เร่งช่วยประชาชน กระทบ 8.4 หมื่นคน ศุภจี เผย 21 จังหวัดยังท่วม กทม.น้ำขัง 44 จุด当局正向受灾民众提供紧急援助,受影响人数达8.4万人。苏帕吉透露,目前仍有21个府被洪水淹没,曼谷市内44处地点积水严重。
“ศุภจี” เผย อุทกภัยทั่วประเทศยังน่าห่วง พบ 21 จังหวัด 93 อำเภอได้รับผลกระทบ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 27,000 ครัวเรือนกว่า 84,000 คน ขณะที่กรุงเทพฯฝนสะสมน้ำท่วมขัง 44 จุด รัฐระดมทุกหน่วยงานเร่งระบายน้ำ ดูแลกลุ่มเปราะบาง เปิดศูนย์พักพิงเตรียมจุดจอดรถหนีน้ำ

วันนี้ (26 ก.ย.2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขัง น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลาก โดยข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ณ เวลา 07.00 น. พบว่ายังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 21 จังหวัด 93 อำเภอ 350 ตำบล และ 1,425 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,109 ครัวเรือน หรือ 84,605 คน ขณะที่กรุงเทพมหานครมีน้ำท่วมขังบนผิวการจราจร 44 จุด
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
ภาพรวมระดับน้ำในหลายพื้นที่เริ่มลดลง แต่สถานการณ์ยังแตกต่างกันในแต่ละจังหวัด โดยพื้นที่ที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ได้แก่ สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ส่วนพื้นที่ที่ระดับน้ำทรงตัว ได้แก่ นครสวรรค์ พิษณุโลก ลพบุรี สิงห์บุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี และตราด
ขณะที่ เชียงใหม่ เพชรบูรณ์ อุทัยธานี สระบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และนครราชสีมา มีแนวโน้มระดับน้ำลดลง อย่างไรก็ตาม การที่ระดับน้ำลดลงในภาพรวมของจังหวัดไม่ได้หมายความว่าทุกจุดจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว จึงยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
เร่งช่วยประชาชน กระทบ 8.4 หมื่นคน ศุภจี เผย 21 จังหวัดยังท่วม กทม.น้ำขัง 44 จุด
สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑลได้รับผลกระทบจากฝนตกสะสมต่อเนื่องเกือบ 48 ชั่วโมง โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ซึ่งตรวจวัดปริมาณฝนได้สูงที่ มีนบุรี 274.5 มิลลิเมตร และคลองสามวา 273 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนและในชุมชนหลายแห่ง
กรุงเทพมหานครจึงขยายประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัยให้ครอบคลุม ทั้ง 50 เขต มีผลตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ การประกาศดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าทุกพื้นที่ของทั้ง 50 เขตมีน้ำท่วม
ส่วนสถานการณ์ลุ่มเจ้าพระยา เมื่อเวลา 06.00 น. สถานี C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีน้ำไหลผ่านประมาณ 1,827 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และมีน้ำไหลเข้าเหนือเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 2,362 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที กรมชลประทานกระจายน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานสองฝั่งประมาณ 512 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และระบายผ่านเขื่อนเจ้าพระยาประมาณ 1,850 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยยังคงต้องเฝ้าระวังฝนและปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนอย่างต่อเนื่อง
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นหน่วยงานหลัก โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบัญชาการสถานการณ์ในพื้นที่ร่วมกับ ปภ. อำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทหาร ตำรวจ มูลนิธิ และอาสาสมัคร
ทุกจังหวัดจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมประเมินจุดเสี่ยงล่วงหน้า เตรียมกำลังคน เครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ เส้นทางอพยพ และศูนย์พักพิง โดยให้ความสำคัญกับ การช่วยชีวิตและดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้เป็นลำดับแรก
ด้านการระบายน้ำ กรุงเทพมหานครเดินเครื่องสูบน้ำเพื่อควบคุมระดับน้ำในคลองสายหลัก เตรียมกระสอบทราย และเปิดโรงเรียนที่ไม่ถูกน้ำท่วมเป็นศูนย์พักพิง ขณะที่กรมชลประทานเร่งกระจายน้ำออกจากลุ่มเจ้าพระยาผ่านระบบชลประทานสองฝั่งและระบายลงสู่อ่าวไทย
กรมทรัพยากรน้ำติดตั้งเครื่องสูบน้ำใน ปราจีนบุรี สิงห์บุรี และสระบุรี ส่วน ปภ.จัดรถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัยรับ-ส่งประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมขังของสมุทรปราการ ขณะที่ตำรวจและทหารสนับสนุนการอพยพ การช่วยเหลือรถที่ติดค้าง และการจัดการจราจร
กรุงเทพมหานคร เขตจตุจักร เตรียมศูนย์พักพิง 8 แห่ง รองรับรวม 900 คน ได้แก่ โรงเรียนมัธยมประชานิเวศน์ โรงเรียนประชานิเวศน์ โรงเรียนเสนานิคม โรงเรียนวัดเสมียนนารี โรงเรียนวัดเทวสุนทร โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภช ราชทานอุปถัมภ์ โรงเรียนบ้านลาดพร้าว และมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม
จังหวัดนนทบุรี เทศบาลปากเกร็ดจัดจุดอพยพที่ วัดกู้ และเทศบาลนครนนทบุรีจัดจุดอพยพที่ ศูนย์ผู้สูงอายุ เทศบาลนครนนทบุรี ผู้ต้องการประสานการอพยพสามารถติดต่อศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพบก โทร. 02-297-7648 หรือ 02-208-3977
จังหวัดปทุมธานี เทศบาลนครรังสิตเปิดศูนย์พักพิง 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนมัธยมนครรังสิต โรงเรียนดวงกมล โรงเรียนเพียรปัญญา โรงเรียนประถมศึกษานครรังสิต และโรงเรียนนครรังสิต เปรมปรีดิ์ รองรับรวม 250 คน
ส่วนอำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา มีจุดรองรับประชาชนหลายแห่งในพื้นที่ตำบลหมูสี ขนงพระ ปากช่อง จันทึก เขตเทศบาลเมืองปากช่อง และหนองสาหร่าย โดยมีการประสานโรงพยาบาลปากช่องนานาเพื่อรองรับผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงมูลนิธิและวัดในพื้นที่
ด้านอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ วัดช่องกะพัด ตำบลแก่งหางแมว มีประชาชนพักอยู่ประมาณ 100 คน จังหวัดได้ส่งมอบถุงยังชีพ เครื่องนอน และสิ่งของจำเป็น ขณะที่วัดซอยสอง ตำบลสามพี่น้อง จัดโรงครัวและเป็นจุดประสานส่งสิ่งของให้ประชาชนที่ยังพักอาศัยอยู่ตามบ้าน
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ รฟม. เปิดอาคารจอดรถให้ประชาชนนำรถยนต์และรถจักรยานยนต์เข้าจอดได้ตั้งแต่ 26 กันยายน และให้นำรถออกภายใน 2 ตุลาคม 2569 รวม 9 แห่ง ได้แก่
สายสีน้ำเงิน: สถานีลาดพร้าว และสถานีหลักสอง
สายสีม่วง: สถานีคลองบางไผ่ สถานีสามแยกบางใหญ่ สถานีบางรักน้อยท่าอิฐ และสถานีแยกนนทบุรี 1
สายสีเขียว: สถานีแยก คปอ. และสถานีคูคต
สายสีส้ม: สถานีคลองบ้านม้า
ผู้ใช้บริการต้องแสดงหลักฐานภาพถ่ายและหลักฐานการเป็นเจ้าของรถต่อเจ้าหน้าที่ และนำรถเข้าจอดในพื้นที่ที่กำหนด นอกจากนี้ สถานีกลางบางซื่อเปิดพื้นที่ลานจอดรถเมล์ด้านหลังศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง รองรับรถยนต์ได้ประมาณ 80 คัน
ขณะที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยยกเว้นค่าผ่านทางพิเศษ 8 สายทาง ตั้งแต่เวลา 13.00 น. วันที่ 26 กันยายน ถึงเวลา 24.00 น. วันที่ 27 กันยายน ได้แก่ เฉลิมมหานคร ศรีรัช ฉลองรัช บูรพาวิถี อุดรรัถยา บางนา–อาจณรงค์ (S1) กาญจนาภิเษก และประจิมรัถยา ทั้งนี้ ผู้เดินทางควรตรวจสอบสภาพทางขึ้น-ลงที่อาจมีน้ำท่วมก่อนออกเดินทาง
กระทรวงพาณิชย์ติดตามปริมาณและราคาสินค้าจำเป็น พร้อมประสานเติมสินค้าในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่หน่วยงานด้านสาธารณสุขและประปาเตรียมมาตรการรักษาความต่อเนื่องของบริการ
ด้านการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ตำรวจท่องเที่ยว และหน่วยงานด้านสนามบิน ประสานงานดูแลนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการเดินทางล่าช้า
นางศุภจีกล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามข้อความแจ้งเตือนจาก ปภ. ประกาศของจังหวัด และคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด หากอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำควรยกสิ่งของจำเป็นขึ้นที่สูง และเตรียมพร้อมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก
หากได้รับคำสั่งอพยพ ขอให้เดินทางไปยังจุดปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงทันที ส่วนผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางควรตรวจสอบเส้นทางก่อนออกจากบ้าน หลีกเลี่ยงถนนที่มีน้ำท่วมสูงหรือเส้นทางที่ประกาศปิด โดยเฉพาะรถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์
สำหรับผู้โดยสารเครื่องบินควรตรวจสอบเที่ยวบินกับสายการบินและเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบินมากกว่าปกติ ส่วนผู้ที่ต้องการเคลื่อนย้ายรถสามารถใช้จุดจอดของ รฟม. หรือพื้นที่สถานีกลางบางซื่อ โดยต้องตรวจสอบเงื่อนไขและติดต่อเจ้าหน้าที่ดจอด
ประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รวมถึงสายด่วน ปภ. 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง ในกรุงเทพมหานครแจ้งปัญหาผ่าน 1555 หรือ Traffy Fondue กรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินโทร 1669 กลุ่มเปราะบางติดต่อกระทรวง พม. 1300 นักท่องเที่ยวติดต่อ ททท. 1672 หรือตำรวจท่องเที่ยว 1155 หากพบการกักตุนหรือจำหน่ายสินค้าไม่เป็นธรรม โทร 1569 และกรณีปัญหาน้ำประปาในพื้นที่บริการของ กปภ. โทร 1662
น้ำท่วมกระทบเดินทาง รถร่วมฯ หยุดวิ่งชั่วคราว 5 เส้นทางไปภาคตะวันออก
การรถไฟฯ แจ้งปิดเดินรถสายตะวันออก 8 ขบวนรถ หลังน้ำท่วมสันราง
ฝนถล่มกรุงกระทบสอบ-เรียน-กิจกรรม มก.ยกเลิกสอบ มธ.เลื่อนสอบกลางภาค
今天(2026年9月26日),副总理兼商务部长苏帕吉·苏塔姆潘女士就多地持续强降雨引发的洪水、河水泛滥和突发性内涝情况发表讲话。根据防灾减灾厅的数据,截至上午7点,全国21个府、93个县、350个街道和1425个村庄仍受洪水影响,共计27109户家庭、84605人受灾。曼谷有44处路段出现积水。
苏帕吉·苏塔姆潘女士,副总理兼商务部长。
总体而言,许多地区的水位已经开始下降,但各府的情况不尽相同。水位上升的地区包括素攀武里府、北柳府和沙缴府,而水位保持稳定的地区包括那空沙旺府、彭世洛府、华富里府、信武里府、佛统府、大城府、巴真府和达叻府。
虽然清迈府、碧差汶府、乌泰他尼府、沙拉武里府、巴吞他尼府、北榄府、春武里府、罗勇府、尖竹汶府和呵叻府的水位呈下降趋势,但这些府水位的整体下降并不意味着所有地区都已恢复正常。因此,仍需密切监测各地区的水情。
当局正向受灾民众提供紧急援助,受影响人数达8.4万人。苏帕吉透露,目前仍有21个府被洪水淹没,曼谷市内44处地点积水严重。
曼谷及其周边地区遭受了近48小时的持续降雨,尤其是在曼谷东部,其中民武里府降雨量最高,达274.5毫米,其次是三瓦府,降雨量达273毫米。这导致道路和多个社区发生洪水。
因此,曼谷市政府已将灾区范围扩大至全部50个区,自9月25日起生效,以便相关机构能够迅速提供援助。但这并不意味着这50个区内的所有地区都遭受了洪水侵袭。
关于湄南河流域的情况,截至上午6时,那空沙旺府C.2站记录到的水流量约为每秒1827立方米,湄南大坝上游的入库水量约为每秒2362立方米。泰国皇家灌溉厅正向两岸灌溉系统输送约每秒512立方米的水量,并通过湄南大坝泄洪约每秒1850立方米。仍需持续监测上游地区的降雨量和水位。
总理阿努廷·查恩维拉库尔已指定内政部为牵头机构,指示各省省长与灾害预防和减灾部、地区当局、地方行政组织、军队、警察、基金会和志愿者合作,指挥各自辖区内的局势。
各省均已设立24小时监测中心,提前评估风险区域,并做好人员、机械、水泵、疏散路线和避难场所的准备工作。优先保障生命安全,并照顾卧床不起的病人、老人、幼儿和无法自理的人员。
在排水方面,曼谷市政府已启动水泵控制主要运河的水位,准备了沙袋,并将未受洪水影响的学校开放为避难所。与此同时,皇家灌溉厅正在加快湄南河流域的水量分配,通过两岸的灌溉系统将水排入泰国湾。
水利厅已在巴真府、信武里府和沙拉武里府安装了水泵。同时,防灾减灾厅正在提供车辆,帮助北榄府的受灾民众撤离。警方和军方人员正在协助疏散工作,帮助搁浅车辆脱困,并疏导交通。
曼谷市政府乍都乍区正在准备八个避难所,总共可容纳 900 人。其中包括:Prachaniwet 中学、Prachaniwet 学校、Senanikom 学校、Wat Semian Nari 学校、Wat Thewasunthorn 学校、Rattanakosin Somphot Rajathan Upatham 学校、Ban Ladprao 学校和 Chandrakasem Rajabhat 大学。
在暖武里府,北革市政府在库寺(Wat Ku)设立了疏散点,暖武里市政府在暖武里市老年人中心设立了疏散点。需要协调疏散工作的民众可以联系陆军救灾中心,电话号码为02-297-7648或02-208-3977。
在巴吞他尼府,兰实市政府开设了五个避难所:兰实中学、杜昂卡莫尔学校、皮恩潘亚学校、兰实小学和兰实普雷普雷迪学校,总共可容纳 250 人。
在呵叻府巴冲县,Moo Si、Khanong Phra、Pak Chong、Chanthuk、巴冲市以及Nong Sarai等地设有多个公众接待点。已与巴冲国际医院协调,为卧床不起的病人提供住宿,并与当地的基金会和寺庙合作。
在尖竹汶府景杭梅县,景杭梅街道的崇卡帕寺已开设临时避难所,安置了约100人。该府已提供救济物资、床上用品和生活必需品。与此同时,三披农街道的索伊松寺设立了厨房,并作为物资分发协调点,向仍居家避难的民众分发物资。
泰国大众运输管理局 (MRTA) 于 9 月 26 日起向公众开放了九个停车场,允许汽车和摩托车停放,车辆将于 2026 年 10 月 2 日前移走。
蓝线:拉抛站和乐颂站
紫线:Khlong Bang Phai 站、Sam Yaek Bang Yai 站、Bang Rak Noi Tha It 站和 Yaek Nonthaburi 1 站。
绿线:Yaek KPO 站和 Khuk Khot 站
橙线:Khlong Ban Ma 站
用户必须向工作人员出示车辆所有权照片和证明,并将车辆停放在指定区域。此外,邦苏中央车站中央少年及家庭法院后方设有巴士停车场,可容纳约 80 辆车。
泰国高速公路管理局宣布,9月26日下午1点至9月27日凌晨12点期间,八条高速公路免收通行费。这八条高速公路分别是:Chalerm Mahanakorn高速公路、Sri Ratch高速公路、Chalong Ratch高速公路、Burapha Vithee高速公路、Udon Ratthaya高速公路、Bangna-At Narong (S1)高速公路、Kanchanaphisek高速公路和Prachim Ratthaya高速公路。建议旅客出发前查看出入口匝道是否存在积水情况。
商务部正在密切监测必需品的数量和价格,并协调受影响地区的物资补给,以确保公众能够持续获得消费品。同时,公共卫生和供水部门正在制定措施,以维持服务的连续性。
在旅游业方面,泰国旅游局、旅游警察和机场相关部门正在协调合作,为受旅行延误影响的游客提供帮助。
苏帕吉女士表示,高风险地区的人们应密切关注灾害预防和减灾厅(DDPM)发布的预警信息、省级公告以及地方官员的建议。地势低洼地区的人们应将必需品转移到地势较高的地方,并做好转移卧床病人、老人和幼儿的准备。
如果您收到疏散命令,请立即前往安全地点或避难所。需要出行的人员应在出发前查询路线,并避开水位过高或已封闭的道路,尤其是小型车辆和摩托车。
乘坐飞机的乘客应向航空公司查询航班时刻表,并预留充足的时间前往机场。需要挪车的乘客可以使用捷运停车场或邦苏中央车站区域,但必须事先了解相关规定并联系停车场工作人员。
需要帮助的人士可以联系当地行政机构、村长或地方官员,也可以拨打24小时灾害预防和减灾部门热线1784。在曼谷,可以通过拨打1555或Traffy Fondue报告问题。如遇医疗紧急情况,请拨打1669。弱势群体可以拨打1300联系社会发展与人类安全部。游客可以拨打1672联系泰国旅游局(TAT),或拨打1155联系旅游警察。例如,如果您遇到囤积居奇或不正当销售行为,请拨打1569;如果您在省级自来水厂服务区域遇到供水问题,请拨打1662。
洪水影响出行;前往东部地区的 5 条共享出租车线路暂时停运。
泰国国家铁路局(SRT)宣布,由于铁轨被洪水淹没,东部线八趟列车服务暂停运营。
曼谷暴雨导致考试、课程和活动中断。农业大学取消考试,法政大学推迟期中考试。