ตัว จนสามารถจับกุมตัวได้ยกแก๊งพร้อมของกลางจำนวนดังกล่าว
หลังจับกุมตัว กำนันหญิง ต.บ้านตาดทราบข่าว ได้เดินทางมาแสดงตัวเป็นเจ้าของกระท่อมนา และเป็นแม่ของนายฟลุ๊ค พอมาเห็นลูกชายถูกตำรวจจับพร้อมกับเพื่อนร่วมแก๊ง ถึงกับพูดไม่ออก และบอกให้ตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมายได้เลย เพราะที่ผ่านมารู้เพียงว่าลูกชายติดเสพยาบ้า แต่ไม่เคยรู้เลยว่าลูกเป็นผู้ค้า เวลาจะเอาตัวไปบำบัดรักษา ก็ไม่ยอมไป และหลบหนีไปได้ทุกครั้ง จนไม่มีคำพูดคำสั่งสอนกับลูกชายคนนี้แล้ว
สอบสวนนายฟลุ๊ค ให้การรับสารภาพว่า ก่อนตำรวจมาจับตนเสพยาบ้าไป 3 เม็ด ติดเสพยาบ้ามาตั้งแต่อายุ 15 ปี ปัจจุบันเสพวันละ 10 เม็ดเป็นอย่างน้อย เมื่อ 2-3 ปี ที่ผ่านมา ไม่มีเงินซื้อยาเสพติด เลยตัดสินใจมาเป็นผู้ค้าเอง โดยซื้อยาบ้ามาจากเพื่อนต่างหมู่บ้านครั้งละ 3 ถุง จำนวน 600 เม็ด ในราคาถุงละ 3,500 บาท นำมาขายให้กับเพื่อนร่วมแก๊ง และลูกค้าในราคาเม็ดละ 20-50 บาท แล้วแต่จำนวนที่ซื้อมากหรือน้อย
ตนเป็นลูกชายกำนัน เมื่อถูกตำรวจจับก็รู้สึกอับอาย เพราะแม่เป็นผู้นำระดับตำบล และอยากขอโทษแม่ที่ไม่เชื่อฟัง เวลาแม่จะพาไปบำบัดก็ไม่สมัครใจไป และจะหลบหนีทุกครั้ง ตอนนี้รู้สึกสำนึกผิดแล้ว และสัญญาว่าจะเลิกเสพเลิกขายยาอีกต่อไป ส่วนพ่อตนก็ห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับยาบ้า แต่ตนก็ไม่เชื่อฟัง เพราะพ่อก็เสพยาบ้าเหมือนกัน แต่ไม่ได้มาซื้อกับตน
ด้าน ร.ต.อ.อุดมโชค สิงหกุลศิริ รอง สว.สส.สภ.ย่อยโนนสูง เปิดเผยว่า นายฟลุ๊คลูกชายกำนัน ไม่เคยถูกจับมาก่อน แต่อีก 3 คน เคยถูกจับเสพมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ไม่ยอมเลิกสักที และติดเสพยาบ้ากันมาตั้งแต่เป็นเยาวชน หรือวัยรุ่น ตอนที่เราเข้าไปจับทุกคนตกใจกลัวจนทำอะไรไม่ถูก บางคนเอายาบ้าทิ้งลงพื้น แต่ก็ยอมรับว่าเป็นของตัวเอง ครั้งนี้เราวางแผนรอบคอบรัดกุมกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ที่พวกเขาไหวตัวทัน และวิ่งหลบหนีไปในความมืดได้ทุกครั้ง และที่ผ่านมาไม่ใช่กระท่อมแห่งนี้ บางทีเขาจะไปมั่วสุมกันที่กระท่อมนาของพ่อนายฟลุ๊ค กระท่อมนาร้างตามหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลบ้านตาด ที่รถยนต์เข้าไม่ถึง แต่ครั้งนี้เขามาขายยาบ้าในกระท่อมนาของแม่ตนเอง และเราใช้รถจักรยานยนต์ในการเข้าพื้นที่ จึงไม่มีใครรู้ตัวว่ามีตำรวจเข้ามาในพื้นที่
นายฟลุ๊ค ถือว่าเป็นผู้ค้ายาบ้าระดับกลาง เป็นเอเย่นต์ใน ต.บ้านตาด ขายให้กับวัยรุ่นในพื้นที่ และทางเราติดตามความเคลื่อนไหวมานานนับ 1 ปีแล้ว แม่ก็เคยว่ากล่าวตักเตือนมาแล้ว และจะนำตัวไปบำบัดรักษาเขาก็ขัดขืนหลบหนีทุกครั้ง และคงไม่ทราบว่าลูกชายผันตัวมาขายยาบ้าแล้ว ในส่วนที่เขาบอกว่าพ่อเขาก็เสพยาบ้านั้น เป็นคำให้การของเขา แต่ก็เป็นข้อมูลส่วนหนึ่งของทางตำรวจที่สืบทราบมาด้วย แต่เขาไม่ได้ขายหรือเอายาบ้าให้พ่อตัวเองเสพ ไม่รู้ว่าพ่อซื้อยาบ้ามาจากใคร
ส่วนถุงที่สำหรับแบ่งบรรจุยาบ้าขายจำนวน 3 กิโลกรัม หรือจำนวนหลายพันถุงนั้น เขาบอกว่าซื้อมาแพคยาบ้าขาย โดยซื้อมาครั้งละหลายกิโลกรัม ซึ่งมันสวนทางกับคำที่เขาให้การว่าซื้อยาบ้าขายครั้งละ 600 เม็ด แต่ก็เป็นคำให้การของเขา ทางเราก็ไม่ปักใจเชื่อ แต่เขาก็ให้การเป็นประโยชน์ว่าซื้อยาบ้ามาจากใคร ทางเราก็จะได้ขยายผลการจับกุมต่อไป และในขณะที่ ร.ต.อ.อุดมโชค สิงหกุลศิริ กำลังให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว ก็มีลูกค้าโทรศัพท์มาสั่งซื้อยาบ้ากับนายฟลุ๊คอยู่หลายครั้ง
乌隆他尼——警方突袭了乌隆他尼一处由村长之子经营的毒窝,并在一个简易棚屋内逮捕了他,罪名是吸食和贩卖冰毒。警方缴获了214粒冰毒药丸。嫌疑人承认从15岁起就开始吸食冰毒,每天至少服用10粒。他还表示,他的父亲也吸食冰毒,但并非从他那里购买。
2026年9月22日上午11时30分,在乌隆他尼府直辖县侬松镇派出所侦查室,侬松镇派出所副侦查员乌东乔克·辛加库西里警官率领“邦科”侦查小组,逮捕了一名绰号“卡姆南之子帮”的冰毒贩子兼吸毒者。嫌疑人为23岁的查诺克南·万普罗姆(绰号“弗卢克”),居住于乌隆他尼府直辖县班塔镇8村班因普朗村,系当地村长之子,也是该团伙头目。缴获物品包括:一个黑色肩包内发现的142粒冰毒药丸;用于包装和销售的3公斤装在透明塑料袋(4×6厘米)中的冰毒;以及一部用于联系毒贩的手机。
23岁的Boonanan Luealueang先生(昵称Boss),居住于乌隆他尼府直辖县农海街道农海村1号,因持有67粒冰毒和一部手机被捕。同时被捕的还有26岁的Warayut Wilairat先生(昵称Not),居住于乌隆他尼府直辖县班塔街道素颂汶村10号,持有5粒冰毒。Boss的妻子,25岁的Phaerisa Thesakhiao女士(昵称Wai),居住于乌隆他尼府直辖县班占街道坎克林村,也因持有冰毒被捕。三人被发现在稻田小屋内吸食冰毒,他们是从Fluke先生处购买毒品,打算自用并转售牟利。
他们在乌隆他尼府班塔镇班因普朗村以北的一间田间小屋被捕。审讯期间,尿检结果呈病毒阳性,这意味着所有人的尿液都呈紫色。
班塔镇村长之子弗卢克先生和博斯先生被控“吸食并贩卖第一类毒品(甲基苯丙胺)并意图贩卖,违反法律”。诺特先生被控“非法吸食并持有第一类毒品(甲基苯丙胺)”,博斯先生的妻子韦女士被控“吸食第一类毒品(甲基苯丙胺)违反法律”。三人已被拘留,并移交农松镇警察局侦查人员作进一步法律程序。
此事源于2026年9月21日晚上10点30分,农松镇派出所副调查员乌东乔克·辛加库尔西里警官接到的一条线报。一名线人举报称,村长的儿子弗卢克在村边稻田里的一间小屋里吸食并贩卖冰毒,而这间小屋正是弗卢克的住所。警方精心策划了一次抓捕行动,为了避免被侦查,他们使用了摩托车,最终抓获了整个团伙,并缴获了毒品。
逮捕行动结束后,班塔镇的女村长听到消息后前来表明身份,称自己是稻田小屋的主人,也是弗卢克的母亲。看到儿子和他的同伙被警察逮捕,她震惊得说不出话来,只好告诉警察依法办事。她解释说,她只知道儿子吸食冰毒,但从不知道他竟然是毒贩。她说儿子一直拒绝接受戒毒治疗,总是能逃脱,让她无话可说,也无话可说。
在审讯过程中,弗卢克先生供认,在被警方逮捕前,他服用了3粒冰毒。他从15岁起就染上了冰毒瘾,目前每天至少服用10粒。过去两三年里,他一直没钱买毒品,于是决定自己贩毒。他从另一个村子的朋友那里一次性购买3袋冰毒,共计600粒,每袋价格为3500泰铢。然后,他根据购买数量,以每粒20至50泰铢的价格将冰毒卖给他的团伙成员和顾客。
他说自己是村长的儿子,被捕后感到羞愧,因为他的母亲是村里的领袖。他想向母亲道歉,因为他不听母亲的话,一直拒绝接受戒毒治疗,还试图逃跑。他现在感到懊悔,并承诺戒除吸毒和贩毒。他还劝父亲不要沾染冰毒,但父亲不听,因为他自己也吸食冰毒,虽然他父亲不从他那里购买。
农松镇派出所副调查员乌东乔克·辛加库尔西里警官透露,村长的儿子弗卢克此前从未被捕。然而,其他三人曾多次因吸毒被捕,但始终拒不戒毒。他们自幼便染上冰毒。警方前来逮捕时,所有人都惊恐万分,不知所措。有人将冰毒扔在地上,但承认是自己的。这次,警方的行动计划比以往更加周密,以往他们总能逃脱警方的侦查,遁入夜色之中。过去,他们并不使用这间小屋。有时,他们会聚集在弗卢克父亲位于稻田里的小屋,或是班塔镇其他车辆无法到达的村庄里废弃的稻田小屋。但这一次,他们是在他母亲的稻田小屋里贩卖冰毒,而且警察骑摩托车进入该地区,所以没有人注意到警察的出现。
弗卢克先生被认为是中级冰毒贩子,是班塔特分区的一个代理人,主要向当地青少年贩卖冰毒。我们已经监视他一年多了。他的母亲之前曾警告过他,并试图带他去戒毒所,但他每次都拒绝并逃跑。她可能并不知道儿子已经开始贩卖冰毒。至于他声称父亲也吸食冰毒,那是他自己的证词,但也是警方收集到的信息之一。然而,他否认向父亲出售或提供冰毒,也不知道父亲从哪里购买冰毒。
关于用于包装3公斤冰毒(或总计数千袋)的袋子,他声称购买这些袋子是为了重新包装毒品后再出售,每次购买数公斤。这与他声称一次购买600粒药丸的说法相矛盾。然而,这只是他的说法,我们对此并不完全信服。但他提供了关于冰毒来源的有用信息,因此我们将扩大调查范围,进行更多逮捕。在警官乌多姆乔克·辛加库尔西里接受记者采访期间,有几位顾客打电话向弗卢克先生订购冰毒。