เร่งปลดล็อกกฎหมายธุรกิจ ดัน Omnibus Law แก้ปมนำผ่านสินค้า-ตู้คอนเทนเนอร์加快完善商业法律,推动制定综合法律,以解决与货物和集装箱过境相关的问题。
“ปกรณ์” เร่งปลดล็อกกฎหมายธุรกิจ ดัน Omnibus Law แก้ปมนำผ่านสินค้า-ตู้คอนเทนเนอร์ คาดสร้างรายได้ 15,000 ล้านบาทต่อปี วางเกณฑ์เอกชนประเมินผลเศรษฐกิจก่อนเสนอแก้กฎหมาย

“ปกรณ์” เร่งปลดล็อกกฎหมายธุรกิจ ดัน Omnibus Law แก้ปมนำผ่านสินค้า-ตู้คอนเทนเนอร์ คาดสร้างรายได้ 15,000 ล้านบาทต่อปี วางเกณฑ์เอกชนประเมินผลเศรษฐกิจก่อนเสนอแก้กฎหมาย
วันที่ 23 กันยายน 2569 นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ กล่าวระหว่างเปิดการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการพัฒนาการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ ครั้งที่ 2 ที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ที่ผ่านมาคณะอนุกรรมการฯ เร่งเดินหน้าพิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฎหมายและข้อบังคับที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจตามข้อเสนอของภาคเอกชน เพื่อเพิ่มความคล่องตัวให้แก่ภาคเอกชนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
สำหรับกฎหมายที่มีการปรับปรุงและมีความคืบหน้าการแก้ไขกฎหมายสำคัญที่ผ่านการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในระบบกลางเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะการผลักดันร่างกฎหมายกลาง (Omnibus Law) เรื่องการนำผ่านสินค้าฉบับเดียว เพื่อปรับนิยามการนำผ่านให้ตรงตามกฎหมายศุลกากร ซึ่งจะช่วยขจัดความสับสน ลดขั้นตอนการเปิดตู้ตรวจสินค้า และลดระยะเวลาการขนส่งสินค้าผ่านแดน และส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่ง (Logistics Hub) ทั้งระบบรางและทางเรืออย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งกฎหมายนี้จะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดและระเบียบราชการที่ล่าช้า โดยสามารถสนับสนุนการลงทุนและการค้าของภาคเอกชนได้ทันที นอกจากนี้ ยังได้แก้ไขกฎกระทรวงปรับเปลี่ยนมาตรฐานความสูงของตู้คอนเทนเนอร์ประเภท High Cube เป็น 4.5 เมตร สำหรับตู้ขนาด 40 ฟุต ตามมาตรฐานสากล เพื่อให้การขนส่งสินค้าต่อเนื่องทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยนตู้
นายปกรณ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากกฎหมายระดับพระราชบัญญัติแล้ว ยังมีการปรับปรุงกฎระเบียบระดับกรมและกฎกระทรวงอีกหลายฉบับ อาทิ การแก้ไขกฎกระทรวงกำหนดพัสดุและวิธีการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุที่รัฐต้องการส่งเสริมสนับสนุน ตามข้อ 17 (2) การแก้ไขประกาศกรมประมงและกรมปศุสัตว์เกี่ยวกับการอนุญาตนำเข้า ส่งออก และนำผ่านสัตว์น้ำและซากสัตว์ เพื่ออำนวยความสะดวกการค้าสินค้าเกษตร ตลอดจนการแก้ไขประกาศกรมสรรพสามิตเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การนำรถยนต์ออกจากโรงงานหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนไปทดสอบประสิทธิภาพ และการปรับปรุงแนวทางการกำหนดราคารถยนต์สำเร็จรูป ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาจุดสกัด (Pain Point) สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า ในการทำงานได้มีการตั้งมาตรฐานและตัวชี้วัดในการเกิดประโยชน์กับเศรษฐกิจ ที่ถือเป็นมาตรฐานใหม่ หรือ “Benchmark” ที่ดึงภาคเอกชนร่วมประเมิน ผลทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้นจากการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย โดยข้อมูลจากสภาหอการค้าไทย ระบุว่า การปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายในชุดแรกนี้เฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำผ่านสินค้า จะสามารถสร้างรายได้เข้าประเทศได้ไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านบาทต่อปี
“คณะอนุกรรมการฯ จึงกำหนดเกณฑ์มาตรฐานให้องค์กรภาคเอกชน เช่น สภาอุตสาหกรรมฯ สมาคมธนาคารไทย หรือสภาตลาดทุน ที่จะเสนอเรื่องแก้ไขกฎหมายในอนาคต ต้องจัดทำตัวเลขประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจประกอบการพิจารณาด้วย โดยการปรับปรุงกฎหมายที่มีความคืบหน้าจะเสนอต่อที่ประชุม กรอ.ชุดใหญ่ที่นายกฯเป็นประธาน และจะเสนอ ครม.พิจารณาตามขั้นตอนต่อไป”
“帕空”正加快推进商业法律改革,力推综合法案以解决货物和集装箱过境相关问题。他预计该法案每年可带来150亿泰铢的收入,并正在制定相关标准,供私营部门在提出法律修正案之前评估其经济影响。
2026年9月23日,副总理帕空·尼拉普拉潘以商业便利化发展小组委员会主席的身份,在总理府举行的该小组委员会第二次会议开幕式上表示,该小组委员会一直在根据私营部门的建议,加快审查和修订阻碍商业运营的法律法规,以提高私营部门的灵活性,增强国家的竞争力。
关于更新和推进的立法,关键法律已通过中央系统开展的公众咨询完成重大修订。特别是,推动制定关于货物过境的单一法律草案(综合法),旨在使过境的定义与海关法保持一致,消除混淆,简化集装箱检验程序,缩短过境时间,并将泰国打造成为涵盖铁路和海运的成熟物流枢纽。该法律将消除官僚主义的限制和延误,立即支持私营部门的投资和贸易。此外,部级规章也已修订,将40英尺高箱集装箱的高度标准改为4.5米,与国际标准接轨,从而实现无需更换集装箱即可连续运输货物。
帕空先生继续说道,除了法案层面的法律之外,部门和部委层面的几项法规也得到了改进,例如根据第17(2)条修订了关于确定政府希望推广和支持的商品及其采购方法的部长级条例;修订了渔业部和畜牧发展部关于水生动物和动物尸体进出口及过境许可的公告,以促进农产品贸易;修订了消费税部关于将汽车从工厂或保税仓库取出进行性能测试的标准公告;以及改进了确定成品车价格的指导方针,这解决了泰国汽车行业的重要痛点。
副总理进一步指出,为落实这些改革措施,已制定标准和指标来评估其经济效益。这些新标准,或称“基准”,旨在让私营部门参与评估法律修正案的经济影响。泰国商会的数据显示,在第一阶段取消法律限制,特别是与货物过境相关的限制,每年至少可为泰国带来150亿泰铢的收入。
因此,小组委员会为泰国工业联合会、泰国银行家协会或资本市场联合会等私营部门组织制定了标准,要求它们在未来提出法律修正案时,必须提供经济估值数据供审议。法律修正案的进展情况将提交由总理主持的国家经济和社会理事会(NESC)全体会议,然后按照既定程序提交内阁审议。