รู้จัก "เขื่อนขุนด่านปราการชล" จากปัญหาน้ำสู่เขื่อนใหญ่ที่นครนายกพึ่งพา了解“坤丹普拉坎琼水坝”:从缺水问题到那空那育府赖以生存的主要水坝。
ถ้าพูดถึง "เขื่อนขุนด่านปราการชล" หลายคนอาจนึกถึงเขื่อนขนาดใหญ่ ทิวเขา อ่างเก็บน้ำ หรือสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของนครนายก แต่เบื้องหลังของเขื่อนแห่งนี้มีโจทย์สำคัญมากกว่าการสร้างอ่างเก็บน้ำ เพราะต้นกำเนิดของโครงการ มาจากการแก้ปัญหาทรัพยา

ถ้าพูดถึง "เขื่อนขุนด่านปราการชล" หลายคนอาจนึกถึงเขื่อนขนาดใหญ่ ทิวเขา อ่างเก็บน้ำ หรือสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของนครนายก แต่เบื้องหลังของเขื่อนแห่งนี้มีโจทย์สำคัญมากกว่าการสร้างอ่างเก็บน้ำ เพราะต้นกำเนิดของโครงการ มาจากการแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำของพื้นที่แบบครบวงจร ทั้งน้ำสำหรับการเกษตร น้ำกินน้ำใช้ ปัญหาน้ำท่วม และปัญหาดินเปรี้ยว
ข้อมูลจาก โครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล ระบุว่า วันที่ 4 ธ.ค.2536 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร หรือในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินโครงการพัฒนาลุ่มน้ำนครนายกตอนบน โดยให้กรมชลประทานพิจารณาวางโครงการก่อสร้างเขื่อนคลองท่าด่าน บริเวณบ้านท่าด่าน ต.หินตั้ง อ.เมืองนครนายก เพื่อเก็บกักน้ำไว้ใช้ในการเกษตรกรรมและอุปโภคบริโภค แก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว และช่วยบรรเทาอุทกภัยใน จ.นครนายก
โจทย์ตั้งต้นของเขื่อนแห่งนี้มีทั้ง "น้ำแล้ง" และ "น้ำท่วม" อยู่ในโครงการเดียวกัน
รู้จัก "เขื่อนขุนด่านปราการชล" จากปัญหาน้ำสู่เขื่อนใหญ่ที่นครนายกพึ่งพา
จาก "คลองท่าด่าน" สู่เขื่อนขนาดใหญ่
หลังมีพระราชดำริ โครงการได้เดินหน้าสู่การก่อสร้าง โดยวันที่ 2 มิ.ย.2544 ในหลวง ร.9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงวางศิลาฤกษ์เขื่อนคลองท่าด่าน โครงการประกอบด้วยเขื่อนหัวงาน อาคารประกอบ ระบบส่งน้ำ ระบบระบายน้ำ และส่วนประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ตัวเขื่อนถูกออกแบบเป็น เขื่อนคอนกรีตบดอัด หรือ RCC Dam ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้คอนกรีตที่มีความชื้นต่ำและบดอัดเป็นชั้น ๆ จนเกิดเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ สูง 93 เมตร ยาว 2,720 เมตร และเก็บกักน้ำได้ 224 ล้านลูกบาศก์เมตร
ความจุระดับนี้ทำให้เขื่อนขุนด่านปราการชลเป็น "เขื่อนคอนกรีตบดอัดที่มีความยาวมากที่สุดในโลก" นับเป็นหนึ่งในโครงสร้างด้านชลประทานขนาดใหญ่ที่โดดเด่นของประเทศไทย และกลายเป็นสถานที่สำคัญของจังหวัดนครนายกในเวลาต่อมา
ชื่อ "ขุนด่านปราการชล" มาจากไหน ?
เดิมโครงการใช้ชื่อว่า "เขื่อนคลองท่าด่าน" ตามชื่อพื้นที่และคลองบริเวณที่ก่อสร้าง แต่วันที่ 5 มิ.ย.2549 มีการพระราชทานชื่อใหม่ว่า "เขื่อนขุนด่านปราการชล" พร้อมกันนั้นยังมีพระราชกระแสให้ติดป้ายโลหะจารึกประวัติของ "ขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน" บริเวณเขื่อน เพื่อเชิดชูเกียรติบุคคลดังกล่าว ซึ่งกรมชลประทานระบุว่าเป็นนายด่านแห่งพื้นที่นี้
ข้อมูลจาก อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย คำว่า "ขุนด่าน" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชื่อ "เขื่อนขุนด่านปราการชล" มีที่มาจาก "ขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน" หรือขุนด่านเมืองนครนายก
ซึ่งคำว่า "ขุนด่าน" หมายถึงตำแหน่งผู้ดูแลเขตแดนประจำเมืองหน้าด่านในสมัยกรุงศรีอยุธยา ขุนด่านมีนามเดิมว่า "หาญ" เป็นบุตรของขุนพิจิตรไพรสณฑ์ นายด่านและหัวหน้าหมู่บ้านทางทิศตะวันออกของเมืองนครนายก และได้รับหน้าที่สืบต่อจากบิดา พร้อมได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "ขุนหาญพิทักษ์ไพรวัน" ในปี พ.ศ.2130 สมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ต่อมาเมื่อพระยาละแวก เจ้าเมืองเขมร ยกทัพเข้าตีเมืองปราจีนและเมืองนครนายก ขุนด่านหาญได้เร่งแจ้งข่าวไปยังกรุงศรีอยุธยา พร้อมรวบรวมกำลังชาวบ้านดักซุ่มโจมตีกองทัพเขมร แม้มีกำลังน้อยกว่า แต่สามารถต้านทานและสร้างความเสียหายแก่กองทัพฝ่ายตรงข้าม จนกองทัพจากกรุงศรีอยุธยาเข้ามาช่วยและทำให้กองทัพเขมรแตกพ่าย
วีรกรรมดังกล่าวทำให้ชาวนครนายกเคารพยกย่องขุนหาญพิทักษ์ไพรวันอย่างมาก และเมื่อถึงแก่กรรม ชาวบ้านได้สร้างศาลบรรจุอัฐิไว้บริเวณหุบเขาชะโงก ต.พรหมณี อ.เมืองนครนายก เรียกว่า "ศาลเจ้าพ่อขุนด่าน" ต่อมาเมื่อโครงการเขื่อนคลองท่าด่านเสร็จ ก็ได้รับพระราชทานชื่อใหม่ว่า "เขื่อนขุนด่านปราการชล" คำว่า "ขุนด่าน" จึงเป็นชื่อที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของพื้นที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดูแลพื้นที่ในอดีตโดยตรง
เริ่มเก็บน้ำตั้งแต่ปี 2547
แม้โครงการจะดำเนินการก่อสร้างต่อเนื่อง แต่เขื่อนขุนด่านปราการชลเริ่มเก็บกักน้ำตั้งแต่เดือน ต.ค.2547 เป็นต้นมา จุดนี้ถือเป็นช่วงเปลี่ยนสำคัญ เพราะจากเดิมที่โครงการอยู่ในขั้นตอนก่อสร้าง เขื่อนเริ่มเข้ามาทำหน้าที่จริงในระบบบริหารจัดการน้ำ ข้อมูลจากสำนักงาน กปร. ระบุประโยชน์ของโครงการว่า สามารถส่งน้ำเพื่อการเกษตรในพื้นที่ประมาณ 185,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ 15 ตำบล 96 หมู่บ้าน และ 9,104 ครัวเรือน
เขื่อนแห่งนี้แก้ปัญหาอะไรบ้าง ?
แก้ปัญหาน้ำเพื่อการเกษตร พื้นที่นครนายกมีทั้งนาข้าว สวนผลไม้ และพื้นที่เพาะปลูกประเภทต่าง ๆ เขื่อนจึงทำหน้าที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับการจัดสรรน้ำให้ภาคเกษตร มีพื้นที่รับประโยชน์ของโครงการรวมประมาณ 185,000 ไร่
เพิ่มน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค มีเป้าหมายจัดหาน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคให้ประชาชนไว้ที่ประมาณ 16 ล้าน ลบ.ม./ปี
ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วม อีกภารกิจสำคัญคือการช่วยบริหารน้ำในช่วงที่มีน้ำหลาก การมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทำให้สามารถรวบรวมน้ำและบริหารการระบายให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุประสงค์ตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ
แก้ปัญหาดินเปรี้ยว แม้ประเด็นนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญของโครงการที่มักถูกพูดถึงน้อยกว่าประเด็นน้ำท่วมและน้ำแล้ง แต่มีระบบบริหารน้ำที่ช่วยให้สามารถจัดการน้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบและสนับสนุนการใช้ประโยชน์ทางการเกษตรอย่างมีประสิทธิภาพ
ช่วยรักษาระบบนิเวศและผลักดันน้ำเค็ม เป็นเครื่องสะท้อนว่าเป้าหมายของเขื่อนไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องน้ำสำหรับเกษตรกรเท่านั้น
"เขื่อน" ที่ทำหน้าที่มากกว่าการเก็บน้ำ
เมื่อมองย้อนกลับไปที่ต้นกำเนิดของโครงการ จะเห็นว่าเขื่อนขุนด่านปราการชลถูกวางบทบาทไว้ตั้งแต่ต้นให้เป็น เครื่องมือบริหารจัดการน้ำ ไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับกักน้ำ
ในฤดูฝน เมื่อมีน้ำไหลลงมาจากพื้นที่ต้นน้ำ เขื่อนสามารถรับน้ำไว้ในอ่างและบริหารการระบาย ขณะที่ในช่วงที่มีความต้องการใช้น้ำ น้ำที่เก็บไว้จะเป็นน้ำต้นทุนสำหรับภาคเกษตรและการอุปโภคบริโภค เพราะฉะนั้น ภาพของเขื่อนขุนด่านฯ จึงมี 2 ด้านที่ต้องเดินไปพร้อมกัน คือ "เก็บน้ำให้พอใช้" และ "บริหารน้ำไม่ให้สร้างความเสียหาย"
นี่คือเหตุผลที่การบริหารเขื่อนต้องติดตามทั้งน้ำในอ่าง น้ำที่ไหลเข้า และน้ำที่ระบายออก ไม่ใช่ดูเพียงว่าในอ่างมีน้ำมากหรือน้อยเท่านั้น โดยระบบฐานข้อมูลของกรมชลประทานมีการรายงานข้อมูลเหล่านี้เป็นองค์ประกอบในการติดตามสถานการณ์น้ำของเขื่อน
วันนี้เขื่อนขุนด่านปราการชลไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างด้านชลประทาน แต่ยังกลายเป็นสถานที่สำคัญที่คนทั่วไปจดจำได้ในฐานะหนึ่งในแลนด์มาร์กของนครนายก
หากย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้น สิ่งที่อยู่เบื้องหลังเขื่อนขนาดใหญ่แห่งนี้ไม่ใช่เรื่องของการสร้างสถานที่ท่องเที่ยว หากเป็นโจทย์เรื่อง "น้ำ" ที่กระทบชีวิตผู้คนโดยตรง ทั้งวันที่มีน้ำไม่เพียงพอสำหรับการเกษตร วันที่มีน้ำหลาก และปัญหาคุณภาพดินในพื้นที่ และนี่คือเหตุผลว่า ทำไมเวลาพูดถึง "เขื่อนขุนด่านปราการชล" เราจึงไม่ได้กำลังพูดถึงเพียงเขื่อนหนึ่งแห่ง แต่กำลังพูดถึง โครงการที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจัดการปัญหา "น้ำ" ของคนทั้งพื้นที่ในหลายมิติพร้อมกัน
ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) , อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย
ครม.เคาะงบกลางปี 69 วงเงิน 2 พันล้านบาท เยียวยาน้ำท่วม
คพ.เก็บน้ำ-ตะกอน ตรวจการปนเปื้อนโลหะหนัก หลังน้ำป่าซัดฝายบ้านเหมืองสองท่อเสียหาย
"พลพีร์" แจงปมปิดเขื่อนขุนด่านฯ ลั่น "ใครจะโง่พอให้เขื่อนแตก" ย้ำชะลอน้ำ 2 ชม.
เขื่อนขุนด่านปราการชล
提到“坤丹普拉坎春大坝”,许多人可能会想到一座大型水坝、连绵的山脉、一个水库,或是那空那育府的著名旅游景点。然而,这座大坝背后所蕴含的挑战远不止修建一个水库那么简单。该项目源于一项旨在全面解决该地区水资源问题的综合方案,涵盖农业用水、饮用水、生活用水、防洪以及土壤酸化等诸多方面。
根据坤丹普拉坎春水坝项目的信息,1993年12月4日,泰国国王普密蓬·阿杜德(拉玛九世)启动了一项皇家项目,旨在加快那空那育河上游流域的开发。他指示皇家灌溉厅考虑在那空那育府直辖县欣唐街道班塔丹村修建孔塔丹水坝,用于蓄水,以满足农业和生活用水需求,解决土壤酸性问题,并缓解那空那育府的洪涝灾害。
该水坝项目最初面临的挑战包括“干旱”和“洪水”同时存在于同一个项目中。
了解“坤丹普拉坎琼水坝”:从缺水问题到那空那育府赖以生存的主要水坝。
从“Khlong Tha Dan”到一座大水坝。
在皇室的倡议下,该项目开始建设。2001年6月2日,泰国国王普密蓬·阿杜德(拉玛九世)陛下主持了空塔丹大坝的奠基仪式。该项目包括主坝、附属设施、供水系统、排水系统及其他相关组成部分。
该大坝采用碾压混凝土(RCC)技术建造,这种技术使用低含水率混凝土分层压实,形成庞大的结构。大坝高93米,长2720米,蓄水量达2.24亿立方米。
如此巨大的水力使坤丹普拉坎琼大坝成为“世界上最长的碾压混凝土大坝”,是泰国一项杰出的大型灌溉工程,也是那空那育府的重要地标。
“Khun Dan Prakarnchon”这个名字是怎么来的?
该项目最初以其所在地区和运河命名为“Khlong Tha Dan Dam”。然而,2006年6月5日,一项皇家法令将其更名为“Khun Dan Prakan Chon Dam”。与此同时,皇家下令在大坝处竖立一块金属牌匾,铭刻“Khun Han Phitak Phraiwan”的生平事迹,以纪念这位被皇家灌溉部认定为该地区守护者的人物。
据泰国科学园的信息显示,“Khun Dan”一词是“Khun Dan Prakan Chon Dam”名称的一部分,源自“Khun Han Phitak Phraiwan”或那空那育府的Khun Dan。
“坤丹”一词指的是阿瑜陀耶王朝时期边境城镇的守卫官职位。坤丹原名“汉”,是坤披集·普莱森斯的儿子,其父是那空那育以东的一位边境巡逻官兼村长。他继承了父亲的职位,并在佛历2130年(公元1587年)纳黎萱大帝统治时期被授予“坤汉·披塔·普莱万”的称号。
后来,当柬埔寨统治者帕亚·拉威克率军攻打巴真府和那空那育府时,坤丹汉迅速通知了阿瑜陀耶,并召集村民伏击柬埔寨军队。尽管寡不敌众,他们仍顽强抵抗,并对敌军造成了一定伤亡,直到阿瑜陀耶军队赶到增援,最终击败了柬埔寨军队。
这些英勇事迹为坤汉披达帕莱万赢得了那空那育人民的崇敬和爱戴。他去世后,村民们在那空那育府普罗玛尼镇昌戈谷修建了一座神龛,供奉他的骨灰,这座神龛被称为“昭坡坤丹神龛”。后来,当空塔丹大坝工程竣工时,它被重新命名为“坤丹普拉坎春大坝”。因此,“坤丹”这个名字与该地区的历史以及过去参与保护该地区的先辈们紧密相连。
蓄水工程始于2004年。
尽管工程仍在继续建设,坤丹普拉坎春大坝于2004年10月开始蓄水。这标志着一个重要的转折点,因为这座此前仍在建设中的大坝开始在水资源管理系统中有效发挥作用。据皇家发展项目办公室称,该项目为约18.5万莱(约7.6万公顷)的农业用地提供水源,覆盖3个县、15个乡、96个村庄和9104户家庭。
这座水坝解决了哪些问题?
解决农业用水问题:那空那育府拥有稻田、果园和各种类型的耕地。该水坝为农业部门提供原水,惠及约18.5万莱的土地。
目标是增加饮用水供应量,目标是每年向公众提供约 1600 万立方米饮用水。
缓解洪涝灾害是另一项重要任务,即在高水位时期协助进行水资源管理。大型水库能够蓄水并根据实际情况进行泄洪管理,这自项目启动以来一直是其目标之一。
解决酸性土壤问题是该项目的一个关键原因,虽然不如洪水和干旱那样经常被提及,但它涉及一个水资源管理系统,该系统可以对受影响地区进行有效的水资源管理,并支持有效的农业用水。
保护生态系统和阻止海水入侵表明,大坝的目标不仅限于为农民提供用水。
除了蓄水之外,水坝还具有其他用途。
回顾该项目的起源,很明显,坤丹普拉坎琼大坝从一开始就被设计成一个水资源管理工具,而不仅仅是一个蓄水的地方。
雨季期间,上游水流顺流而下,大坝可以将水蓄入水库并进行泄洪。在用水高峰期,蓄水可作为农业和生活用水的来源。因此,坤丹大坝必须同时兼顾两个方面:“蓄水以满足用水需求”和“管理水资源以防止损害”。
因此,水坝管理需要监测水库水位、入库流量和出库流量,而不仅仅是水库蓄水量的高低。皇家灌溉部的数据库系统会将这些数据作为水坝水情监测的一部分进行上报。
如今,坤丹普拉坎春水坝不仅是一座灌溉设施,而且已成为一个重要的场所,被广大民众公认为那空那育府的地标之一。
回顾最初,这座巨型水坝的修建初衷并非为了打造旅游景点,而是为了解决“水”问题对人们生活造成的直接影响,包括农业用水不足、严重的洪涝灾害以及当地的土壤质量问题。因此,当我们谈到“坤丹普拉坎春水坝”时,我们指的不仅仅是一座水坝,而是一个旨在从多个层面同时解决当地社区水资源问题的综合性项目。
资料来源:泰国科学园皇家发展项目协调委员会办公室(ORDPCC)。
内阁批准了2026年中期预算,拨款20亿泰铢用于洪灾救灾。
洪水冲毁了班芒松托堰后,污染控制部门采集了水样和沉积物样本,以检测重金属污染情况。
“Phonpeer”解释了坤丹大坝关闭的问题,他说:“谁会愚蠢到让大坝决堤呢?”并强调水流减缓了2个小时。
Khun Dan Prakan Chon Dam