← 返回新闻首页
泰国主流

คนอายุ 60 -65 ปี เลือกรถใหม่ยังไงให้เหมาะกับวัยแบบใช้ยาว

การเลือกซื้อรถยนต์สำหรับคนวัย 60 ปีขึ้นไป โจทย์สำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนแนวทางการเลือกแบบเดิม อายุมากขึ้น ถึงวัยที่ทำงานน้อยลง หรือเลิกทำงานแล้วอยากหารถใช้งานที่มีราคาไม่แพง

ThairathThairath查看原文 ↗
คนอายุ 60 -65 ปี เลือกรถใหม่ยังไงให้เหมาะกับวัยแบบใช้ยาว
คนอายุ 60 -65 ปี เลือกรถใหม่ยังไงให้เหมาะกับวัยแบบใช้ยาว

การเลือกซื้อรถยนต์สำหรับคนวัย 60 ปีขึ้นไป โจทย์สำคัญที่เข้ามาเปลี่ยนแนวทางการเลือกแบบเดิมก็คือ ตอนยังฟิต มักจะมองรถจากการเน้นอัตราเร่งหวือหวา หรือรูปลักษณ์สปอร์ต พออายุมากขึ้น ถึงวัยที่ทำงานน้อยลง หรือเลิกทำงานแล้วอยากหารถใช้งานที่มีราคาไม่แพง การเลือกรถคันโปรดเมื่ออายุมากขึ้นมักจะมุ่งไปสู่รถที่มีสรีรศาสตร์การขับขี่ (Ergonomics) ทัศนวิสัย ความนุ่มนวล ความโปร่งสบาย และความง่ายในการควบคุม เพื่อให้ทุกการเดินทางผ่อนคลายและปลอดภัยมากที่สุด อันนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับเงินเก็บในกระเป๋าด้วย คนที่มีเหลือมากๆ สามารถเลือกยานพาหนะเอาไว้ขับตอนแก่ตัวได้ง่ายกว่าคนที่ต้องกระเบียดเอาเงินเก่าเก็บออกมาใช้ซื้อรถใหม่ เนื่องจากรถคันเก่าพังจนซ่อมไม่ไหวแล้ว.....

แน่นอนเลยว่า พอแก่ตัว หลังและเข่าของบางคนก็ไม่ค่อยจะดีแล้ว ความสำคัญในเรื่องตำแหน่งเบาะนั่งและการเข้า-ออกตัวรถ กลายเป็นเรื่องต้นๆ ที่จะต้องมองเป็นพิเศษเพราะกะใช้ยาวไม่อยากเปลี่ยนบ่อยๆ รถที่ต่ำเกินไปอย่าง สปอร์ตซีดาน มันเกาะถนนและทรงตัวได้ดีก็จริง แต่ความเตี้ยจะส่งผลต่อข้อเข่าและหลังขณะก้มตัวลงนั่ง ส่วนรถกระบะดัดแปลง (PPV) หรือ SUV ขนาดใหญ่ที่สูงเกินไปจะต้องเกร็งตัวปีนขึ้น

รถประเภท Crossover / B-SUV หรือ C-SUV ที่มีความสูงพื้นถึงเบาะนั่งประมาณ 600–700 มม. คือระยะที่ก้าวขาเข้าไปนั่งได้ทันทีโดยไม่ต้องย่อหรือปีน ประตูที่ออกแบบให้เปิดได้กว้าง ขอบชายล่างประตูที่ปิดทับขอบตัวถังด้านนอก ช่วยป้องกันไม่ให้คราบโคลนหรือฝุ่นเปื้อนขากางเกงเวลาลงจากรถ

ทัศนวิสัยการมองเห็นและเบาะนั่งรองรับสรีระ คนสูงวัยสายตาก็แย่ลงไปตามวัย บางคนขับกลางคืนแทบจะไม่ได้เลย ควรมองเรื่องขนาดของ เสา A-Pillar และกระจกบานหน้า เสาหน้าต้องไม่หนาหรือลาดเอียงจนบังมุมอับสายตาขณะเลี้ยว กระจกมองข้างวางตำแหน่งถอยหลังจากเสา A เล็กน้อยเพื่อลดจุดอับ เบาะนั่งมีทรงและวัสดุบุนุ่มที่ช่วยรองรับกระดูกสันหลัง มีระบบดันหลัง และหมอนรองศีรษะที่ไม่ดันคอมาข้างหน้าจนเกินไป ช่วยลดอาการปวดเมื่อยคอและหลังล่างเมื่อขับทางไกล ลองนั่งก่อนซื้อก็สำคัญมาก บางที เบาะดูสวยแต่นั่งไปแล้วเมื่อยเอาเรื่องก็มี สำหรับฟังก์ชัน กล้อง 360 องศา และระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Monitoring) มีไว้จะช่วยลดภาระการเอี้ยวตัวหรือเอี้ยวคอ

รถที่ใช้งานง่าย จะต้องมีปุ่มกดทางกายภาพสำหรับฟังก์ชันหลักที่ใช้งานบ่อยๆ เช่น ระบบปรับอากาศ อุณหภูมิ และปุ่มปรับระดับเสียง ควรเป็นปุ่มกดหรือลูกบิดแยกต่างหาก การซ่อนฟังก์ชันพื้นฐานไว้ในหน้าจอสัมผัสหลายชั้น ดึงสายตาออกจากถนน และสร้างความหงุดหงิดขณะขับขี่ รวมถึงอาจเกิดอุบัติเหตุได้

มาตรวัดต้องอ่านค่าได้ง่าย คมชัด หน้าจอแสดงผลขนาดพอเหมาะ ฟอนต์ตัวหนังสือใหญ่สบายตา รองรับ Apple CarPlay / Android Auto ที่เชื่อมต่ออัตโนมัติโดยไม่ต้องพึ่งพาการสแกนแอปพลิเคชันซับซ้อน

ช่วงล่างที่นุ่มพอดี ไม่ตึงตังแนวสปอร์ตจนส่งแรงกระแทกถึงกระดูกสันหลังเวลาลงคอสะพาน หรือผ่านรอยต่อถนน และไม่โคลงเคลงย้วยยวบจนทำให้ผู้โดยสารเมารถ การตอบสนองคันเร่งและเบรกแบบค่อยเป็นค่อยไปเน้นนุ่มนวล ขับออกตัวนุ่มนวล คันเร่งตอบสนองสัมพันธ์กับน้ำหนักเท้า เบรกมีน้ำหนักเบรกที่ไม่ลึกเกินไป หรือไม่กระตุกหรือจับแรงจนหัวโยกหัวคลอก โดยเฉพาะในรถไฮบริดและ EV ที่มีระบบ ดึงพลังงานคืน หรือ Regen

การเก็บเสียงรบกวน ก็มีความสำคัญ ถ้ารถที่เลือก มีกระจก Acoustic Glass และการเก็บเสียงลม/เสียงยางที่ดี มันจะช่วยลดความล้าของระบบประสาทเมื่อเดินทางติดต่อกันหลายชั่วโมง

สำหรับระบบความปลอดภัย ควรมี Adaptive Cruise Control พร้อม Stop & Go ช่วยผ่อนแรงการเหยียบคันเร่งและเบรกเมื่อต้องเดินทางไกลหรือเจอรถติด ระบบเตือนและช่วยเบรกอัตโนมัติ (AEB / Rear Cross-Traffic Alert) ช่วยเพิ่มความอุ่นใจเมื่อต้องถอยออกจากซอยหรือช่องจอดที่มีรถบัง

ตัวเลือกประเภทรถที่ตอบโจทย์คนวัย 60

1. Crossover / C-SUV (เครื่องยนต์สันดาป และ HEV ไฮบริด) มีจุดเก่นก็คือ ระดับความสูงเบาะนั่งพอดีกับระยะสะโพก 600–700 มม. ก้าวขึ้น-ลงรถได้ โดยไม่ต้องก้มหลังหรือปีน ทัศนวิสัยมองเห็นขอบทางกว้างขวาง รถรุ่นแนะนำก็คือ Honda CR-V, Toyota Corolla Cross, Subaru Forester, Mazda CX-5

เรียงลำดับราคาอย่างเป็นทางการในไทยจากถูกไปหาแพง ราคาเริ่มต้นของรุ่นป้ายแดงปัจจุบัน

Toyota Corolla Cross ช่วงราคา: 989,000 – 1,254,000 บาท เป็นรถกลุ่ม B-SUV / Crossover ขนาดกะทัดรัดกว่าคันอื่นในตัวเลือก จึงทำราคาเริ่มต้นได้ต่ำที่สุด Mazda CX-5 ราคา 1,219,000 – 1,669,000 บาท Honda CR-V ราคา: 1,409,000 – 1,749,000 บาท Subaru Forester ราคา: 1,450,000 – 2,590,000 บาท โฉมเดิม (ประกอบในประเทศ) มีราคาเริ่มต้นราว 1.45 ล้านบาท ส่วนโฉมใหม่ล่าสุด (นำเข้า CBU ทั้งคัน) ราคา 2,590,000 บาท

Toyota Corolla Cross ช่วงราคา: 989,000 – 1,254,000 บาท เป็นรถกลุ่ม B-SUV / Crossover ขนาดกะทัดรัดกว่าคันอื่นในตัวเลือก จึงทำราคาเริ่มต้นได้ต่ำที่สุด

Mazda CX-5 ราคา 1,219,000 – 1,669,000 บาท

Honda CR-V ราคา: 1,409,000 – 1,749,000 บาท

Subaru Forester ราคา: 1,450,000 – 2,590,000 บาท โฉมเดิม (ประกอบในประเทศ) มีราคาเริ่มต้นราว 1.45 ล้านบาท ส่วนโฉมใหม่ล่าสุด (นำเข้า CBU ทั้งคัน) ราคา 2,590,000 บาท

2. B-SUV / Crossover ระบบ e-POWER (Series Hybrid) ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ให้ความเงียบและความนุ่มนวลแบบรถไฟฟ้า โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการรอคิวชาร์จไฟหรือการใช้งานแอปพลิเคชันตู้ชาร์จ รุ่นแนะนำ Nissan Kicks e-POWER

Nissan Kicks e-POWER (2026) ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 789,900 – 899,900 บาท โดยแบ่งออกเป็น 3 รุ่นย่อยหลัก

Nissan Kicks e-POWER V 789,900 บาท

Nissan Kicks e-POWER VL 849,900 บาท

Nissan Kicks e-POWER SV 899,900 บาท

3. Crossover EV (รถยนต์ไฟฟ้า 100% ทรงยกสูง) ห้องโดยสารเงียบ ไร้เสียงและแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์ การออกตัวนุ่มนวล ไม่มีจังหวะเปลี่ยนเกียร์ ช่วยลดความล้าของประสาทสัมผัสยามเดินทางไกล แต่ก็ต้องวุ่นวายเรื่องของการชาร์จไฟ โหลดแอปและสถานีชาร์จ ต้องทำการจอง ทำให้บางคนไม่สะดวกที่จะไปรถประเภทนี้ แต่ถ้าลองปรับตัวได้ รถไฟฟ้ารุ่นแนะนำคือ Xpeng G6, BYD Atto 3

XPENG G6 Standard Range RWD : 1,189,000 บาท

XPENG G6 Long Range RWD : 1,349,000 บาท

XPENG G6 Performance AWD : 1,489,000 บาท

BYD Atto 3 Premium (50.25 kWh) : 799,900 บาท (ราคาโปรโมชั่นพิเศษ 669,900 บาท)

BYD Atto 3 Extended (60.48 kWh) : 849,900 บาท (ราคาโปรโมชั่นพิเศษ 769,900 บาท)

4. Compact MPV / Crossover MPV (รถอเนกประสงค์หลังคาสูง)จุดเด่น: พื้นตัวถังต่ำแต่หลังคาสูงโปร่ง ประตูเปิดได้กว้าง (หรือเป็นประตูสไลด์ไฟฟ้า) ช่วยให้การก้าวเข้า-ออกจากห้องโดยสารทำได้สะดวกที่สุดโดยแทบไม่ต้องเอี้ยวตัวรุ่นแนะนำ: Toyota Innova Zenix, Nissan Serena e-POWER, Honda Step WGN , Mitsubishi Xpander Cross HEV รถยนต์อเนกประสงค์ Crossover MPV 7 ที่นั่ง ขุมพลังฟูลไฮบริด

Mitsubishi Xpander HEV : 933,000 – 939,000 บาท

Mitsubishi Xpander Cross HEV (รุ่นในภาพ) : 961,000 – 969,000 บาท

Mitsubishi Xpander Cross HEV PLAY (รุ่นตกแต่งพิเศษ) : 981,000 บาท

Toyota Innova Zenix 2.0 HEV Smart 1,379,000 บาท

Toyota Innova Zenix 2.0 HEV Premium 1,489,000 บาท

Nissan Serena e-POWER Highway Star 1,690,000 บาท

Nissan Serena e-POWER Highway Star (หลังคาดำ Two-Tone / สีพิเศษ) 1,710,000 บาท Honda STEP WGN e:HEV SPADA : 1,780,000 บาท (นำเข้า CBU จากประเทศญี่ปุ่น) ที่บอกมาทั้งหมด สำคัญที่สุดก้คือการได้หย่อนก้นทดลองนั่งและขับ ดูว่าเหมาะกับตัวเองหรือเปล่า ชอบหรือไม่ชอบ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า ถ้าเลือกก็ต้องปรับเปลี่ยนการขับใช้งานใหม่ทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้ดูแย่อะไร เพราะเมื่อปรับตัวได้ ชาร์จเฉพาะที่บ้าน รถยนต์ไฟฟ้าน่าใช้พอสมควรถ้าไม่กังวนเรื่อง ราคาขายต่อ และการหมดสภาพเร็วกว่ารถสันดาปที่ใช้น้ำมัน สุดท้าย ราคาที่ซื้อจะต้องไม่ส่งผลกระทบระยะยาวกับการใช้เงินที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิต แต่ถ้าลูกหรือหลานซื้อให้ ก็จัดไปเอาที่ดีที่สุดละครับ.

อาคม รวมสุวรรณ E-Mail chang.arcom@thairath.co.th Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻