น้ำท่วมดันต้นทุนเกษตร–อาหาร เสียหาย 6.9 หมื่นล้าน"ข้าว"เสียหายหนักสุด洪水推高了农业和食品成本,造成 690 亿泰铢的损失;水稻作物受灾最为严重。
ม.รังสิตประเมินน้ำท่วม 7 วัน กระทบ 32 จังหวัด ห่วงโซ่อุตสาหกรรมเกษตรเสียหาย 6.9 หมื่นล้านบาท หรือ 0.36% ของจีดีพี เกษตรกรเสียหายสูงสุด 2.59 หมื่นล้านบาท ขณะที่ผู้บริโภคแบกค่าใช้จ่ายเพิ่ม 1.34 หมื่นล้านบาท หวั่นกระทบผลผลิต อาหาร ค่าครองชีพ ส่งออก

วันนี้ ( 1 ต.ค.2569) นายอัทธ์ พิศาลวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต เปิดเผยผลการประเมินผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมช่วงวันที่ 24–30 ก.ย.2569 รวม 7 วัน โดยอ้างอิงข้อมูลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)วันที่ 30 ก.ย. 2569 พบว่า มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 32 จังหวัด ครอบคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร พบว่า น้ำท่วมสร้างความเสียหายต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมเกษตรทั้งระบบประมาณ 69,102 ล้านบาท หรือ 6.9 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 0.36% ของ GDP ไทย
นายอัทธ์ พิศาลวานิช อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต
โดยภาคกลางได้รับผลกระทบสูงสุด 31,521 ล้านบาท รองลงมาคือภาคตะวันออก 19,923 ล้านบาท ภาคเหนือ 11,795 ล้านบาท และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 5,861 ล้านบาท ส่วนกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ เกษตรกร 25,864 ล้านบาท ตามด้วยผู้แปรรูปสินค้าเกษตร 18,307 ล้านบาท และผู้บริโภคที่มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 13,402 ล้านบาท จากปัญหาสินค้าขาดแคลนและราคาสินค้าที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่ผู้ส่งออกได้รับผลกระทบประมาณ 5,482 ล้านบาท
สำหรับสินค้าเกษตรที่ได้รับความเสียหายสูงสุดคือ ข้าวเปลือก 28,862 ล้านบาท ตามด้วยโคและกระบือ 9,307ล้านบาท ไก่และเป็ด 8,669 ล้านบาท มันสำปะหลัง 7,473ล้านบาท และสุกร 6,811 ล้านบาท ผลกระทบยังส่งผ่านไปถึงค่าครองชีพ
น้ำท่วมดันต้นทุนเกษตร–อาหาร เสียหาย 6.9 หมื่นล้าน"ข้าว"เสียหายหนักสุด
ขณะที่ผู้บริโภคมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการซื้อข้าวประมาณ 6,551 ล้านบาท เนื้อสัตว์ 2,023ล้านบาท และไก่และเป็ด 1,772ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจร้านอาหารมีต้นทุนเพิ่มประมาณ 3,479 ล้านบาท จากราคาวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นด้านการส่งออก น้ำท่วมส่งผลให้มูลค่าการส่งออกข้าวลดลงประมาณ 2,366 ล้านบาท และมันสำปะหลังลดลง 2,140ล้านบาท สะท้อนความเสี่ยงจากผลผลิตเสียหาย การขนส่งติดขัด และการส่งมอบสินค้าไม่เป็นไปตามกำหนด
เสนอให้ภาครัฐเร่งฟื้นฟูพื้นที่เกษตรและช่วยเกษตรกรกลับเข้าสู่การผลิตโดยเร็ว ทั้งการระบายน้ำ สำรวจความเสียหาย สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ ปรับปรุงดิน และจัดหาเงินทุน พร้อมพิจารณามาตรการพักชำระหนี้และสินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูตามความเสียหายจริง
ขณะเดียวกันควรเชื่อมโยงวัตถุดิบจากพื้นที่ที่ไม่ได้รับผลกระทบเข้าสู่โรงงาน เพื่อป้องกันการหยุดชะงักของโรงสี โรงงานอาหารสัตว์ โรงงานแป้งมันสำปะหลัง และโรงฆ่าสัตว์ รวมถึงเร่งกระจายอาหารจากพื้นที่อื่นเข้าสู่พื้นที่ขาดแคลน เพื่อลดแรงกดดันต่อราคาสินค้าและค่าครองชีพ ส่วนภาคส่งออกควรเร่งประเมินคำสั่งซื้อที่ได้รับผลกระทบ ประสานผู้ซื้อเพื่อปรับกำหนดส่งมอบ และจัดหาแหล่งผลิตทดแทน เพื่อรักษาความต่อเนื่องของการส่งออกและลดความเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นของคู่ค้าในระยะต่อไป
น้ำแม่กลองระบาย 2,227 ลบ.ม./วินาที สมุทรสงคราม ประกาศ 3 อำเภอประสบอุทกภัย
กทม.เร่งระบายน้ำฝั่งตะวันออก เตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ 8-9 ต.ค.
"ภัทรพงษ์" ซัดรัฐรับมือภัยพิบัติต่ำกว่ามาตรฐาน จี้ "อนุทิน" ตอบกระทู้สดสภาฯ
เกษตรกรเสียหายสูงสุด
2026年10月1日,兰实大学经济学院讲师阿特·皮萨尔瓦尼奇先生公布了2026年9月24日至30日(为期7天)洪灾影响评估结果。根据泰国防灾减灾厅(DDPM)截至2026年9月30日的数据,评估发现,泰国32个府受灾,涵盖北部、东北部、中部、东部和曼谷地区。洪灾对整个农业产业链造成的损失估计约为691.02亿泰铢,即690亿泰铢,相当于泰国国内生产总值的0.36%。
阿特·皮萨尔瓦尼奇先生,兰实大学经济学院讲师。
中部地区受灾最为严重,损失总额达315.21亿泰铢,其次是东部地区(199.23亿泰铢)、北部地区(117.95亿泰铢)和东北部地区(58.61亿泰铢)。受影响最大的群体是农民,损失高达258.64亿泰铢,其次是农产品加工商(183.07亿泰铢),以及因产品短缺和价格上涨而面临支出增加的消费者(134.02亿泰铢)。出口商也受到影响,损失估计约为54.82亿泰铢。
受影响最大的农产品是水稻(损失288.62亿泰铢),其次是牛和水牛(损失93.07亿泰铢)、鸡和鸭(损失86.69亿泰铢)、木薯(损失74.73亿泰铢)以及猪(损失68.11亿泰铢)。生活成本也受到了影响。
洪水推高了农业和食品成本,造成 690 亿泰铢的损失;水稻作物受灾最为严重。
消费者在稻米(约65.51亿泰铢)、肉类(20.23亿泰铢)以及鸡肉和鸭肉(17.72亿泰铢)上的支出均有所增加。与此同时,由于原材料和运输价格上涨,餐饮业的成本也增加了约34.79亿泰铢。出口方面,洪水导致稻米出口额减少约23.66亿泰铢,木薯出口额减少约21.4亿泰铢,这反映了作物受损、运输中断和交货延误的风险。
该提案建议政府加快农业区的恢复工作,并帮助农民尽快恢复生产。这包括排水、损失评估、种子供应、土壤改良和资金支持。政府还应考虑根据实际损失情况提供债务延期偿还和灾后重建贷款。
与此同时,应将未受影响地区的原材料输送至各工厂,以防止碾米厂、饲料厂、木薯淀粉厂和屠宰场等生产环节中断。此外,应加快向短缺地区运送粮食,以缓解大宗商品价格和生活成本的压力。对于出口部门而言,至关重要的是迅速评估受影响的订单,与买家协调调整交货计划,并寻找替代货源,以维持出口的连续性,并从长远角度降低对贸易伙伴信心的风险。
湄公河的泄洪速度为每秒2227立方米。沙没颂堪府已宣布三个县为受灾地区。
曼谷加快东部地区的排水工作,为10月8日至9日的新一轮降雨做准备。
“帕特拉蓬”批评政府应对灾害不力,并敦促“阿努廷”回答议会提出的紧急质询。
农民遭受的损失最大。