ทรัมป์ประกาศ เปลี่ยนชื่อเรียก AI เป็น "Super Intelligence" ที่เวที UNGA特朗普在联合国大会上宣布,他将把人工智能更名为“超级智能”。
โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเปลี่ยนชื่อ AI เป็น "Super Intelligence" หรือ “สุดยอดสติปัญญา” กลางที่ประชุม UNGA โดยอ้างว่า ความหมายตรงกว่า และฟังดูดีกว่า พร้อมขอให้ทั่วโลกหันมาใช้ตาม

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเปลี่ยนชื่อ AI เป็น "Super Intelligence" หรือ “สุดยอดสติปัญญา” กลางที่ประชุม UNGA โดยอ้างว่า ความหมายตรงกว่า และฟังดูดีกว่า พร้อมขอให้ทั่วโลกหันมาใช้ตาม
เมื่อวันอังคารที่ 22 ก.ย. 2569 โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศกลางที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) ว่า สหรัฐฯ จะเปลี่ยนชื่อเรียกเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในเอกสารทางราชการเป็น "Super Intelligence" (สุดยอดสติปัญญา) โดยอ้างว่าคำว่า "Artificial" (เทียม/ประดิษฐ์) นั้นฟังดูด้อยค่าเทคโนโลยีจนเกินไป
ผู้นำสหรัฐฯ ยังแสดงจุดยืนปฏิเสธข้อเรียกร้องเรื่องการสร้างกลไกควบคุม AI ระดับสากลอย่างสิ้นเชิง โดยระบุว่าเป็น "แผนการของพวกโลกาภิวัตน์" ที่ต้องการเข้ามากดดันและควบคุมเทคโนโลยีใหม่นี้
ทรัมป์เชื่อว่าชื่อ "Super Intelligence" ฟังดูดีกว่าและแม่นยำกว่า โดยหวังให้ทั่วโลกเปลี่ยนมาใช้ตาม
"มันฟังดูดีกว่าเยอะ มันดีกว่ามาก และมันแม่นยำกว่ามากด้วย" ทรัมป์กล่าว "นับจากนี้เป็นต้นไป เอกสารทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา และหวังว่ารวมถึงทั่วโลกด้วย จะถูกเปลี่ยนมาใช้คำว่า 'Super' ซึ่งมีความแม่นยำกว่าคำว่า 'Artificial' ดังนั้นมันจึงเป็น Super Intelligence"
การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้เกิดขึ้นต่อจากนโยบายก่อนหน้าของทรัมป์ เช่น การออกคำสั่งฝ่ายบริหารเปลี่ยนชื่ออ่าวเม็กซิโกเป็น "อ่าวอเมริกา" และเปลี่ยนชื่อทะเลสาบออนแทริโอเป็น "ทะเลสาบอเมริกา" ในช่วงพิพาททางการค้ากับแคนาดา รวมถึงเคยเปรยว่าจะเปลี่ยนชื่อมหาสมุทรแอตแลนติกหรือแปซิฟิกด้วย
ทรัมป์เปรียบเทียบคำเตือนเรื่องอันตรายจาก AI กับเตือนเรื่องโลกร้อน โดยกล่าวว่ากลุ่มคนที่เคยบอกว่าโลกจะสูญพันธุ์ใน 12 ปีเพราะภาวะโลกร้อน คือกลุ่มเดียวกันที่ออกมาเตือนว่าหุ่นยนต์หรือ AI จะทำลายล้างมนุษยชาติ และเขายืนยันปฏิเสธความพยายามใดๆ ที่จะสร้างกรอบควบคุมระดับโลก โดยมองว่าเป็นภัยต่อการเติบโตทางเทคโนโลยี
"สหรัฐอเมริกาปฏิเสธความพยายามใดๆ ที่จะสร้างแผนการโลกาภิวัตน์ขึ้นมาเพื่อควบคุม... ปัญญาประดิษฐ์ โดยสิ้นเชิง" ทรัมป์กล่าว "ทุกๆ เทคโนโลยีใหม่ที่ยิ่งใหญ่ย่อมนำมาซึ่งความท้าทาย และ Super Intelligence ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ... ผมจะไม่ขัดขวางการเติบโตของสิ่งที่จะยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าการปฏิวัติอุตสาหกรรม"
ก่อนการประชุม ผู้นำมากกว่า 20 ประเทศ (ส่วนใหญ่เป็นประเทศในยุโรป) ได้ออกมากดดันให้มีมาตรการความปลอดภัยที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เนื่องจากกังวลว่าการพัฒนา AI จะโตไวเกินกว่ามนุษย์จะควบคุมได้ แต่ประเทศมหาอำนาจด้าน AI ทั้ง สหรัฐฯ และจีน ต่างไม่รับรองข้อเสนอควบคุมระดับโลกดังกล่าว
ขณะที่นาย อันโดนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการ UN เรียกร้องให้สหรัฐฯ และจีน หันมาเปิดบทสนทนาและสร้างช่องทางสื่อสารเกี่ยวกับ AI ร่วมกัน โดยเปรียบเทียบกับช่วงสงครามเย็นที่มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และสหภาพโซเวียตยอมหันหน้าเจรจากันเพื่อจัดการความเสี่ยงต่อการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ
ปัจจุบัน สหรัฐฯ และจีน กำลังอยู่ระหว่างหารือเพื่อจัดตั้งช่องทางสื่อสารด้านความกังวลเกี่ยวกับ AI ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในสัปดาห์นี้
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
唐纳德·特朗普在联合国大会上宣布,他将把人工智能更名为“超级智能”,声称这个名称更准确、听起来更好,并敦促世界各国采用这个术语。
2026 年 9 月 22 日星期二,美国总统唐纳德·特朗普在联合国大会上宣布,美国将在官方文件中将人工智能 (AI) 的名称改为“超级智能”,他认为“人工智能”一词贬低了这项技术的价值。
美国领导人还完全拒绝了建立通用人工智能监管机制的呼吁,称其为旨在压制和控制这项新技术的“全球化计划”。
特朗普认为“超级智能”这个名字听起来更好,也更准确,希望全世界都能接受这个名字。
“听起来好多了。确实好多了,也更准确,”特朗普说。“从现在开始,美国的所有文件,希望全世界的文件,都将改用‘超级’这个词,它比‘人工智能’更准确。所以,是超级智能。”
此次更名延续了特朗普之前的政策,例如在与加拿大发生贸易争端期间,发布行政命令将墨西哥湾更名为“美洲湾”,将安大略湖更名为“美洲湖”,以及暗示将大西洋或太平洋更名。
特朗普将有关人工智能危险性的警告与有关全球变暖的警告相提并论,称那些声称世界将在12年内因全球变暖而毁灭的人,正是那些警告机器人或人工智能将毁灭人类的人。他重申反对任何建立全球控制框架的企图,认为这会对技术发展构成威胁。
特朗普说:“美国反对任何试图通过全球化计划来完全控制人工智能的企图。每一项伟大的新技术都会带来挑战,超级智能也不例外……我不会阻碍这项将超越工业革命的伟大技术的发展。”
峰会召开前,来自20多个国家(主要为欧洲国家)的领导人敦促各国采取具有法律约束力的安全措施,理由是人工智能发展速度过快,人类难以控制。然而,美国和中国等人工智能超级大国并未支持这种全球控制的提议。
联合国秘书长安东尼奥·古特雷斯呼吁美国和中国就人工智能问题展开对话并建立沟通渠道,并将此与冷战时期美国和苏联等超级大国同意就如何应对人类生存面临的风险进行谈判的情况相提并论。
目前,美国和中国正在讨论建立一个沟通渠道,以解决本周特朗普总统和习近平主席峰会之前双方对人工智能的担忧。
关注国际新闻:https://www.thairath.co.th/news/foreign