"ณัฐพงษ์" จี้รัฐบาลกางแผนระบายน้ำด่วน ซัดขาดเอกภาพแก้ภัยพิบัติ《纳塔蓬》敦促政府紧急公布排水计划,并批评政府在应对这场灾难方面缺乏团结。
"ณัฐพงษ์" ไม่ขัดข้องรัฐบาลใช้หน่วยงานใดเป็นศูนย์กลางวอร์รูมน้ำท่วม แต่ขอนายกฯ รายงานสถานการณ์-ความเสี่ยงฝนแบบวันต่อวัน โดยเฉพาะแนวโน้มฝนหนักตั้งแต่ 5 ต.ค. พร้อมยืนยันถุงยังชีพ ปชน.จัดหาเอง และการอภิปรายไม่ไว้วางใจยังเดินตามกรอบเดิม

วันนี้ (1 ต.ค.2569) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงการร่วมประชุมกับ กมธ.ปภ. ซึ่งติดตามสถานการณ์น้ำและมาตรการรับมือน้ำท่วมว่า จากการติดตามการประชุมช่วงเช้า พบว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก เช่น เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ประชาชนยังประสบปัญหาน้ำรอการระบายเป็นเวลานาน
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตัวแทนกรมชลประทานได้ชี้แจงว่า กรุงเทพมหานครมีบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU กับกรมชลประทาน กำหนดเงื่อนไขระดับน้ำระหว่างพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลว่าอยู่ในระดับใดจึงจะสามารถสูบน้ำออกได้ แต่ขณะนี้ระดับน้ำทั้งในและนอกกรุงเทพฯ สูงเกินกว่าระดับที่กำหนดไว้ใน MOU ทำให้การสูบน้ำออกทำได้ยาก
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนกรมชลประทานระบุว่า ในสถานการณ์วิกฤตไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม MOU เสมอไป เนื่องจาก MOU ถูกออกแบบไว้สำหรับสถานการณ์ปกติ ดังนั้น สิ่งที่ยังขาดคืออำนาจจากส่วนกลางที่จะเข้ามาจัดการและสั่งการในช่วงวิกฤต เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ส่วนการประชุมช่วงบ่าย นายณัฐพงษ์ระบุว่าจะติดตามสถานการณ์น้ำใน จ.นนทบุรี รวมถึงพื้นที่จังหวัดอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
"น้ำจะลดเมื่อไหร่" ข้อมูลต้องรายงานทุกวัน
สำหรับข้อเสนอถึงรัฐบาลในการรับมือสถานการณ์น้ำในสัปดาห์หน้า นายณัฐพงษ์กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการทราบมากที่สุดในเวลานี้คือแผนการระบายน้ำออกจากพื้นที่ ไม่ใช่แผนบริหารจัดการน้ำระยะยาว 4 ปี หรือ 8 ปี แต่ต้องการคำตอบเฉพาะหน้าว่า จากสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น น้ำจะเริ่มลดลงเมื่อใด
ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรนำข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยามาแจ้งประชาชนอย่างชัดเจนด้วยว่า ตั้งแต่วันที่ 5 ต.ค. เป็นต้นไป ยังมีความเสี่ยงฝนตกหนักมากน้อยเพียงใด เพราะประชาชนจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการตัดสินใจว่าจะเตรียมตัวอย่างไร
นายณัฐพงษ์เห็นว่า รัฐบาลมีหน้าที่รายงานสถานการณ์แบบวันต่อวัน เพื่อให้ประชาชนเห็นความคืบหน้าและประเมินสถานการณ์ได้ หากไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน ประชาชนที่กำลังเผชิญน้ำท่วมอาจไม่รู้ว่าต้องอยู่กับสถานการณ์เช่นนี้ไปอีกนานเท่าใด และจะเห็นทางออกจากปัญหาได้ยาก
ไม่ติดใจใครเป็น "ศูนย์กลาง" ขอให้ทำงานได้จริง
เมื่อถามถึงกรณีรัฐบาลระบุว่าใช้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. เป็นศูนย์บัญชาการภาพใหญ่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ไม่ได้ขัดข้องว่าหน่วยงานใดจะเป็นศูนย์กลางวอร์รูม เพราะสามารถทำได้ทุกหน่วยงาน สิ่งสำคัญคือวัตถุประสงค์ของวอร์รูมต้องชัดเจนและสามารถทำให้การแก้ปัญหาเกิดผลในทางปฏิบัติ
สิ่งที่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลควรทำ ในมุมมองของนายณัฐพงษ์ คือการรายงานสถานการณ์ให้ประชาชนเห็นภาพรวมและความคืบหน้า รวมถึงแจ้งเตือนความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยอยากเห็นการทำหน้าที่ดังกล่าวออกมาจากตัวนายกรัฐมนตรีโดยตรง
ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมยังมีหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ โดยข้อมูลของ ปภ. ณ วันที่ 1 ต.ค.2569 เวลา 06.00 น. ระบุว่ายังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 30 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานคร มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 3,350,000 คน หรือ 1,177,404 ครัวเรือน จึงยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
นายกฯ ต้องทำหน้าที่ตัวเอง
ส่วนกรณีนายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้ข้าราชการทำงานอย่างเต็มที่ และหากใครเกียร์ว่างจะถูกลงโทษ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ก็อยากให้นายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่เช่นกัน โดยเฉพาะการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ซึ่งยังรอให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาตอบคำถามและทำหน้าที่ในสภาด้วยตัวเอง
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า หากนายกรัฐมนตรีจะพิจารณาลงโทษข้าราชการ ก็ควรพิจารณาตัวเองด้วยว่าได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่แล้วหรือไม่
ประเด็นดังกล่าวสอดคล้องกับท่าทีที่นายณัฐพงษ์แสดงในสภาเมื่อวันที่ 30 ก.ย.2569 ซึ่งเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงแนวทางแก้ปัญหาอุทกภัยและรับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่ประชาชนกำลังเผชิญ
ยืนยันถุงยังชีพ "พรรคประชาชน" จัดหาเอง
ส่วนกรณี สส.พรรคประชาชนเตรียมแจ้งความจากกรณีมีการโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดียกล่าวหาว่า สส.พรรคประชาชนนำถุงยังชีพจากหน่วยงานอื่นมาถ่ายรูปเพื่อแจกประชาชน นายณัฐพงษ์ยืนยันว่า สิ่งของที่นำไปแจกจัดหามาจากครัวที่ดำเนินการโดยกลุ่มอาสาสมัครของพรรคประชาชนและตัวแทน สส.ของพรรค
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในวันที่ลงพื้นที่ตนเดินทางไปพร้อมกับ น.ส.พรรณิการ์ วานิช และมีทหารร่วมลงพื้นที่ด้วย โดยขอขอบคุณกำลังพลที่เข้ามาช่วยเหลือ ซึ่งเกิดจากการประสานงานของ นายวุฒากร นุตยกุล สส.นนทบุรี ที่ประสานหน่วยทหารซึ่งมีรถยกสูง รวมถึงกำลังพลเข้ามาช่วยนำสิ่งของไปแจกประชาชน
ยืนยันเต็มที่ว่าของที่ไปแจกไม่ได้เป็นของคนอื่นเอามาแจก เป็นของที่พวกเราประสานงานดำเนินการกันเอง
ขอทุกฝ่ายลดโจมตีการเมือง แต่ฝ่ายค้านยังตรวจสอบ
เมื่อถามว่ามองว่ากรณีดังกล่าวเป็นการมุ่งโจมตีพรรคประชาชนหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันทุกฝ่ายควรต้องการเห็นความร่วมมือเพื่อแก้ปัญหา เพราะภาพของการร่วมมือกันไม่ได้หมายความว่าฝ่ายค้านจะหยุดทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล
นายณัฐพงษ์ยืนยันว่า พรรคประชาชนจะทำทั้ง 2 ส่วน คือร่วมมือแก้ปัญหาในภาวะวิกฤต และทำหน้าที่ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลต่อไป หากเห็นว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลมีสิ่งใดที่ยังบกพร่องหรือไม่ถูกต้อง ก็ต้องวิพากษ์วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา พร้อมขอให้รัฐบาลและทุกฝ่ายลดการโจมตีกันทางการเมือง และยึดข้อเท็จจริงเป็นหลักในช่วงที่ประชาชนกำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม
ซักฟอกยังตามกรอบเดิม
สำหรับการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจที่อาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม หากรัฐบาลระบุว่ายังไม่พร้อมชี้แจงเพราะต้องรับมือภัยพิบัติ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า กระบวนการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องใช้เวลา โดยหลังยื่นญัตติแล้วจะต้องมีขั้นตอนการพิจารณาอีกประมาณ 1-2 สัปดาห์เป็นอย่างน้อย
ดังนั้น หากเป็นไปตามกรอบเวลาปกติ การอภิปรายอาจเกิดขึ้นหลังผ่านช่วงสถานการณ์ฝนตกหนักในขณะนี้ไปแล้ว และจากการประเมิน ณ เวลานี้ นายณัฐพงษ์ยังเชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะเดินหน้าไปตามกรอบระยะเวลาเดิม
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "กระทู้ถามไม่มา กรรมาธิการไม่มา ลองดูว่า มติสภาจะมาไหม ?" พร้อมระบุว่า เมื่อวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาอุทกภัยและการรับมือภัยพิบัติในอนาคต โดยขอให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุม
นายณัฐพงษ์ระบุว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบให้เสนอญัตติดังกล่าว และที่ประชุมสภามีมติเห็นชอบแล้ว จึงขอให้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ดำเนินการตามข้อบังคับการประชุมสภาและมติของที่ประชุม แจ้งให้นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมสภาเพื่อชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาและแสดงความรับผิดชอบต่อความเดือดร้อนของประชาชน
น้ำท่วมดันต้นทุนเกษตร–อาหาร เสียหาย 6.9 หมื่นล้าน"ข้าว"เสียหายหนักสุด
มือกฎหมายภูมิใจไทย เสนอเลิกนำเงินภาษีสุรา-ยาสูบอุดหนุน "ไทยพีบีเอส" อ้างขัดต่อวินัยการเงินการคลัง
สทนช.เผยเร่งผลักดันน้ำลงอ่าวไทย "เขื่อนภูมิพล-สิริกิติ์" ช่วยหน่วงน้ำตอนบน
ณัฐพงษ์เรืองปัญญาวุฒิ
今天(2026年10月1日),人民党领袖、众议院反对党领袖纳塔蓬·鲁昂帕尼亚武特先生就其参加防灾减灾委员会会议的情况发表了讲话。该委员会负责监测水情并制定防洪措施。他表示,根据上午的会议情况,曼谷东部地区,例如拉卡邦区的克哈罗姆克劳,由于排水不畅,仍然面临长时间的积水问题。
纳塔蓬先生表示,皇家灌溉厅的代表解释说,曼谷市政府与皇家灌溉厅签署了一份谅解备忘录,其中规定了曼谷及其周边地区在何种水位条件下可以抽水。然而,目前曼谷市内外的水位均高于备忘录中规定的水位,导致抽水困难。
然而,皇家灌溉部门的一位代表指出,在危机情况下,并非必须始终遵守谅解备忘录,因为该备忘录是为正常情况制定的。因此,目前缺乏的是一个中央权威机构,以便在危机期间进行干预并发布命令,从而确保更有效的水资源管理。
关于下午的会议,纳塔蓬先生表示,他们将密切关注暖武里府以及其他相关省份的水资源状况。
“水位何时下降?”此信息必须每日上报。
关于下周向政府提出的应对水患的方案,纳塔蓬先生表示,公众目前最需要了解的是受影响地区的排水计划,而不是长达4年或8年的长期水资源管理计划。他们需要立即得到答复,在当前情况下,水位何时开始下降。
与此同时,政府应通过气象部门的数据,从10月5日起向公众明确通报强降雨风险等级,因为人们需要这些信息来决定如何做好准备。
纳塔蓬先生认为,政府有责任每日通报灾情,以便公众了解进展并评估形势。如果没有清晰的信息,受灾民众可能不知道还要忍受多久,也很难找到摆脱困境的办法。
我不在乎谁是“中心”,只要工作真正完成就行。
当被问及政府决定由灾害预防和减灾部(DDPM)作为总指挥中心时,纳塔蓬先生表示,他对由哪个机构担任中央作战室没有异议,任何机构都可以。重要的是,作战室的目标必须明确,并能够有效解决问题。
纳塔蓬先生认为,总理和政府应该定期向公众通报情况,提供概况和最新信息,并提醒公众注意风险。他希望这项责任直接由总理承担。
洪水灾情持续影响多个地区。根据泰国防灾减灾厅(DDPM)截至2026年10月1日上午6时的数据,包括曼谷在内的30个府仍受洪水影响,超过335万人或1177404户家庭受灾。因此,需要持续监测灾情。
首相必须履行其职责。
关于总理指示公务员尽职尽责地工作,并对那些偷懒懈怠的人进行处罚,纳塔蓬先生表示,他也希望总理能够全面履行职责,尤其是在过去两天的众议院会议期间,他正等待总理亲自回答问题,并在议会履行职责。
纳塔蓬先生表示,如果总理考虑惩罚公务员,他也应该考虑自己是否尽职尽责。
这一点与纳塔蓬先生于 2026 年 9 月 30 日在议会表达的立场一致,他呼吁总理出席会议,明确解决洪灾问题的办法,并对人民面临的处境承担责任。
人民党证实,这些救济物资包是由该党自行提供的。
关于人民党议员准备就社交媒体帖子向警方报案,指控他们从其他组织拿走救济包拍照后分发给公众一事,纳塔蓬先生确认,分发的物品均来自人民党及其代表的志愿者团体运营的厨房。
纳塔蓬先生表示,实地考察当天,他与潘妮卡·瓦尼奇女士同行,并有士兵陪同。他感谢相关人员的协助,这得益于暖武里府国会议员伍塔科恩·努塔亚昆先生的协调,他与军方协调,提供了车辆和人员,帮助向民众分发物资。
我可以完全确认,分发的物品并非他人赠送,而是我们自己协调和组织的。
各方都被敦促减少政治攻击,但反对派将继续进行审查。
当被问及是否认为该事件是对人民党的攻击时,纳塔蓬先生表示,在当前形势下,各方都应该希望看到合作解决问题,因为合作的表象并不意味着反对派会停止监督政府的职责。
纳塔蓬先生重申,人民党将采取双重行动:一方面,在危机期间积极合作解决问题;另一方面,继续发挥反对党的作用,监督政府。如果发现总理或政府存在任何不足或违规行为,他们必须公开坦率地提出批评。他还敦促政府和各党派在民众面临洪灾之际,减少政治攻击,专注于事实。
洗衣房仍然遵循同样的规定。
关于不信任动议,如果政府声称因需应对洪灾而无法提供解释,该动议可能会受到影响,纳塔蓬先生表示,提交不信任动议的过程需要时间。提交后,将进入至少需要1-2周的审查程序。
因此,如果一切按正常时间表进行,辩论可能会在目前的强降雨停止后举行。根据目前的评估,纳塔蓬先生仍然认为不信任辩论将按计划进行。
此外,纳塔蓬先生在脸书上发帖称:“质询会议没来,委员会也没来。让我们看看议会决议什么时候才能通过吧?”他还表示,9月30日,作为反对党领袖,他曾口头提出一项紧急动议,要求众议院考虑解决洪灾问题并为未来灾害做好准备,并请求总理出席会议。
纳塔蓬先生表示,众议院议长已批准该动议,众议院也已通过决议予以批准。因此,他请求众议院议长索蓬·萨拉姆先生按照议事规则和会议决议进行审议,并通知总理出席议会会议,解释解决问题的方案,并展现其对人民苦难的责任感。
洪水推高了农业和食品成本,造成 690 亿泰铢的损失;水稻作物受灾最为严重。
泰自豪党的一位法律专家提议停止使用烟酒税收补贴泰国公共广播公司(Thai PBS),认为这违反了财政纪律。
国家水资源办公室(NWRO)透露,正在加快从普密蓬大坝和诗丽吉大坝向泰国湾放水,以帮助上游蓄水。
纳塔蓬·鲁昂帕尼亚武特