← 返回新闻首页
泰国权威

เบื้องหลังสั่งชะลอน้ำนครนายก "พลพีร์" ชี้หวังเซฟพื้นที่ท้ายน้ำไม่ให้จม

"พลพีร์" แจงดรามาสั่งปิดประตูระบายน้ำใน จ.นครนายก ยืนยันตัดสินใจร่วมกับกรมชลประทาน-หน่วยงานในพื้นที่บนข้อมูลจริง หวังชะลอมวลน้ำไม่ให้กระทบพื้นที่ท้ายน้ำ ย้ำชัดไม่มีใครโง่พอที่จะทำให้เขื่อนแตก

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
在限制那空那育府水流速度的命令背后,“Phonpeerap”解释说,其目的是保护下游地区免遭淹没。

วันนี้ (29 ก.ย.2569) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย ชี้แจงผ่านการสัมภาษณ์สดทางโทรศัพท์ ในรายการสถานีประชาชน ไทยพีบีเอส ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียกรณีการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ณ จ.นครนายก และการสั่งปิดหรือชะลอประตูระบายน้ำเขื่อนขุนด่านปราการชล

โดยยืนยันว่า การลงพื้นที่และร่วมวางมาตรการบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้ ดำเนินการบนพื้นฐานของข้อมูลข้อเท็จจริงทางวิชาการและสถิติเชิงตัวเลขที่ได้รับ ณ หน้างานแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นการประชุมหารือร่วมกันระหว่างข้าราชการระดับสูงและหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก, กรมชลประทาน, ผู้อำนวยการเขต/ผู้อำนวยการเขื่อน, สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัด และกรมอุตุนิยมวิทยา ตนไม่ได้ตัดสินใจด้วยการใช้อารมณ์หรือการระบายอารมณ์ตามกระแสในโซเชียลมีเดียแต่อย่างใด

เปิดตัวเลขมวลน้ำเขาใหญ่ลดเหลือ 20% - เขื่อนยังรับได้ปลอดภัย

นายพลพีร์ ระบุถึงรายละเอียดในการลงพื้นที่เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมาว่า ตนได้เข้าร่วมประชุมวางมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาประชาชนที่สำนักงานของเขตเขื่อน จากนั้นได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบสถานการณ์น้ำบริเวณหน้าเขื่อนจริง ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลปริมาณน้ำสะสม ณ วันที่ 26 ก.ย. พบว่าตัวเลขความจุน้ำในเขื่อนอยู่ที่ประมาณ 178 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งยังต่ำกว่าร้อยละ 100

ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาได้รายงานประเมินมวลน้ำฝนตกสะสมจากบริเวณเขาใหญ่ที่จะไหลลงสู่เขื่อนในวันที่ 27 ก.ย.ว่า ปริมาณน้ำไหลเข้า ลดลงเหลือเพียงร้อยละ 20–25 เมื่อเทียบกับปริมาณของวันก่อนหน้า สถิติดังกล่าวชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เขื่อนยังคงมีช่องว่างและศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับมวลน้ำก้อนใหม่ได้อย่างปลอดภัย

ยุทธศาสตร์ชะลอน้ำ อุ้มพื้นที่ท้ายน้ำไม่ให้ท่วมนาน

สำหรับสาเหตุที่มีการเสนอให้ชะลอการจ่ายน้ำ หรือปิดประตูระบายน้ำชั่วคราวเป็นเวลาประมาณ 30 นาที ถึง 1–2 ชั่วโมงนั้น นายพลพีร์ ชี้แจงว่า เกิดจากการประเมินมวลน้ำในพื้นที่อำเภอเมืองนครนายก ซึ่งพบว่าระดับน้ำท่วมขังเริ่มทรงตัวและทยอยลดระดับลงแล้ว หากยังคงปล่อยน้ำออกจากเขื่อนในอัตราเดิม มวลน้ำจะไหลไปสมทบและเอ่อล้นเข้าสู่พื้นที่ชั้นล่าง ได้แก่ อ.บ้านนา และ อำเภอข้างเคียง

จากการคำนวณทางวิศวกรรมชลประทานพบว่า หากมวลน้ำก้อนใหญ่ทะลักลงไป สมทบ จะส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำต้องเผชิญกับสภาวะน้ำท่วมขังยาวนานเกือบ 1 เดือน

ดังนั้น การชะลอหรือลดการระบายน้ำจากเดิมที่เปิดไว้ราวร้อยละ 5 ลงเหลือร้อยละ 1–3 หรือปิดชั่วคราว จึงเป็นมาตรการสำคัญในการรักษาดุลยภาพของน้ำ เพื่อเปิดโอกาสให้น้ำในบ้านเรือนและพื้นที่เกษตรกรรม เช่น สวนทุเรียน ของประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำสามารถระบายออกและลดระดับลงได้ 5–10 เซนติเมตร

เบื้องหลังสั่งชะลอน้ำนครนายก "พลพีร์" ชี้หวังเซฟพื้นที่ท้ายน้ำไม่ให้จม

เปิดไทม์ไลน์ปรับลดการระบายน้ำ ยัน ผอ.เขื่อน คนกดปุ่ม

นายพลพีร์ เน้นย้ำว่า การดำเนินการปิดหรือเปิดประตูน้ำเป็นการตัดสินใจร่วมกัน โดยผู้อำนวยการเขื่อนซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคเป็นผู้รับทราบข้อเสนอและเป็นผู้สั่งการกดปุ่มปฏิบัติการจริง ไม่ใช่ตนเป็นผู้ไปสั่งการโดยขัดหลักวิชาการ

พร้อมทั้งเปิดเผยไทม์ไลน์รายงานการระบายน้ำของเขื่อนตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย. เป็นต้นมา ซึ่งมีการปรับลดปริมาณการปล่อยน้ำลงอย่างต่อเนื่องทุกวัน ดังนี้

27 ก.ย. สั่งชะลอและปิดประตูระบายน้ำชั่วคราวในช่วงเช้าเวลาประมาณ 15:30 น. ก่อนจะเปิดระบายน้ำอีกครั้งก่อนเวลา 17:00 น. ในระดับ 0.25 เมตร

28 ก.ย. รายงานการบริหารจัดการน้ำระบุว่า มีการปรับลดระดับการเปิดประตูระบายน้ำลงจาก 0.75 เมตร เหลือ 0.50 เมตร

29 ก.ย. ปรับลดระดับการระบายน้ำลงเพิ่มเติมจาก 0.50 เมตร เหลือเพียง 0.25 เมตร

ข้อมูลไทม์ไลน์นี้ยืนยันว่า หลังจากการลงพื้นที่ ทางเขื่อนได้ทยอยปรับลดการปล่อยน้ำท้ายเขื่อนลงทุกวัน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด

สยบกระแสข่าวลือเขื่อนแตก ลั่นไม่มีใครโง่

ในส่วนของข้อกังวลเรื่องความปลอดภัยของโครงสร้างเขื่อน นายพลพีร์ กล่าวสยบดรามาอย่างชัดเจนว่า "ไม่มีใครโง่พอที่จะทำให้เขื่อนแตก" เนื่องจากการควบคุมระดับน้ำทั้งหมดอยู่ในความดูแลของวิศวกรและเจ้าหน้าที่ชลประทานอย่างใกล้ชิด ตนเข้าใจถึงความห่วงใยของประชาชนและนักวิชาการ

แต่การทำงาน ณ สถานการณ์วิกฤตหน้างาน จำเป็นต้องตัดสินใจบนข้อมูลเรียลไทม์ร่วมกับข้าราชการในพื้นที่ เจตนาเดียวของการทำงานคือการรักษาดุลยภาพของมวลน้ำให้อยู่ในระดับที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และพื้นที่การเกษตรของพี่น้องประชาชน

ปิดอีก 3 วัน ถึง 2 ต.ค. โรงเรียนสังกัด กทม.ในพื้นที่ 15 เขตน้ำท่วม

"เขื่อนวชิราลงกรณ" เพิ่มระบายน้ำ 29 ก.ย.-4 ต.ค.เตือน ปชช.ริมแม่น้ำแควน้อยเฝ้าระวัง

ปภ.เผยน้ำท่วม 29 จังหวัด รวม กทม. กระทบกว่า 2.6 ล้านคน เสียชีวิต 22 คน

ด่วน กรมชลฯ ปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนแม่กลอง เตือนพื้นที่เสี่ยง 4 จังหวัด

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻