กห.ติดตามน้ำท่วมลาดกระบัง-ลาดพร้าว ย้ำกองทัพพร้อมสนับสนุนตลอด 24 ชม.国防部正在密切关注拉卡邦和拉抛的洪水情况,并强调武装部队已做好全天候提供支持的准备。
รมว.กลาโหมลงพื้นที่ติดตามน้ำท่วม สจล.และศูนย์พักพิงลาดพร้าว 101 หารือหน่วยงานเร่งบริหารจัดการน้ำ พร้อมประสานมหาดไทยดูแลผู้ประสบภัย ย้ำกองทัพพร้อมสนับสนุนกำลังพล เรือ ยานพาหนะ และยุทโธปกรณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

วันนี้ (27 ก.ย.2569) พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่อง โดยจุดแรกเดินทางไปยัง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลาดกระบังและพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงหารือแนวทางบริหารจัดการน้ำและการช่วยเหลือประชาชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ในการลงพื้นที่ รมว.กลาโหม ได้หารือร่วมกับ นายยศชนันท์ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ตลอดจนผู้บริหารและหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อประเมินสถานการณ์และร่วมวางแผนดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงแนวทางบริหารจัดการและเร่งระบายน้ำ เพื่อลดระดับน้ำในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
ย้ำกองทัพพร้อมสนับสนุนทุกหน่วยงาน
พล.ท.อดุลย์ ยืนยันว่า กระทรวงกลาโหมและกองทัพพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของรัฐบาล กรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ ทั้งกำลังพล ยานพาหนะ เรือ เครื่องมือ ยุทโธปกรณ์ และทรัพยากรที่จำเป็น
การสนับสนุนจะให้ความสำคัญกับข้อมูลและความต้องการจากพื้นที่ เพื่อให้สามารถจัดกำลังและทรัพยากรเข้าไปช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดและรวดเร็ว โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือเข้าถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็วที่สุด
จากนั้น รมว.กลาโหม เดินทางต่อไปยัง ศูนย์พักพิงชั่วคราววิทยาลัยศิลปหัตถกรรมกรุงเทพ ในพื้นที่ ซ.ลาดพร้าว 101 เพื่อตรวจเยี่ยมการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รับฟังปัญหาและความต้องการของผู้พักพิง พร้อมให้กำลังใจประชาชน เจ้าหน้าที่ และจิตอาสาที่ปฏิบัติงานภายในศูนย์ฯ
สำหรับการสนับสนุนภายในพื้นที่ กองบัญชาการกองทัพไทย โดยสำนักงานพัฒนาภาค 1 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้สนับสนุนการประกอบอาหารสำหรับประชาชนภายในศูนย์พักพิง ขณะที่กองพันทหารสารวัตรที่ 11 สนับสนุนรถบรรทุกทหารแบบยกสูง หรือ FTS พร้อมกำลังพลและจิตอาสาพระราชทาน เพื่อช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในพื้นที่
กำชับดูแลกลุ่มเปราะบางเป็นพิเศษ
ระหว่างการตรวจเยี่ยม รมว.กลาโหม ได้สอบถามการบริหารจัดการภายในศูนย์พักพิง ทั้งด้านอาหาร น้ำดื่ม เครื่องนอน เสื้อผ้า ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ โดยเน้นการดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และกลุ่มเปราะบาง
พร้อมกำชับหน่วยทหารให้สำรวจความต้องการของผู้พักพิงอย่างต่อเนื่อง หากพบสิ่งใดขาดแคลนให้เร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนำสิ่งของเข้าไปสนับสนุนโดยเร็ว เพื่อให้ประชาชนสามารถดำรงชีวิตอยู่ภายในศูนย์พักพิงได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ รมว.กลาโหม ได้โทรศัพท์ประสาน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เพื่อประสานความร่วมมือในการจัดหาสิ่งของและทรัพยากรที่จำเป็น รวมถึงเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานในพื้นที่
เป้าหมายคือให้การดูแลประชาชนภายในศูนย์พักพิงเป็นไปอย่างต่อเนื่องและครอบคลุม โดยเฉพาะการจัดหาสิ่งของที่ตรงกับความต้องการจริงของผู้ประสบภัย
ก่อนเดินทางออกจากศูนย์พักพิง พล.ท.อดุลย์ ได้ขึ้นไปเยี่ยมและพูดคุยกับประชาชนที่พักอาศัยอยู่ภายในศูนย์ฯ อย่างใกล้ชิด พร้อมสอบถามความเป็นอยู่และสิ่งของที่ยังมีความต้องการเพิ่มเติม
ผู้ประสบภัยร่วมแบ่งปันสิ่งของให้ผู้อื่น
ระหว่างการตรวจเยี่ยม ยังพบประชาชนที่นำเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม เครื่องนอน และสิ่งของจำเป็นมามอบให้แก่ศูนย์พักพิง เพื่อแบ่งปันให้กับผู้ประสบภัยรายอื่น โดยจากการพูดคุยพบว่า ผู้บริจาคบางรายก็เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเช่นเดียวกัน แต่เห็นว่าตนเองยังมีสิ่งของที่สามารถแบ่งปันได้ และยังมีประชาชนอีกจำนวนหนึ่งที่ได้รับความเดือดร้อนมากกว่า จึงตั้งใจนำสิ่งของมาช่วยเหลือ
รมว.กลาโหม ได้กล่าวขอบคุณและชื่นชมประชาชนที่แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม แต่ยังคงมีน้ำใจและแบ่งปันสิ่งของให้กับผู้ที่เดือดร้อนกว่า โดยมองว่าเป็นพลังของประชาชนในการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในช่วงสถานการณ์วิกฤต
ในโอกาสเดียวกัน พล.ท.อดุลย์ ได้มอบเงินส่วนตัวจำนวนหนึ่งให้แก่ศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อนำไปใช้จัดหาสิ่งของอุปโภคบริโภค เครื่องนอน และสิ่งจำเป็นที่ยังขาดแคลนสำหรับประชาชนที่พักอาศัยอยู่ภายในศูนย์ฯ พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่สำรวจความต้องการและนำเงินไปจัดหาสิ่งของที่ประชาชนจำเป็นต้องใช้โดยตรง
รมว.กลาโหม ย้ำว่า ภารกิจสำคัญในขณะนี้คือการทำให้ทรัพยากรของทุกหน่วยงานเชื่อมต่อกัน และสามารถส่งต่อไปถึงประชาชนได้รวดเร็วที่สุด โดยกระทรวงกลาโหมและกองทัพจะยังคงสนับสนุนรัฐบาล กรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง
สธ.เปิดใช้ "MOPH PHR Emergency" รับมือน้ำท่วม เชื่อมข้อมูลผู้ป่วย
กทม.เร่งสูบน้ำ “เพชรบุรีตัดใหม่-เอกมัย” ลงคลองแสนแสบ
เคหะร่มเกล้าอ่วม น้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร ชาวบ้านต้องการอาหาร น้ำดื่ม ยา
ช่วยเหลือผู้ประสบภัย
今天(2026年9月27日),国防部长阿杜·汶塔姆查伦中将继续在曼谷监测洪灾情况并向民众提供援助。他首先前往拉卡邦国王科技大学(KMITL),考察拉卡邦及周边地区的水情,并与相关机构探讨水资源管理策略和公共援助方案。
国防部长在实地考察期间,与副总理兼高等教育、科学、研究与创新部长约萨努洛·翁沙瓦以及当地官员和机构举行了会谈,评估灾情并共同制定援助受灾民众的计划。会谈内容包括如何管理和加快排水,以系统性地降低该地区的水位。
军方重申已做好准备,为所有机构提供支持。
阿杜尔中将确认,国防部和武装部队已做好充分准备,为政府、曼谷市政府、内政部、高等教育、科学、研究与创新部以及相关机构的行动提供支持,包括人员、车辆、船舶、设备和必要的资源。
援助将优先考虑受影响地区的信息和需求,以确保资源和人员得到有效、快速的部署,目标是尽快帮助到受影响最严重的人群。
国防部长随后前往位于曼谷拉抛路 101 巷的曼谷工艺美术学院临时避难所,视察了为受洪水影响的人们提供的照料,倾听了他们的问题和需求,并鼓励了在中心工作的人们、官员和志愿者。
为提供现场支持,泰国皇家陆军司令部通过其下属的第一区域发展办公室,为避难所内的民众提供食品供应服务。同时,第11宪兵营派出高底盘军用卡车,并派遣人员和皇家志愿者团体,为当地民众提供援助和便利。
强调要特别关注弱势群体。
访问期间,国防部长询问了避难所的管理情况,包括食物、饮用水、床上用品、衣物、药品和其他必需品,重点关注对儿童、老人、病人和弱势群体的照顾。
各军事单位奉命持续评估避难所居民的需求。如发现任何物资短缺,应立即与相关机构协调,尽快提供必要物资,以确保居民能够在避难所内安居乐业。
此外,国防部长还致电内政部副部长贾塞·泰塞特先生,协调采购必要物资和资源方面的合作,并协调国防部、内政部、曼谷市政府和该地区各机构之间的工作。
目标是为庇护所中的人们提供持续全面的关怀,特别是提供满足受害者实际需求的物品。
在离开避难所之前,阿杜尔中将前往中心探望并与居民交谈,询问他们的健康状况以及他们可能需要的任何其他物资。
受害者将自己的财物与他人共享。
走访期间,人们还向避难所捐赠衣物、床上用品和生活必需品,以便与其他洪水灾民分享。交谈中得知,一些捐赠者也受到了洪水的影响,但他们觉得自己有东西可以分享,而且还有许多人遭受着更大的苦难,所以他们决定捐赠以帮助他人。
国防部长对那些尽管受到洪水影响,仍然展现出善良,并与更需要帮助的人分享物资的人们表示感谢和钦佩,认为这体现了人民在危机时刻互帮互助的力量。
在同一场合,阿杜尔中将向临时安置点捐赠了一笔个人资金,用于购置中心居民仍然缺乏的基本物资、床上用品和其他必需品。他还要求官员们调查需求,并将资金用于提供人们最需要的物品。
国防部长重申,当前的关键任务是确保各部门资源互联互通,并尽快送达公众手中。国防部和武装部队将继续全力支持政府、曼谷市政府、内政部及其他相关机构。
公共卫生部启动“MOPH PHR 紧急计划”,以应对洪水并连接患者数据。
曼谷市政府(BMA)正在加快将“碧差汶里新路 - 伊卡迈”的水抽入空盛塞运河。
Keha Rom Klao 住宅区受洪水影响严重,水位超过 1 米。居民急需食物、饮用水和药品。
帮助灾民