← 返回新闻首页
泰国权威

รัฐบาลสั่ง 14 ข้อรับมือวิกฤตน้ำท่วม พร้อมเยียวยาทันทีในพื้นที่น้ำลด

ครม.นัดพิเศษสั่ง 14 ข้อรับมือน้ำท่วม ยืนยันสถานการณ์ไม่เหมือนปี 54 โดยในพื้นที่ กทม.คาดว่าจะคลี่คลายใน 2-3 วันหากไม่มีฝนตกหนักซ้ำ พร้อมเฝ้าระวังภาคตะวันออก-กาญจนบุรี

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
政府已发布 14 项指令,以应对洪灾危机,并在洪水消退的地区提供紧急救济。

วันนี้ (27 ก.ย.2569) นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ว่า ที่ประชุม ครม.นัดพิเศษ พิจารณาเรื่องสถานการณ์น้ำและมีข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี รวม 14 ข้อ ดังนี้

1. ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือแก้ปัญหาและรับสถานการณ์ ให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความเรียบร้อยต่อเนื่องทุกพื้นที่

2. ให้รวบรวมข้อมูลสภาพภูมิอากาศ สถานการณ์น้ำและภัยพิบัติอย่างเป็นระบบ แจ้งประชาชนทราบทันท่วงที โดย สทนช.และกรมชลประทาน เป็นหน่วยหลักติดตามสถานการณ์และการระบายน้ำ, กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นหน่วยหลักแจ้งเตือนภัยและสนับสนุนการอพยพ, กรมอุตุนิยมวิทยา เป็นหน่วยหลักให้ข้อมูลสภาพอากาศด้วยข้อความที่เข้าใจง่าย พร้อมให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประสานงานร่วมกับมหาดไทยและจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

3. มอบหมายนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง แจ้งสถานที่ราชการทุกแห่งอำนวยความสะดวก จัดสถานที่ให้ประชาชนนำยานพาหนะเข้าจอดฟรี

รัฐบาลสั่ง 14 ข้อรับมือวิกฤตน้ำท่วม พร้อมเยียวยาทันทีในพื้นที่น้ำลด

4. มอบหมายกระทรวงกลาโหม สนับสนุนรถบรรทุกทหารช่วยอพยพและเคลื่อนย้ายสิ่งของ ให้ทุกเหล่าทัพระดมทรัพยากรสนับสนุนการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงาน

5. ให้กรมบัญชีกลาง พิจารณาขยายวงเงินช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยของ กทม. หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ว่าราชการจังหวัด ตามกฎหมายและระเบียบ

6. มอบหมาย ปภ.แจ้งเตือนและรายงานสถานการณ์ล่าสุดให้ประชาชนทราบเป็นระยะ

7. ให้กรมชลประทาน, ปภ., กทม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจความพร้อมของเครื่องจักรและเครื่องสูบน้ำให้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยบูรณาการการสูบระบายน้ำร่วมกับ กทม.ให้สอดคล้องกัน

8. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในภาคตะวันออก ติดตามสถานการณ์และช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที

9. ให้ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และบริหารจัดการการปล่อยน้ำของเขื่อนให้เหมาะสม โดยคำนึงถึงประชาชนท้ายเขื่อนเป็นสำคัญ

10. ให้ตำรวจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เคลื่อนย้ายยานพาหนะออกจากถนน วางแผนการจราจรให้เหมาะสม ไม่ให้กระทบการเดินทาง และดูแลความปลอดภัยของบ้านพักประชาชน

11. ให้การประปานครหลวงและการประปาส่วนภูมิภาค ตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ตัดไฟฟ้า ซ่อมแซมและเตรียมเครื่องปั่นไฟให้พร้อม

12. ให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องประสานงานช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง ผู้ป่วยติดเตียง เตรียมศูนย์พักพิง อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยา ถุงยังชีพ และเตรียมสถานพยาบาลรองรับผู้ป่วย

13. ให้ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเป็นแนวทางเดียวกัน โดยรายงานข้อมูลไปยังโฆษกรัฐบาล ผ่านสำนักโฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมร่วมมือกับกรมประชาสัมพันธ์และ อสมท. จัดตั้งศูนย์แถลงข่าว

14. ให้สำนักงาน ก.พ.พิจารณามาตรการ Work from Home สำหรับหน่วยงานรัฐ และขอความร่วมมือภาคเอกชน Work from Home ในช่วงที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย

นอกจากนี้ รัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC: Joint Information and Communication Center) เพื่อให้การสื่อสารมีความเป็นเอกภาพ ลดความสับสนของข้อมูล โดยจัดทำข้อมูลกลางส่งตรงถึงประชาชน และจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการทุกวัน เวลา 10.00 น. ผ่านสถานีโทรทัศน์ NBT และเพจไทยคู่ฟ้า รวมถึงอัปเดตข้อมูลผ่านเพจตลอดทั้งวัน

รัฐบาลยืนยันสถานการณ์น้ำท่วมปี 69 ไม่เหมือนปี 54

ส่วนความกังวลว่าสถานการณ์จะเหมือนวิกฤตน้ำท่วมปี 2554 หรือไม่นั้น โฆษกรัฐบาล ชี้แจงว่า มีความแตกต่างกัน โดยปี 2554 เกิดจากพายุซ้ำซ้อน 5 ลูก นำฝนตกหนักทางภาคเหนือและมีน้ำเหนือไหลลงมาตามทางสู่ภาคกลางและ กทม.

แต่ครั้งนี้เกิดจากสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว ทำให้ฝนตกหมุนวนครอบคลุมภาคตะวันออก ภาคกลาง กทม.และปริมณฑล มีปริมาณฝนสะสมตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.สูงสุดถึง 340 มิลลิเมตร คิดเป็นมวลน้ำ 248 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมากที่สุดในรอบ 43 ปี นับตั้งแต่ปี 2526 ในขณะที่ศักยภาพการรับน้ำของ 4 เขื่อนหลักในปัจจุบันยังรองรับได้สูงถึง 7,260 ล้านลูกบาศก์เมตร

สำหรับการระบายน้ำ กทม. ได้เพิ่มเครื่องสูบน้ำและเดินเครื่องอุโมงค์ระบายน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสูบน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยความสามารถในการระบายน้ำเฉลี่ย 50 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน คาดว่าหากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่ม สถานการณ์น้ำท่วมขังใน กทม.จะคลี่คลายภายใน 2-3 วัน เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำได้เคลื่อนตัวออกจาก กทม. ไปทางทิศตะวันตกเข้าสู่จังหวัดกาญจนบุรีแล้ว อย่างไรก็ตาม กทม. ยังมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

นอกจาก กทม.แล้ว ยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ฝนในภาคตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและบริเวณโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี ซึ่งอาจต้องเตรียมเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง รวมถึงพื้นที่ อ.เมือง อ.บางคล้า อ.คลองเขื่อน จ.ฉะเชิงเทรา, อ.เมือง อ.องครักษ์ อ.ปากพลี จ.นครนายก, อ.ท่าใหม่ อ.นายายอาม อ.แก่งหางแมว อ.เมือง จ.จันทบุรี และ อ.เมือง อ.ด่านมะขามเตี้ย อ.ไทรโยค อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวรับฟังคำเตือน สังเกตปริมาณน้ำและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

โฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า นายกฯ ยังสั่งการให้ดำเนินการฟื้นฟูเยียวยาได้ทันทีในพื้นที่ที่น้ำลดแล้ว โดยไม่ต้องรอให้น้ำลดพร้อมกันทั้งหมดในภาพรวม พร้อมยืนยันว่า ข้อมูลที่สื่อสารผ่านช่องทางไทยคู่ฟ้าจะมีความแม่นยำ และหน่วยงานต่างๆ จะเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็ว

สำหรับประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ ในพื้นที่ กทม.สามารถติดต่อสายด่วน 1555 ส่วนพื้นที่ต่างจังหวัด ติดต่อสายด่วน ปภ.1784 หรือติดตามข้อมูลได้ที่ศูนย์ JICC ผ่านเพจไทยคู่ฟ้า

ครม.อนุมัติวันหยุดราชการกรณีพิเศษ 28-29 ก.ย.นี้ พื้นที่ 4 จังหวัด

คปภ.แนะผู้ประสบภัยน้ำท่วมถ่ายภาพหลักฐานทุกจุดไว้รอเคลมประกัน

เตือน 16 จังหวัด เฝ้าระวังดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก 27-29 ก.ย.นี้

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻