ยธ.สหรัฐฯ ป้องทรัมป์แบนสื่อ แจงศาลยิบ 3 สื่อรายงานข่าวกระทบความมั่นคง美国司法部为特朗普对媒体机构的禁令辩护,向法庭解释说,这三家媒体机构报道了影响国家安全的新闻。
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ออกโรงป้องคำสั่ง "ทรัมป์" แบนสื่อห้ามเข้าทำเนียบขาว อ้างการรายงานข่าวสงครามอิหร่านและโครงการห้องบอลรูม กระทบความมั่นคงแห่งชาติ ขณะที่ 3 สำนักข่าวขอศาลคืนสิทธิ์เข้าพื้นที่ โดยอ้างเสรีภาพสื่อและสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

วันนี้ (23 ก.ย.2569) CNN รายงานว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ หรือ The Justice Department (DOJ) ยื่นเอกสารต่อศาลช่วงค่ำวันอังคารที่ 22 ก.ย.2569 ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ หรือตรงกับช่วงสายของประเทศไทยวันนี้ สนับสนุนคำสั่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ห้ามผู้สื่อข่าวจาก CNN, MS NOW และ Politico เข้าพื้นที่ทำเนียบขาว
โดยฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่า ประธานาธิบดีมีอำนาจควบคุมการเข้าถึงพื้นที่บางส่วนของทำเนียบขาว หากเห็นว่าจำเป็นต่อการปกป้องข้อมูลด้านความมั่นคงแห่งชาติ
ประเด็นสำคัญที่กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ใช้ต่อสู้คดีคือ การเข้าทำเนียบขาวเป็นสิทธิพิเศษ ไม่ใช่สิทธิที่สื่อสามารถเรียกร้องได้โดยอัตโนมัติ แม้รัฐธรรมนูญสหรัฐฯ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1 จะรับรองเสรีภาพในการพูดและเสรีภาพของสื่อมวลชนก็ตาม
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยังระบุด้วยว่า ประธานาธิบดีสามารถควบคุมพื้นที่จำกัดของทำเนียบขาว เช่น ห้องทำงานรูปไข่ เพื่อป้องกันข้อมูลสำคัญที่อาจอยู่ภายใน แม้เหตุผลในการจำกัดการเข้าถึงจะเกี่ยวข้องกับมุมมองหรือเนื้อหาที่สื่อรายงานก็ตาม
รัฐบาลให้เหตุผลว่า ทรัมป์พบว่า 3 สำนักข่าวมี "เหตุการณ์จากการรายงานข่าว" หลายกรณีที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ และการรายงานเหล่านั้นจึงถูกนำมาใช้เป็นเหตุผลสนับสนุนคำสั่งแบน
"ข่าวอิหร่าน-ห้องบอลรูม" ถูกหยิบเป็นหลักฐาน
เอกสารที่รัฐบาลยื่นต่อศาลมาพร้อมกับจดหมายฉบับใหม่ที่ส่งถึง CNN, MS NOW และ Politico เพื่อชี้แจงเหตุผลที่ทำเนียบขาวใช้ประกอบการสั่งห้าม โดยทั้ง 3 สำนักข่าวได้รับโอกาสให้ส่งคำชี้แจงคัดค้านคำสั่งภายในวันศุกร์นี้ (25 ก.ย.2569)
กรณีของ CNN จดหมายระบุถึงข่าวเกี่ยวกับแผนการก่อสร้างห้องบอลรูมบริเวณปีกตะวันออกของทำเนียบขาว รวมถึงรายงานที่อ้างถึงการสร้างพื้นที่ใต้ดินหรือ "บังเกอร์ลับสุดยอด" นอกจากนี้ยังกล่าวถึงข่าวหลายชิ้นของ CNN ที่รายงานเกี่ยวกับสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน
ฝ่ายทำเนียบขาวกล่าวหาว่า CNN ไม่ปฏิบัติตาม "ความคาดหวัง" ที่มีต่อผู้ถือบัตรผ่านสื่อประจำทำเนียบขาว เนื่องจากมีรายงานข่าวบางกรณีที่รัฐบาลระบุว่าอาจกระทบความมั่นคงแห่งชาติ และบางข่าวถูกกล่าวหาว่าเป็นข้อมูลเท็จ
ส่วน MS NOW ถูกระบุถึงการรายงานเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน รวมถึงข่าวเกี่ยวกับการสอบสวนกรณีข้อมูลรั่วไหล ขณะที่ Politico ถูกยกกรณีข่าวเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน โครงการห้องบอลรูม และการหารือเรื่องมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียมาเป็นส่วนหนึ่งของเหตุผลในการแบน
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศแบนทั้ง 3 สำนักข่าว โดยกล่าวหาว่าสื่อเหล่านี้นำเสนอข่าวที่เป็น "ข่าวปลอม" และเป็นการรายงานในเชิงลบต่อรัฐบาลของเขา จากนั้นผู้สื่อข่าวของ CNN, MS NOW และ Politico ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าสู่ทำเนียบขาว และบัตรผ่านสื่อของผู้สื่อข่าวถูกยกเลิก
ศาลเตรียมชี้ขาด เสรีภาพสื่อปะทะอำนาจประธานาธิบดี
คดีนี้กำลังเข้าสู่การพิจารณาฉุกเฉินต่อหน้าผู้พิพากษา ทิโมธี เคลลี ในศาลรัฐบาลกลางกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. โดย CNN, MS NOW และ Politico ขอให้ศาลมีคำสั่งชั่วคราวให้รัฐบาลคืนสิทธิ์การเข้าถึงทำเนียบขาวทันที
ฝ่ายสื่อโต้แย้งว่า การถูกตัดสิทธิ์เกิดขึ้นโดยไม่มีการแจ้งเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้า และผู้สื่อข่าวไม่ได้รับโอกาสให้ชี้แจงหรือคัดค้านก่อนถูกยกเลิกบัตรผ่าน จึงเป็นประเด็นเรื่อง สิทธิในกระบวนการที่เป็นธรรม นอกเหนือจากประเด็นเสรีภาพสื่อภายใต้รัฐธรรมนูญ
ขณะที่กระทรวงยุติธรรมใช้จดหมายฉบับใหม่เป็นเหตุผลโต้แย้งว่า สื่อทั้ง 3 สำนักได้รับการแจ้งเหตุผลและได้รับโอกาสส่งคำคัดค้านแล้ว จึงไม่ควรถือว่ารัฐบาลละเมิดสิทธิในกระบวนการที่เป็นธรรม
คดีนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาทเรื่องการอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำงานในทำเนียบขาว แต่ยังเป็นการทดสอบขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดีว่า สามารถเลือกจำกัดการเข้าถึงสื่อบางสำนักจากเหตุผลด้านความมั่นคงและเนื้อหาการรายงานข่าวได้มากเพียงใด
ที่ผ่านมา ศาลรัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เคยมีบทบาทในการคุ้มครองการเข้าถึงทำเนียบขาวของสื่อในกรณีที่ฝ่ายบริหารพยายามจำกัดสิทธิ์ โดยประเด็นสำคัญที่ศาลต้องพิจารณาในคดีนี้คือ ความแตกต่างระหว่าง การควบคุมพื้นที่เพื่อความปลอดภัย กับ การเลือกปฏิบัติต่อสื่อเพราะเนื้อหาที่สื่อนำเสนอ ซึ่งเป็นข้อถกเถียงสำคัญภายใต้การคุ้มครองเสรีภาพสื่อของสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน ผลกระทบของคำสั่งแบนไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับ 3 สำนักข่าว เพราะองค์กรสื่อรายใหญ่อื่น ๆ แสดงท่าทีสนับสนุน และเครือข่ายโทรทัศน์หลักหลายแห่งระงับการทำหน้าที่ในระบบสื่อพูลของทำเนียบขาว หลัง CNN ซึ่งเดิมมีกำหนดรับหน้าที่รายงานกิจกรรมของประธานาธิบดีถูกถอดออกจากภารกิจดังกล่าว
สปส.ตอบปมจดโพยเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม เลี่ยงนำกระดาษเข้าคูหา
จากภาพในใจของแม่สู่เวที AGT 2026 “เนเน่ รอยัล” กับชุดแดง ROCK STRONG
UPOV 1991 ใครได้ใครเสีย? คำถามถึงการผูกขาดพันธุ์พืช
กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ
CNN今天(2026年9月23日)报道,美国司法部于2026年9月22日星期二晚些时候(美国当地时间,或泰国当地时间上午晚些时候)向法院提交文件,支持唐纳德·特朗普总统禁止CNN、MS NOW和Politico的记者进入白宫的命令。
政府坚持认为,如果总统认为有必要保护国家安全信息,他有权控制进入白宫某些区域的权限。
美国司法部在辩护中提出的关键论点是,进入白宫是媒体的特权,而不是自动享有的权利,尽管美国宪法第一修正案保障言论自由和新闻自由。
美国司法部还表示,总统可以限制进入白宫某些区域(例如椭圆形办公室)的权限,以保护可能存放在那里的敏感信息,即使限制访问的原因与媒体报道的观点或内容有关。
政府辩称,特朗普在这三家新闻机构发现了几起“报道事件”,这些事件被认为对国家安全构成威胁,而这些报道被用作禁令的理由。
“伊朗新闻——舞厅”被用作证据。
政府向法院提交的文件中包含一封致CNN、MS NOW和Politico的新信函,信中解释了白宫为禁令辩护的理由。这三家新闻媒体均被要求在周五(2026年9月25日)之前提交对该禁令的反驳意见。
信中提到了有关在白宫东翼建造宴会厅的新闻报道,以及有关建造地下区域或“绝密掩体”的报道。信中还提到了CNN的多篇关于美国和伊朗之间可能发生战争的新闻报道。
白宫指责 CNN 未能达到白宫记者证的“预期”,因为其部分报道被政府认为可能威胁国家安全,还有一些报道据称包含虚假信息。
MS NOW 因其对伊朗冲突的报道而被禁,其中包括有关数据泄露调查的新闻;而 Politico 关于伊朗冲突、舞厅项目以及对俄罗斯制裁的讨论的新闻也被列为禁播的部分原因。
此前,特朗普宣布禁止这三家新闻媒体进入白宫,指责它们发布“假新闻”并对其政府进行负面报道。随后,CNN、MS NOW 和 Politico 的记者被拒绝进入白宫,他们的记者证也被吊销。
法院即将就新闻自由与总统权力之间的冲突作出裁决。
目前,此案正在华盛顿特区的联邦法院由蒂莫西·凯利法官主持紧急听证会,CNN、MS NOW 和 Politico 请求法院发布临时禁令,命令政府立即恢复进入白宫的权限。
媒体认为,取消记者资格事先没有书面通知,记者也没有机会解释或提出异议就被吊销了记者证。因此,这不仅涉及宪法赋予的新闻自由权,还涉及正当程序权的问题。
司法部在一封新信函中辩称,已将原因告知这三家媒体,并给予他们提出异议的机会,因此不应认为政府侵犯了他们获得公正审判的权利。
因此,此案不仅仅是关于是否允许记者在白宫工作的争议,也是对总统以国家安全和报道内容为由限制某些媒体机构访问的权力的一次考验。
过去,华盛顿特区的联邦法院曾在政府试图限制媒体进入白宫的案件中发挥过保护媒体权利的作用。本案中,法院需要考虑的一个关键问题是,如何区分安全措施和基于媒体报道内容而对媒体进行的歧视——这是美国保护新闻自由的法律中一个至关重要的争议点。
与此同时,该禁令的影响不仅限于这三家新闻媒体,其他主要媒体机构也表示支持,几家主要电视网在 CNN(原计划报道总统的活动)被取消白宫媒体记者团的职务后,也暂停了其在白宫媒体记者团中的角色。
社会保障局 (SSO) 回应了在社会保障委员会选举中使用预先写好的选票,避免将纸质选票带入投票站的问题。
从一位母亲的愿景到 2026 年美国达人秀的舞台:“Nene Royal”身着一身坚毅的红色服装。
1991 年国际植物新品种保护联盟 (UPOV):谁赢谁输?关于植物品种垄断的问题。
美国司法部