← 返回新闻首页
泰国权威

กรมชลประทานกางแผนรับมือน้ำเหนือไม่ให้กระทบพื้นที่ท้ายน้ำ พร้อมเตรียมรับมือฝนระลอกใหม่

สถานการณ์น้ำภาพรวมในพื้นที่น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย แต่กรมชลประทาน ยังต้องเตรียมแผนรับมือมวลน้ำเหนือ โดยใช้มาตรการทยอยปรับการระบายน้ำแบบขั้นบันไดเพื่อลดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน พร้อมเตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ต้นเดือนตุลาคมนี้

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
皇家灌溉部门公布了一项管理上游水流的计划,以防止对下游地区造成影响,同时为新一轮降雨做好准备。

วันนี้ (1 ต.ค.2569)นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยถึง การวางแผนรับมือน้ำเหนือ ว่า กรมชลประทานยังคงการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับน้ำหน้าเขื่อนยังมีน้ำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม จะสามารถบริหารจัดการมวลน้ำเหนือเขื่อนได้ โดยทางกรมชลประทานจะพยายามบริหารจัดการโดยไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนมากที่สุด ซึ่งน้ำเหนือที่ไหลลงมาเกิดจากฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนเหนือ โดยเฉพาะ จังหวัดตาก และ จังหวัดกำแพงเพชร ทำให้ปริมาณน้ำจากแม่น้ำปิงและแม่น้ำวังไหลลงมาสะสมบริเวณเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ส่งผลให้ระดับน้ำหน้าเขื่อนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว กรมชลประทาน จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการและหน่วงน้ำ เพื่อควบคุมการระบายน้ำที่ท้ายเขื่อนให้กระทบประชาชนน้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบใน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ชัยนาท และปทุมธานี อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำเพิ่มขึ้นบ้าง นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้ทุกหน่วยงานมีการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ และต้องพิจารณาระดับน้ำด้านท้ายเขื่อน พร้อมเน้นย้ำถึงการแจ้งเตือนประชาชนให้ทราบล่วงหน้าและเตรียมรับสถานการณ์เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด

นอกจากนี้กรมชลประทานยังวางกรอบการควบคุมการระบายน้ำไว้ที่ประมาณ 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และ ตั้งรับไม่ให้เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อชะลอการระบายและลดการสะสมของน้ำเหนือเขื่อน และจะทยอยปรับการระบายเป็นแบบขั้นบันได

เช่นเดียวกับสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำแม่กลอง ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ยังคงตั้งและควบคุมปริมาณการระบายน้ำอยู่ที่ประมาณ 2,200 ถึง 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งหากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมในพื้นที่ ปริมาณการระบายน้ำมีแนวโน้มที่จะเริ่มลดลง

ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก ครอบคลุมจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก สระแก้ว และระยอง ปัจจุบันสถานการณ์เป็นไปในทิศทางบวกอย่างต่อเนื่อง ปริมาณน้ำเริ่มลดลงและทยอยไหลลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำแล้ว แม้จะมีผลกระทบในพื้นที่ท้ายน้ำบ้าง แต่ภาพรวมน้ำส่วนใหญ่กำลังไหลลงสู่พื้นที่ส่วนล่างและเริ่มเข้าสู่ภาวะคลี่คลาย

สำหรับการรับมือฝนที่จะเข้ามาในช่วงวันที่ 5-8 ตุลาคมนี้ กรมชลประทานยังติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประเมินว่าฝนจะตกบริเวณใดและจะส่งผลต่อการบริหารจัดการน้ำอย่างไร โดยจะบริหารน้ำเหนือที่ยังคงค้างอยู่ไม่ให้กระทบพื้นที่ด้านท้ายมากที่สุด ซึ่งหากไม่มีฝนตกสะสมเพิ่มเติมบริเวณเหนือเขื่อน ก็น่าจะสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยขณะนี้กรมชลประทานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว

"ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ" รับสูงสุด 1 แสน คปภ.ย้ำต้องเข้าเงื่อนไข ไม่ได้จ่ายทุกความเสียหาย

รู้จัก "เรือผลักดันน้ำ" เครื่องมือกู้วิกฤต ในภารกิจเร่งน้ำออกจากพื้นที่

กทม.เร่งระบายน้ำฝั่งตะวันออก เตรียมรับมือฝนระลอกใหม่ 8-9 ต.ค.

น้ำแม่กลองระบาย 2,227 ลบ.ม./วินาที สมุทรสงคราม ประกาศ 3 อำเภอประสบอุทกภัย

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻