“ศุภจี-พลพีร์” ผนึกกำลัง พาณิชย์-มหาดไทย ตั้งทีมถาวรล่านอมินี“Supajee-Polpeerap”与商务部和内政部联手,组建了一支常设队伍,负责搜寻提名人。
“ศุภจี-พลพีร์” ผนึกกำลัง พาณิชย์-มหาดไทย ตั้งทีมถาวรล่านอมินี เชื่อมฐานข้อมูลสาวย้อนหลัง เปลี่ยนผู้ถือหุ้นหนีก็ไม่รอด

“ศุภจี-พลพีร์” ผนึกกำลัง พาณิชย์-มหาดไทย ตั้งทีมถาวรล่านอมินี เชื่อมฐานข้อมูลสาวย้อนหลัง เปลี่ยนผู้ถือหุ้นหนีก็ไม่รอด
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 4 ก.ย.2569 ณ ห้องประชุมกิตติยากร กระทรวงพาณิชย์ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะผู้บริหาร จากทั้ง 2 หน่วยงาน เข้าร่วมประชุมเพื่อยกระดับการปราบปรามนอมินี อาทิ การใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติในการประกอบธุรกิจ และการใช้คนไทยถือครองที่ดินแทนชาวต่างชาติ
การหารือครั้งนี้กำหนดให้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการปกครอง และกรมที่ดิน เชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ใช้ฐานข้อมูลร่วมกันในการตรวจสอบ พร้อมอัปเดตข้อมูลอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบความเชื่อมโยงตั้งแต่การจดทะเบียนบริษัท การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น บุคคลที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงการถือครองที่ดิน
หัวใจสำคัญคือ การตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง ไม่ใช่ดูเฉพาะโครงสร้างบริษัทที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน เนื่องจากภายหลังรัฐบาลเดินหน้าปราบปรามนอมินีอย่างจริงจัง พบความเคลื่อนไหวของบริษัทบางแห่งที่มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นคนไทยให้มากขึ้น เพื่อให้โครงสร้างบนเอกสารเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ
นายพลพีร์ กล่าวว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นในปัจจุบัน แต่เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ โดยในการประชุมได้ขอความร่วมมือจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าให้ส่งข้อมูลการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นย้อนหลัง โดยเฉพาะบริษัทที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสาวกลับไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนหน้าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริษัท
“ขออย่าให้คนไทยกังวล หลังจากที่พูดคุยในที่ประชุมวันนี้ มีการขอความร่วมมือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ส่งข้อมูลการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นย้อนหลัง โดยเฉพาะบริษัทที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายเรียบร้อยแล้ว”
นายพลพีร์ ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญทั้งการ ปกป้องธุรกิจของคนไทยและผู้ประกอบการที่ดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ให้เสียเปรียบกลุ่มทุนที่อาศัยช่องทางนอมินี และ ปกป้องที่ดินของประเทศไทย ไม่ให้ถูกชาวต่างชาติครอบครองผ่านบุคคลหรือนิติบุคคลที่ทำหน้าที่ถือแทน
นายพลพีร์ ย้ำว่า ทุกกรณีที่ตรวจพบการกระทำความผิดจะไม่จบเพียงบุคคลหรือบริษัทที่ปรากฏชื่ออยู่ในปัจจุบัน แต่เจ้าหน้าที่จะ สาวย้อนหลังและขยายผลถึงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมถึงสำนักงานบัญชี บริษัทกฎหมาย หรือผู้ที่มีส่วนช่วยในการจัดตั้งและจดทะเบียนบริษัท หากตรวจพบว่ารู้เห็นหรือมีส่วนร่วมกับการกระทำความผิด ก็จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน
ขณะเดียวกัน หากการตรวจสอบพบว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง หรือใช้อำนาจหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ชาวต่างชาติกระทำผิดกฎหมาย ก็จะต้องถูกตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น
หลังจากนี้ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงมหาดไทยจะจัดตั้งทีมทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงปฏิบัติการเฉพาะกิจ โดยจะเชื่อมการทำงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการปกครอง และกรมที่ดิน ให้ข้อมูลด้าน “บริษัท-บุคคล-ที่ดิน” สามารถนำมาตรวจสอบไขว้และขยายผลถึงกันได้ เพื่อปิดช่องว่างการใช้นอมินีทั้งในการประกอบธุรกิจและการถือครองที่ดินของไทย
“Supajee-Polpeerap”与商务部和内政部联手组建了一支常设小组,通过关联过往数据库,追查代理人,以识别涉案人员。即使更换股东也无法让他们逃脱法律制裁。
2026年9月4日下午3点,在商务部吉提亚空会议室,商务部长苏帕吉·苏塔姆潘女士和内政部副部长波尔皮拉·苏万纳查维先生,以及两个部门的负责人,出席了一次会议,旨在加强打击代持所有权行为,例如利用泰国国民在商业交易中代表外国人持有股份,以及利用泰国国民代表外国人持有土地。
此次讨论规定,商业发展部、省级行政部门和土地部门将相互连接并交换信息,使用共享数据库进行核实,并每月持续更新数据。这将使官员能够核实从公司注册、股东结构变更、关联人员到土地所有权等各个环节的关联性。
关键在于审查过往记录,而不仅仅是当前的公司结构。这是因为,随着政府加大力度打击代理股东结构,一些公司被发现通过增加泰国股东的比例来改变股东结构,以符合法律规定的文件要求并规避审查。
皮拉蓬将军表示,公众可以放心,即使目前股东结构有所变动,官员们仍可进行追溯调查。会议期间,已请求商业发展部提供股东变更的历史数据,特别是目标群体公司的数据,以便追溯并核实公司重组前的事实。
“请泰国人民放心。在今天的会议讨论之后,我们已请求商业发展部提供股东变更的历史数据,特别是目标群体公司的股东变更数据。”
皮尔将军表示,此次行动有两个主要目标:一是保护泰国企业和合法经营的企业家免受使用代理人渠道的资本集团的侵害;二是保护泰国土地不被外国人通过作为代理人的个人或法人实体收购。
皮尔将军强调,一旦发现违法行为,调查绝不会止步于目前被点名的个人或公司。当局将追溯并扩大调查范围,涵盖所有涉案方,包括会计师事务所、律师事务所,以及任何协助公司设立和注册的人员。如果发现他们知晓或参与了违法行为,也将依法追究其法律责任。
同时,如果调查发现有任何政府官员参与其中或利用职权为外国人的非法活动提供便利,将依法对其进行调查和起诉,没有任何例外。
展望未来,商务部和内政部将成立一个联合工作组,开展长期合作,而非仅限于临时运作。该工作组将整合商业发展厅、省级行政厅和土地厅的工作,实现“公司、个人和土地”信息的共享,从而扩大交叉核查和调查范围,堵塞泰国商业运营和土地所有权中利用代理人的漏洞。