“ป๋อง สุพรรณ” ลั่นต้องแยกศรัทธากับงมงาย เผยเลิกห้อยเหรียญเหนือดวง หันมาบูชาหลวงพ่อโสธร“Pong Suphan”强调了区分信仰和迷信的必要性,并透露他已经停止佩戴被认为能带来好运的护身符,转而崇拜龙婆索通。
ลั่นต้องแยกศรัทธากับงมงาย “ป๋อง สุพรรณ” แจงปมถวายทอง 1 กิโลกรัม ร่วมสร้างองค์พ่อจตุคามรามเทพ เผยครอบครัวเสียใจ ก่อนถอนหายใจบอกว่า “ศรัทธาสิ้นสงสัย แต่ศรัทธาก็แพ้สีกาได้”

ลั่นต้องแยกศรัทธากับงมงาย “ป๋อง สุพรรณ” แจงปมถวายทอง 1 กิโลกรัม ร่วมสร้างองค์พ่อจตุคามรามเทพ เผยครอบครัวเสียใจ ก่อนถอนหายใจบอกว่า “ศรัทธาสิ้นสงสัย แต่ศรัทธาก็แพ้สีกาได้” หลังจากนี้ผิดว่าไปตามผิด ย้ำตอนนี้ไม่ห้อยเหรียญเหนือดวง เตรียมนำไปหล่อทองขาย เผยหันมาห้อยหลวงพ่อโสธรแทนแล้ว
เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ภายหลังจากเข้าให้ปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง เวลา 13.00 น. นายเสมอ งิ้วงาม หรือ “ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระรุ่นใหญ่ชื่อดัง ออกมาให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่เกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสวัด โดยป๋อง สุพรรณเปิดเผยว่า วันนี้มาให้ปากคำและให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนหลายเรื่อง
ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า ในส่วนที่ตนมีชื่อเป็นกรรมการในมูลนิธิหวันโชติ ที่นายอติโชติ ทันประเสริฐ หรืออดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จัดตั้งขึ้น โดยบอกว่า ตนไม่มีอำนาจในการสั่งจ่ายเงิน โดยผู้ที่มีอำนาจสั่งจ่ายมี 3 คน คือ แม่ของอดีตเจ้าอาวาส เลขานุการ และเหรัญญิก ดังนั้นตนจึงไม่ได้รับรู้เรื่องเงิน และไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเงินของมูลนิธิ และยืนยันว่า ตนไม่เคยเข้าไปยุ่งกับเงินวัด และสามารถตรวจสอบบัญชีได้ พร้อมย้ำว่าไม่เคยเอาเงินวัด มีแต่เป็นผู้ถวายเงินและถือว่าเป็นการทำบุญ ส่วนทองที่ถวายก็มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปหุ้มองค์พ่อ
ส่วนกรณีที่มีคนถามถึงเรื่องทองคำ 1 กิโลกรัมที่ตนถวาย ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า ทองดังกล่าวถวายเพื่อใช้หุ้มองค์พ่อจตุคามรามเทพที่วัด ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนเคารพและศรัทธา
ก่อนจะมีดำริว่าจะบุองค์พ่อทั้งหมด จึงนำช่างมาตีราคาและคำนวณว่าจะต้องใช้ทองประมาณ 9 กิโลกรัม โดยตนเป็นหนึ่งในผู้ที่ศรัทธาและถวายทองจำนวน 1 กิโลกรัม ส่วนทองทั้งหมดนั้นยังอยู่กับช่างอีกประมาณ 2 กิโลกรัม ซึ่งนำไปรีดอยู่ โดยวันนี้ตนได้ให้ข้อมูลกับกองปราบ และได้รับข้อมูลว่าช่างได้ติดต่อเพื่อนำทองมาคืนแล้ว เพื่อจะได้นำไปบุองค์พ่อให้เสร็จ หรือส่งมอบให้ทางวัดดำเนินการต่อ
ป๋อง สุพรรณ ยังฝากถึงผู้ที่จะเข้ามาเป็นเจ้าอาวาสต่อ หรือผู้ที่จะเข้ามาดำเนินการเกี่ยวกับวัดว่า ไม่อยากให้ทำลายองค์พ่อ แต่หากเป็นไปได้อยากให้บูรณะ หรือสร้างวิหารแยกต่างหาก เพื่อให้ลูกศิษย์และผู้ที่ศรัทธาองค์พ่อจตุคามรามเทพได้เข้าไปกราบไหว้และขอพร
วัดก็ส่วนวัด และวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีของดี หากใครไม่ดีและออกไปแล้วก็ต้องตัดออกไป เพราะตนรับไม่ได้
ส่วนเรื่องที่ต้องการชี้แจงมากที่สุด คือกรณีที่อาจารย์โชติไม่จับเงิน โดยป๋อง สุพรรณเล่าว่า ตนไปวัดตั้งแต่ปี 2552 และบวชที่วัดแห่งนี้วันที่ 26 ตุลาคม 2559 โดยบวชกับหลวงพ่อหวล เป็นอดีตเจ้าอาวาส วัดพุทไธศวรรย์ และได้นำเสาไปถวายหลวงพ่อหวลจำนวน 60 ต้น ความยาวต้นละ 6 เมตร แต่หลวงพ่อหวลบอกว่าให้นำไปไว้ด้านใน เพราะปลวกจะกิน จึงนำไปทิ้งไว้ในสระน้ำ หลังจากหลวงพ่อหวลมรณภาพ และอาจารย์โชติเข้ามาเป็นเจ้าอาวาส อาจารย์โชติได้นำเสาทั้ง 60 ต้นที่ตนถวายขึ้นมา และนำไปสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรมจนแล้วเสร็จ ทำให้ตนเกิดความศรัทธามากขึ้น
ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า ในช่วงที่พูดคุยกัน อาจารย์โชติเคยบอกว่าไม่มีเงินและไม่สร้างวัด โดยการบูรณะวัดต้องใช้เงินประมาณ 200-300 ล้านบาท และอาจารย์โชติบอกว่าจะไม่จับเงินวัด ไม่แตะต้องเงินวัด โดยตอนที่หลวงพ่อหวนมรณภาพ บัญชีวัดมีเงินประมาณ 26 ล้านบาท แต่ล่าสุดตนเพิ่งทราบจากพนักงานสอบสวนว่า เงินวัดมีมากกว่านั้น
ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรในการบูรณะวัด จึงมีการสร้างวัตถุมงคล โดยตนเป็นคนดูแลและติดต่อโรงงาน ส่วนทางวัดจะเป็นผู้จ่ายเงินโดยตรง เมื่อสร้างเสร็จและปลุกเสกเสร็จ ตนก็จะทำเสื้อหรือผ้ายันต์ และไม่เคยนำเงินวัดมาใช้ โดยจะเป็นผู้ทำพิธี ประชาสัมพันธ์ และเชิญชวนให้คนมาร่วมทำบุญ เพราะมีความศรัทธาและต้องการช่วยกันสร้างวัด
ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า เงินสามารถหาได้จริง แต่สุดท้ายวัดไม่ได้ถูกสร้างตามวัตถุประสงค์ จึงต้องขออภัยลูกศิษย์และผู้ใหญ่ที่ตนเคยแนะนำหรือชักชวนให้ไปทำบุญ เพราะตนศรัทธาจริงๆ พร้อมระบุว่า เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ตนต้องแยกระหว่างความศรัทธากับความงมงาย เพราะเมื่อเห็นภาพที่เกิดขึ้น ตนรู้สึกเสียใจมากจุกอก เพราะครอบครัวศรัทธานับถือจริงๆ
สำหรับเหรียญเหนือดวง ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า รุ่นที่สร้างขึ้นในปี 2549 ตนยังไม่ได้เข้าวัด แต่รุ่นหลัง ๆ ที่สร้างขึ้น เช่น รุ่นปาฏิหาริย์ เหนือดวง ตนช่วยประชาสัมพันธ์เพื่อให้คนไปจองวัตถุมงคลที่วัด และนำเงินเข้าวัดเพื่อบูรณะวัด แต่วันนี้อดีตเจ้าอาวาสไม่ได้นำเงินไปสร้างตามวัตถุประสงค์ ตนจึงรับไม่ได้ และได้มาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวน ปัจจุบันสำหรับเหรียญรุ่นเหนือดวง ครอบครัวของตนเองไม่มีใครห้อยแล้ว และจะนำไปให้ช่างทองนำไปหล่อและขาย แล้วนำเงินไปทำบุญ ส่วนตอนนี้ตนมาห้อยหลวงพ่อโสธร
ส่วนวัตถุมงคลที่อดีตพระโชติสร้างขึ้นและตนมีไว้ครอบครอง ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีการสร้างวัตถุมงคล ส่วนหนึ่งที่ตนจองก็จะต้องจ่ายเงินในราคาเดียวกับคนอื่น โดยบางส่วนเพื่อนฝากจอง และแบ่งให้ทีมงานที่ต้องการ ส่วนตนจะเก็บไว้เพียงชุดหนึ่งเพื่อห้อย
ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า หากจับสลากได้หมายเลขพิเศษและมีคนเสนอราคาสูง ตนก็ไม่ได้ขาย แต่เก็บไว้ โดยวัตถุมงคลที่มีอยู่ไม่ได้มีจำนวนมาก และจะมีการแบ่งให้คนในสายที่ตนพาไปชวนหรือไปร่วมประมูลกัน เพราะเป็นการทำบุญ
สำหรับเหรียญหายากที่มีไว้ครอบครอง ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า รุ่นที่หายากอาจเป็นรุ่นเหนือดวง ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูงและเป็นที่นิยม โดยชาวต่างชาติ โดยเฉพาะฮ่องกง ซื้อในราคาสูง และเท่าที่ทราบเคยมีการซื้อกับอาจารย์โชติโดยตรงในราคา 15 ล้านบาท ส่วนตัวเชื่อว่าคนที่มีเหรียญเหล่านี้อยู่ยังรับได้ เพราะเป็นองค์พ่อ ไม่ใช่รูปของอาจารย์โชติ
ส่วนกรณีที่อดีตเจ้าอาวาสประสานให้ตนเข้าไปเป็นกรรมการ ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า อดีตเจ้าอาวาสแจ้งวัตถุประสงค์ให้ทราบ หากไม่แจ้งตนก็ไม่ทำ โดยบอกว่าจะบูรณะวัด และกรรมการรวมถึงลูกศิษย์จะต้องช่วยกันหาเงินมาสร้างวัด จากนั้นจึงมีการสร้างวัตถุมงคล และนำเงินถวายให้วัด โดยทางวัดเป็นผู้ขายและจ่ายเงินเอง
ส่วนกรณีที่สีกาเอ๋เข้าวัดในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่ตนเข้ามาศรัทธานั้น ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า สีกาเอ๋เข้ามาทีหลัง และตนเพิ่งเห็นเมื่อประมาณ 1-2 ปีที่ผ่านมา พร้อมระบุว่า แม้แต่ลูกศิษย์ที่อยู่ใกล้ชิดก็ไม่รู้เรื่อง โดยมีลูกศิษย์คนหนึ่งโทรศัพท์มาบอกว่าเหมือนถูกหลอกมานาน 20 ปี และตนก็สงสารลูกศิษย์บางคนที่เคยดูแลและขับรถให้
ส่วนเรื่องเงินวัด ป๋อง สุพรรณ ยืนยันว่าไม่รู้เรื่อง เพราะการเงินเป็นบัญชีที่ทางอดีตเจ้าอาวาสดูแลเอง โดยเวลาที่ตนทำบุญจะโอนเงินเข้าบัญชีที่เป็นชื่อของนายโชติ และมีหลักฐานการโอนเงินชัดเจน เช่น การถวายประทัด 2 แสนนัด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 30,000-32,000 บาท โดยตนจะโอนเงินและแจ้งว่าโอนแล้ว
ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า ทุกสำนักข่าวโทรศัพท์มาหาตน แต่ที่ผ่านมาไม่เคยอยากออกไปรายการ เพราะยังรู้สึกชอกช้ำ และเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ตนรับไม่ได้ แต่ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ใครผิดก็ว่ากันไปตามผิดแต่วันนี้กองปราบเรียกมา จึงมาให้ข้อมูลในฐานะพยาน และนำข้อมูลที่มีมาให้ ซึ่งหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน
ทั้งนี้ถ้าหากตนเองไม่ศรัทธาก็คงไม่พานักมวยไปกราบไหว้ โดยล่าสุดก่อนที่จะมีเรื่อง ตนยังพานักมวยไปไหว้ และนักมวยก็ชนะการแข่งขัน
ส่วนกรณีมูลนิธิออกใบอนุโมทนาบัตร ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า วันนี้ได้ให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนแล้ว โดยมูลนิธิไม่สามารถออกใบอนุโมทนาบัตรได้ ส่วนทางวัดเป็นผู้ไปออกใบของวัดเอง ไม่เกี่ยวกับมูลนิธิ ซึ่งเงินที่เข้ามูลนิธิจะนำไปซื้อเครื่องมือแพทย์ โดยโอนไปยังบริษัทเครื่องมือแพทย์โดยตรง และนำไปซื้อข้าวสารแจกประชาชน ซึ่งเป็นกิจกรรมของมูลนิธิ
สำหรับการที่ตนเป็นกรรมการมูลนิธิ ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า มีคนบอกว่าให้เป็นกรรมการ เพราะตนมีความศรัทธาและเห็นว่ามูลนิธิน่าจะสามารถสร้างประโยชน์ได้ จึงรับเป็นกรรมการ แต่ไม่ได้มีสิทธิ์หรือมีการประชุมเพื่อให้กรรมการรับรู้ว่าจะดำเนินการเรื่องใด โดยผู้ที่มีอำนาจจะเป็นอดีตเจ้าอาวาสที่เป็นผู้เซ็นเบิกเงินมาใช้
ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า เลขานุการของมูลนิธิได้เข้ามาชี้แจงแล้ว โดยมูลนิธิมีกรรมการทั้งหมด 7 คน และวันนี้มีผู้เข้ามาชี้แจง 5 คน ส่วนตนเพิ่งเข้ามาเป็นกรรมการ โดยมูลนิธิเพิ่งตั้งเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนของปีที่ผ่านมา ทำให้เงินไม่ได้เข้ามากมาย และตนไม่ค่อยรู้เรื่องมูลนิธิ เนื่องจากไม่มีอำนาจในการสั่งจ่าย เป็นเพียงกรรมการเท่านั้น
เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีการเบิกจ่ายเงินกี่ครั้ง ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า ไม่ทราบ เพราะไม่มีวาระการประชุม โดยเลขานุการและเหรัญญิก รวมถึงอาจารย์โชติจะเป็นผู้รู้ ส่วนตนเป็นเพียงกรรมการเหมือนคนอื่นและไม่ทราบเรื่อง
เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีเงินเข้าบัญชีส่วนตัวหรือไม่ ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า มีบัญชีส่วนตัวของนายโชติ และในส่วนของวัตถุมงคลที่สร้างขึ้น ตนจะถวายเงินสด
ก่อนที่ที่สุดท้ายป๋อง สุพรรณจะกล่าวทิ้งท้ายว่า “เฮ้อศรัทธาสิ้นสงสัย แต่ศรัทธาก็แพ้สีกาได้” จึงขอขอบคุณผู้สื่อข่าวทุกคน และขอโทษพี่น้องที่ตนเคยชักชวนให้ไปวัดและทำบุญ แต่เชื่อว่าคนที่ไปทำบุญได้รับกุศลแล้ว ส่วนคนที่นำเงินไปแล้วไม่ทำตามวัตถุประสงค์ก็ต้องรับกรรมไป
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะเดียวกัน เมื่อเวลาประมาณ 12.35 น. บิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เดินทางมาดู พงส.กก.1 บก.ป. สอบ “ป๋อง สุพรรณ” เซียนพระรุ่นใหญ่ชื่อดัง
“蓬苏潘”强调区分信仰与迷信的重要性,并解释了他捐赠1公斤黄金用于建造乍都坎拉玛特普雕像所引发的争议。他透露家人对此感到难过,随后叹息道:“信仰毋庸置疑,但即使是信仰也可能被女人战胜。” 他补充说,任何不当行为都将受到相应的惩罚,并强调他已不再佩戴那尊护身符,计划将其熔化出售黄金。他还透露,他现在佩戴的是龙婆索通的护身符。
2026年9月22日下午1点,著名资深护身符专家萨默·恩吉翁甘先生(又名“蓬苏潘”)在与犯罪调查科第一分局的调查人员会面后接受了问询。他作证两个多小时,提供有关寺庙前住持案件的信息。蓬苏潘透露,他前来作证并提供信息,对调查的多个方面都很有帮助。
蓬苏潘表示,关于他的名字被列为由佛陀萨旺寺前住持阿提乔·坦普拉瑟先生创立的万乔蒂基金会的董事,他无权批准任何款项的支付。基金会的授权签字人是前住持的母亲、秘书和财务主管。因此,他既不了解也不参与基金会的财务运作。他重申,他从未干预过寺庙的资金,所有账目均可核实。他强调,他从未拿过任何寺庙的钱,而是出于行善积德而捐赠。他捐赠的黄金原本是用来覆盖佛像的。
关于他捐赠的1公斤黄金的问题,蓬苏潘表示,捐赠的黄金将用于覆盖寺庙中的帕扎图坎拉玛泰普雕像,这是他所尊重和信仰的。
在决定用黄金覆盖整尊佛像之前,寺庙请来一位工匠估价,大约需要9公斤黄金。我是信徒之一,捐赠了1公斤黄金。剩下的约2公斤黄金仍在工匠那里进行加工。今天,我向警方提供了相关信息,得知工匠联系我,希望归还黄金,以便用于完成佛像的制作,或者交给寺庙进行进一步加工。
蓬苏潘还呼吁未来的住持或寺庙管理者,不要毁坏帕扎图坎拉玛泰普的圣像。但如果可能,他希望他们能够修复圣像,或建造一座独立的佛龛,以便信徒和所有信奉帕扎图坎拉玛泰普的人都能前来参拜并祈福。
寺庙就是寺庙,寺庙里有圣物和珍贵遗迹。如果有人作恶擅自离开,就必须清除出去,因为我无法容忍这种人。
最需要澄清的问题是阿赞乔蒂没有经手这笔钱。蓬苏潘解释说,他从2009年就开始去这座寺庙,并于2016年10月26日由佛陀沙旺寺的前任住持龙婆华剃度出家。他向龙婆华捐赠了60根柱子,每根长6米,但龙婆华告诉他要把柱子放在室内,因为会被白蚁蛀蚀。于是他把柱子扔进了池塘。龙婆华圆寂后,阿赞乔蒂接任住持,他取回了蓬苏潘捐赠的60根柱子,并用它们建造了一个禅修中心,并已建成。这进一步增强了蓬苏潘的信仰。
蓬苏潘表示,在他们的谈话中,阿赞乔蒂曾说他没钱,也不会修建寺庙。他说寺庙的修复大约需要2亿至3亿泰铢,阿赞乔蒂还说他不会经手或动用寺庙的资金。銮普欢去世时,寺庙的账户里大约有2600万泰铢,但蓬最近从调查人员那里得知,寺庙的资金远不止于此。
蓬苏潘说,当被问及如何重建寺庙时,他们决定制作圣物。他负责监督制作过程并联系工厂,寺庙则直接支付费用。圣物制作完成并加持后,他会亲自制作衬衫或圣物。他强调,他从未动用寺庙的资金,而是主持仪式、宣传项目,并邀请人们出于信仰和重建寺庙的愿望而捐款。
蓬苏潘表示,虽然钱财可以筹集,但寺庙最终并未按照其最初的用途建造。因此,他向曾被他劝说或鼓励捐款的弟子和长辈们道歉,并强调自己确实怀有虔诚的信仰。他还补充说,事件发生后,他必须区分信仰和迷信,因为看到那些照片让他深感悲痛和心碎,毕竟他的家人都真心相信这座寺庙。
关于“Nueadung”佛牌,Pong Suphan表示他尚未亲自前往寺庙查看2006年版的佛牌。但他曾协助推广后来的版本,例如“Miracle Nueadung”佛牌,鼓励信众在寺庙预订佛牌,并将所得款项用于寺庙修缮。他表示不赞同前任住持的行为,认为其不可接受,因此向调查人员提供了相关信息。目前,他家中无人佩戴“Nueadung”佛牌,他们计划将其熔化出售,所得款项捐给慈善机构。他目前佩戴的是Luang Pho Sothon的佛牌。
关于他所拥有的已故帕卓提大师制作的佛牌,蓬苏潘表示,每次佛牌制作完成,他都必须支付与其他人相同的价格来预定。有些佛牌是替朋友预定的,有些则送给了想要的团队成员。他自己只留了一套佩戴。
蓬苏潘表示,如果他在彩票中抽到特殊号码,并且有人出价很高,他不会出售,而是会自己留着。他拥有的护身符数量不多,会将它们分享给他的朋友圈,包括他邀请的人和参与拍卖的人,因为这是一种行善的方式。
关于他收藏的珍稀钱币,蓬苏潘表示,其中最稀有的可能是“天命之上”(Nuea Duang)版,这种钱币价格昂贵且非常受欢迎,尤其受到外国人的追捧,特别是香港的藏家,他们往往愿意以高价购买。他提到,他知道有人直接从阿赞乔蒂手中以1500万泰铢的价格购得此币。他认为,拥有这些钱币的人仍然可以接受它们,因为钱币上描绘的是父亲的形象,而不是阿赞乔蒂本人。
关于前任住持邀请他加入委员会一事,蓬素潘表示,前任住持已告知他此行的目的;若非事先知情,他不会应邀。前任住持解释说,此行的目的是修缮寺庙,委员会成员(包括弟子)需协助筹集修缮资金。随后,他们制作了圣物,并将所得款项捐赠给寺庙,寺庙则负责销售和收款。
关于西卡艾与他几乎同时进入寺庙一事,蓬苏潘表示,西卡艾是后来才来的,他大约一两年前才见过她。他还补充说,就连他的亲近弟子都不知道这件事。一位弟子打电话来说,感觉他们被骗了二十年,他很同情那些曾经照顾她、开车送她四处走动的弟子。
关于寺庙的财务状况,蓬苏潘证实他对此一无所知,因为财务由前任住持管理。他捐赠时,会将钱转入乔蒂先生名下的账户,并有清晰的转账凭证,例如捐赠20万个鞭炮,价值约3万至3.2万泰铢。他会转账后通知账户持有人。
蓬苏潘表示,所有新闻媒体都联系过他,但他一直不愿上电视节目,因为他仍然心有余悸,而且认为这件事无法接受。不过,他请求当局依法办案,将罪犯绳之以法。今天,警方传唤了他,所以他前来作证,提供他所掌握的信息,希望这些信息能对调查有所帮助。
如果我没有信仰,我就不会带拳击手们去吊唁。就在这件事发生之前,我还带拳击手们去吊唁过,而且他们还赢得了比赛。
关于基金会开具捐赠收据的问题,蓬素潘表示他今天已向调查人员提供了相关信息。他解释说,基金会无权开具此类收据;寺庙自行开具收据,这与基金会无关。他还补充说,基金会收到的款项用于购买医疗设备(直接转给医疗设备公司)以及购买大米分发给公众,这些都是基金会活动的一部分。
关于他作为基金会理事的角色,Pong Suphan表示,他受邀担任理事是因为他信任该基金会,并相信这能带来益处,因此他接受了邀请。然而,他没有任何权力,也不会出席会议向理事会汇报任何决定。有权签字和拨付资金的是前任住持。
庞素潘表示,基金会秘书已作出澄清。该基金会共有七名理事,今天有五位前来说明情况。他本人是近期才加入理事会的,因为该基金会去年11月19日才成立。因此,基金会获得的资金并不多,而且由于他没有拨款权限,对基金会的运作了解不多;他仅仅是一名理事。
当被问及过去曾拨付过多少次款项时,Pong Suphan表示他并不知情,因为没有会议议程。他说秘书、财务主管和Choti教授应该知道,而他只是和其他人一样的委员会成员,对此事并不了解。
当被问及是否有任何款项存入个人账户时,Pong Suphan 表示 Choti 先生有一个个人账户,至于所制作的圣物,他会捐赠现金。
在结束发言前,蓬苏潘说道:“唉,信仰固然重要,但就连信仰也可能败给一个女人。”随后,他感谢了所有记者,并向他邀请到寺庙并捐款的人们道歉。但他表示,他相信捐款者已经积累了功德,而那些滥用钱财的人必将承担后果。
新闻报道显示,大约下午 12:35,犯罪镇压部门副指挥官 Jaroonkiat Panngew 少将抵达现场,监督由犯罪镇压部门第一分局的调查人员对一位名叫“Pong Suphan”的知名且受人尊敬的护身符专家进行审讯。