เปิดประตูชมโรงงาน BYD ระยอง เจาะลึกสายการผลิตอัจฉริยะ หลังผลิตรถครบ 100,000 คัน打开大门,参观比亚迪罗勇工厂,深入了解其在生产 10 万辆汽车后打造的智能生产线。
เปิดประตูชมโรงงาน BYD แห่งแรกนอกประเทศจีน หลังเดินสายการผลิตในไทยครบ 100,000 คัน เผยกำลังผลิตสูงสุด 150,000 คันต่อปี จ้างงานกว่า 6,000 คน

เปิดประตูชมโรงงาน BYD แห่งแรกนอกประเทศจีน หลังเดินสายการผลิตในไทยครบ 100,000 คัน เผยกำลังผลิตสูงสุด 150,000 คันต่อปี จ้างงานกว่า 6,000 คน ใช้ชิ้นส่วนในประเทศราว 50% พร้อมส่งออกรถจากระยองไปแล้วกว่า 24,000 คัน
เบนสัน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด และ พก ประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ ได้เปิดโรงงาน BYD ประเทศไทยอีกครั้ง เพื่อฉลองการผลิตรถยนต์ใหม่ครบ 100,000 คัน โดยรถคันประวัติศาสตร์ที่ออกจากสายการผลิต คือ BYD ATTO 3 หนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นสำคัญที่ช่วยสร้างชื่อให้แบรนด์ BYD ในตลาดประเทศไทย
โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดระยอง ถือเป็นโรงงานผลิตรถยนต์แห่งแรกของ BYD ที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน และเป็นฐานการผลิตซึ่งมีความสำคัญทั้งต่อตลาดประเทศไทยและการส่งออกไปยังต่างประเทศ
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 โรงงาน BYD ประเทศไทย เริ่มต้นส่งมอบ BYD DOLPHIN ซึ่งไม่เพียงเป็นรถยนต์คันแรกจากสายการผลิตในไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นรถยนต์พลังงานใหม่คันที่ 8 ล้านของ BYD ทั่วโลกอีกด้วย ก่อนที่ยอดการผลิตสะสมในประเทศไทยจะเพิ่มขึ้นแตะหลัก 100,000 คันในเวลาต่อมา
ปัจจุบัน BYD และกลุ่มบริษัทลงทุนในประเทศไทยรวมมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาท โรงงานที่ระยองมีกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คันต่อปี รองรับการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ 5 รุ่น ได้แก่ BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3, BYD SEAL 5 DM-i, BYD SEALION 5 DM-i และ BYD SEALION 6 DM-i ซึ่งทั้งหมดได้รับใบรับรอง Made in Thailand จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยแล้ว
เปิดสายการผลิตอัจฉริยะของ BYD ในไทย
ภายในโรงงานประกอบด้วยกระบวนการผลิตหลักแบบครบวงจร ตั้งแต่การปั๊มขึ้นรูปตัวถัง การเชื่อม การพ่นสี ไปจนถึงการประกอบรถยนต์ รวมทั้งยังมีฐานการผลิตแบตเตอรี่และสายไฟรถยนต์อยู่ในประเทศไทย
โรงงานปั๊มขึ้นรูปติดตั้งเครื่องปั๊มอัตโนมัติขนาดใหญ่ ซึ่งให้แรงกดสูงสุด 7,900 ตัน พร้อมเครื่องทดลองแม่พิมพ์ขนาด 2,500 ตัน และคลังจัดเก็บอุปกรณ์จับชิ้นงานแบบอัตโนมัติ ปัจจุบันสามารถจัดส่งชิ้นส่วนตัวถังได้ประมาณ 6,000 ชุดต่อเดือน
ถัดมาคือโรงงานเชื่อม ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 70,000 ตารางเมตร ภายในประกอบด้วยสายการผลิต 20 สาย และสถานีการผลิต 200 สถานี พร้อมติดตั้งหุ่นยนต์กว่า 520 ตัว โรงงานส่วนนี้สามารถรองรับการผลิตรถยนต์ได้มากถึง 10 รุ่น และมีกำลังการผลิตสูงสุด 45 คันต่อชั่วโมง
ขณะที่กระบวนการพ่นสีใช้เทคโนโลยีสีน้ำ ระบบห้องพ่นสีแบบแห้ง และเทคโนโลยี RTO สำหรับบำบัดและลดการปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย หรือ VOC ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต การทากาวภายในและใต้ตัวรถดำเนินงานด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติ 19 ตัว ส่วนกระบวนการพ่นสีรองพื้นและสีจริงใช้หุ่นยนต์รวม 64 ตัว ก่อนส่งต่อให้พนักงานผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบคุณภาพของชั้นสีในแต่ละขั้นตอน
ผลิต Blade Battery ในระยอง
อีกหนึ่งจุดสำคัญคือโรงงานผลิต Blade Battery ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 โดยเป็นฐานการผลิตแบตเตอรี่แพ็กแห่งแรกของ BYD ที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน
โรงงานแบตเตอรี่มีสายการผลิตทั้งหมด 3 สาย และมีกำลังการผลิตสูงสุดรวม 150,000 ชุดต่อปี เพียงพอสำหรับรองรับการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ประมาณ 150,000 คันต่อปี ทั้งสำหรับตลาดประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
นอกจากนี้ โรงงานผลิตสายไฟรถยนต์ของ BYD ซึ่งเริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนกันยายน 2567 ยังมีกำลังการผลิตปัจจุบันประมาณ 6,500 ชุดต่อเดือน และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตสูงสุดได้ประมาณ 10,000 ชุดต่อเดือน โดยใช้ระบบ MES และ Monitor Board ติดตามการทำงานของเครื่องจักรแบบเรียลไทม์
จ้างงานกว่า 6,000 คน ใช้ชิ้นส่วนไทยประมาณ 50%
การผลิตรถยนต์ครบ 100,000 คันไม่ได้สะท้อนเพียงจำนวนรถที่ออกจากสายการผลิตเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของห่วงโซ่อุปทานยานยนต์พลังงานใหม่ในประเทศไทย
ปัจจุบันโรงงาน BYD ประเทศไทยสร้างงานกว่า 6,000 อัตรา โดยประมาณ 95% เป็นพนักงานสัญชาติไทย ส่วนโรงงานเชื่อมมีพนักงานไทยประมาณ 98% และโรงงานผลิตสายไฟมีพนักงานไทยประมาณ 99.3%
ด้านการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศมีสัดส่วนประมาณ 50% โดย BYD พัฒนาความร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายชิ้นส่วนในประเทศไทยแล้วกว่า 266 ราย ในจำนวนนี้เป็นผู้ผลิตวัสดุและชิ้นส่วนภายในประเทศ 125 ราย พร้อมรับรองชิ้นส่วนตามมาตรฐาน TAI แล้วกว่า 1,090 รายการ
จากโรงงานระยองสู่ตลาดโลก
โรงงาน BYD ประเทศไทยไม่ได้ผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายภายในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ยังถูกวางบทบาทให้เป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกด้วย
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 การส่งออกมีสัดส่วนประมาณ 40% ของการผลิตทั้งหมด ขณะที่ยอดส่งออกสะสมอยู่ที่มากกว่า 24,000 คัน ครอบคลุมกว่า 10 ประเทศและภูมิภาค ทั้งอาเซียน เอเชียใต้ ออสเตรเลีย และยุโรป
การที่รถยนต์คันที่ 100,000 สามารถออกจากสายการผลิตได้สำเร็จ จึงถือเป็นอีกบทพิสูจน์ของโรงงาน BYD ในประเทศไทย จากจุดเริ่มต้นของโรงงานแห่งแรกนอกประเทศจีน ก้าวสู่การเป็นฐานผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ที่มีทั้งกระบวนการผลิตรถยนต์ แบตเตอรี่ และชิ้นส่วนสำคัญอยู่ในระบบเดียวกัน
ขณะเดียวกัน ตัวเลขการจ้างงาน การใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ และการส่งออกรถยนต์จากฝีมือแรงงานไทย ยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปว่า BYD จะเพิ่มบทบาทของโรงงานระยองในเครือข่ายการผลิตระดับโลกมากน้อยเพียงใด หลังเดินหน้าผลิตรถยนต์ในประเทศไทยผ่านหลัก 100,000 คันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
比亚迪在泰国工厂完成10万辆汽车的量产后,向公众开放了其在中国以外的首家工厂。该工厂年产能最高可达15万辆,拥有超过6000名员工。约50%的零部件来自当地,目前已有超过2.4万辆汽车从罗勇府出口。
比亚迪汽车(泰国)有限公司总经理Benson Keo和Raven集团首席执行官Pok Prathanawong Pornprapha共同为比亚迪泰国工厂举行了重新开业仪式,庆祝新车产量突破10万辆。下线的首款车型是比亚迪ATTO 3,这款重要的电动汽车车型帮助比亚迪在泰国市场树立了良好的口碑。
该工厂位于罗勇府 WHA 工业园区内,是比亚迪在中国境外的第一家汽车制造厂,也是其面向泰国市场和出口到其他国家的重要生产基地。
2024年7月4日,比亚迪泰国工厂开始交付比亚迪海豚,这不仅是泰国生产线下线的首款车型,也是比亚迪全球第800万辆新能源汽车。此后,比亚迪在泰国的累计产量很快突破了10万辆。
目前,比亚迪及其集团公司在泰国的投资超过300亿泰铢。罗勇府工厂年产能最大可达15万辆,支持生产五款新能源车型:比亚迪海豚、比亚迪ATTO 3、比亚迪SEAL 5 DM-i、比亚迪SEALION 5 DM-i和比亚迪SEALION 6 DM-i,所有这些车型均已获得泰国工业联合会颁发的“泰国制造”认证。
比亚迪在泰国推出智能生产线。
该工厂拥有全套核心制造工艺,涵盖车身冲压、焊接、喷漆和整车组装等。此外,它在泰国还设有电池和汽车线束生产基地。
该冲压厂配备了大型自动冲压机,最大冲压力达7900吨,此外还配备了2500吨模具测试机和自动化工装夹具仓库。目前,该厂每月可交付约6000个车身零件。
接下来是焊接车间,占地约7万平方米。车间内设有20条生产线和200个工位,配备超过520台机器人。该车间可同时生产多达10种车型,最大产能为每小时45辆。
喷漆工艺采用水性涂料、干燥式喷漆室系统以及RTO技术,用于处理和减少制造过程中产生的挥发性有机化合物(VOC)排放。内饰和底盘的粘合工作则由19台自动化机器人完成。底漆和面漆的喷涂工序共使用64台机器人,之后交由专业人员对各阶段的漆层进行质量控制。
我们在罗勇府生产刀片电池。
另一个重要的地标是位于WHA罗勇36工业园区的Blade电池制造厂。这是比亚迪在中国境外的首个电池组生产基地。
该电池厂拥有三条生产线,总最大年产能为 15 万台,足以支持每年为泰国和东南亚市场生产约 15 万辆新能源汽车。
此外,比亚迪的汽车线束制造厂于2024年9月投产,目前月产能约为6500件,通过利用MES系统和监控板实时监控机器运行,其最大产能可提高到每月约10000件。
该公司雇佣了 6000 多名员工,其中约 50% 的零部件是泰国制造的。
10万辆汽车的产量不仅反映了生产线上驶下的汽车数量,也表明了泰国新能源汽车供应链的扩张。
目前,比亚迪在泰国的工厂雇佣了6000多名员工,其中约95%是泰国公民。焊接厂约98%的员工是泰国人,电缆制造厂约99.3%的员工是泰国人。
在零部件使用方面,约50%为泰国国产。比亚迪已与泰国超过266家零部件制造商和分销商建立了合作关系,其中125家为泰国本土材料和零部件制造商。此外,超过1090种零部件已通过泰国汽车工业协会(TAI)认证。
从罗勇工厂走向全球市场。
比亚迪在泰国的工厂不仅生产供国内销售的汽车,而且还定位为出口生产基地。
2026 年上半年,出口量约占总产量的 40%,累计出口量超过 24,000 辆,覆盖东盟、南亚、澳大利亚和欧洲等 10 多个国家和地区。
第10万辆汽车成功下线,再次印证了比亚迪在泰国取得的成就。从最初作为比亚迪在中国以外的第一家工厂起步,如今已发展成为领先的新能源汽车生产中心,将整车、电池及关键零部件的生产流程整合于一体。
与此同时,就业数据、国产零部件的使用情况以及泰国工人生产的汽车出口量仍然是需要密切关注的关键因素,以了解比亚迪将如何提高其罗勇工厂在全球生产网络中的作用,尤其是在该工厂已经在泰国生产了超过 10 万辆汽车之后。