สทนช.เร่งระบายน้ำเตรียมพื้นที่รับฝนระลอกใหม่ ห่วงปราจีนฯ-นครนายก-ฉะเชิงเทรา国家水资源管理署(NWRA)正在加快排水工作,为下一波降雨做准备,并对巴真府、那空那育府和北柳府表示担忧。
สทนช. เฝ้าระวังลุ่มน้ำเพชรบุรี หลังน้ำล้นเขื่อน-เสี่ยงฝนตกหนัก เตรียมระบายน้ำอัตราสูงสุด 500 ลบ.ม./วินาที ขณะลุ่มน้ำเจ้าพระยาระดับน้ำลด คงระบาย 2,500 ลบ.ม./วินาที แม้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์เกินความจุ อยู่ที่ 111% เขตน้ำเข้า-ออกเท่ากัน พร้อมเฝ้าระวัง

วันนี้ (3 ต.ค.2569) เวลา 10.35 น นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ รายงานสถานการณ์น้ำล่าสุดว่า สถานการณ์น้ำลุ่มน้ำเพชรบุรี เขื่อนแก่งกระจาน มีความจุอยู่ที่ 102% น้ำผ่านทางระบายน้ำล้น (สปิลเวย์) แล้ว อัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 120 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา อาจจะมีฝนตกหนักเกินกว่า 100 มิลลิเมตรต่อวินาที ที่ จ.เพชรบุรี ซึ่งรัฐบาลได้ประสานผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีจัดเตรียมความพร้อมรับมือในกรณีที่ฝนตกหนักเหนือเขื่อนแก่งกระจาน และจำเป็นต้องระบายน้ำในอัตราที่สูงสุด วันละ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ได้มีการประสานดำเนินการทำแผนเผชิญเหตุ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์อาจมีความเสี่ยง เนื่องจากน้ำล้นเขื่อน
ขณะที่สถานการณ์ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปริมาณน้ำในแม่น้ำปิง ลดลงอย่างต่อเนื่องวันละ 200-300 ลูกบาศก์เมตร รวมไปถึงแม่น้ำน่านและแม่น้ำสะแกกรัง ก็ลดลง แต่ยืนยันว่ายังคงการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อที่จะให้น้ำเหนือเขื่อนมีระดับต่ำลง ซึ่งในส่วนของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีขีดความสามารถในการรองรับน้ำอยู่ได้มาก และในช่วงที่ฝนตกหนักไม่ว่าจะเป็น 4-7 ต.ค. หรือ 11-14 ต.ค.นี้ หลังจากได้ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาชัดแล้วมีช่องว่างเหลืออยู่ เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนฤดู ในช่วงตอนบนของประเทศจะเป็นฤดูหนาวแล้ว ทั้งเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 6,000 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร
เพราะฉะนั้นกรณีที่จะต้องระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ไม่มีความต้องการระบายน้ำจำนวนมากขนาดนั้นแล้ว รวมไปถึงเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ก็ยังสามารถเก็บน้ำในความจุ 111 % ได้ แต่เป็นเพียงความจุชั่วคราว ซึ่งเคยทำเช่นนี้ในปี 2565 หรือที่เรียกว่า flood detention หรือ การหน่วงน้ำ ส่วนพื้นที่เหลือ เขื่อนอาจกังวลว่ามีการจัดเก็บน้ำอยู่ที่ 111% นั้น จะส่งผลอะไรหรือไม่จากการตรวจสอบ ล่าสุดน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ กับน้ำที่ระบายออกอย่างสมดุลกัน
ขณะที่สถานการณ์น้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก มีแนวโน้มลดลง แต่จะไปเพิ่มที่ตอนล่าง เช่น อ.องครักษ์ จ.นครนายก อ.บ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี และ อ.บางน้ำเปรี้ยว รวมไปถึงอีก 3-4 อำเภอใน จ.ฉะเชิงเทรา เนื่องจากคลองสียัด ซึ่งรับน้ำฝั่งตะวันออกของ จ.ฉะเชิงเทรา มีน้ำล้นมาด้วย ซึ่งในภาพรวมหากฝนตกไม่มาก ตกตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาให้ข้อมูลมาก็อาจจะต้องระวังเพิ่มขึ้นที่ จ.ปราจีนบุรี อ.กบินทร์บุรี เขตรอยต่อ จ.สระแก้วเล็กน้อย แต่มีการบริหารจัดการและเตรียมรับมือของผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดอยู่แล้ว
กรมชลฯ จัดจราจรน้ำ "เจ้าพระยา-ป่าสัก" ระบายท้ายเขื่อน ยังไม่กระทบ กทม.
ปภ.เผยน้ำท่วม 26 จังหวัด รวม กทม. กระทบ ปชช.กว่า 1.17 ล้านครัวเรือน
ระดับน้ำเคหะร่มเกล้าลด 20-30 ซม. หลังติดตั้งท่อซิ่ง 4 เครื่อง บางจุดยังท่วมสูง
今天(2026年10月3日)上午10:35,国家水资源办公室副秘书长派通·肯坎昌先生报告了最新的水情:位于碧差汶里河流域的岗卡章水坝蓄水量已达102%,水流已从溢洪道溢出,泄洪速率为每秒120立方米。据气象部门预测,碧差汶里府可能出现超过每秒100毫米的强降雨。政府已与碧差汶里府府尹协调,做好岗卡章水坝上游可能出现强降雨的准备,届时水坝将以每日每秒500立方米的最大泄洪速率运行。府尹已协调制定应急预案。目前,由于水坝存在溢洪风险,情况仍然十分严峻。
尽管湄南河流域的水位正以每天200-300立方米的速度持续下降,楠河和萨凯克朗河的流量也出现减少,但据确认,湄南大坝下游的泄洪量仍维持在每秒2500立方米,以降低大坝上游的水位。曼谷及其周边地区拥有充足的蓄水能力。气象部门确认,在10月4日至7日或10月11日至14日等强降雨期间,由于季节交替,蓄水能力仍然充足;泰国北部地区已进入冬季。普密蓬大坝和诗丽吉大坝的蓄水量仍超过60亿立方米。
因此,不再需要从普密蓬水坝和诗丽吉水坝释放如此大量的水。同样,帕萨克琼拉西水坝仍可蓄水至111%的容量,但这只是临时性的蓄水能力,类似于2022年采取的防洪措施。关于剩余的蓄水能力,人们对以111%的容量蓄水可能造成的影响表示担忧。最新数据显示,流入帕萨克琼拉西水坝的水量与释放的水量保持平衡。
虽然东部地区的水位呈下降趋势,但预计低洼地区的水位将会上升,例如那空那育府的翁卡拉县、巴真府的班桑县、北柳府的邦南坡县以及北柳府的3-4个县。这是由于西雅运河(Si Yat Canal)溢流所致,该运河从北柳府东部引水。总体而言,如果降雨量不大,且符合气象部门的预测,巴真府,特别是卡宾武里县和与沙缴府接壤的地区,需要提高警惕。不过,各府府尹已在积极应对并做好准备。
皇家灌溉部门正在管理湄南河和巴萨河的水流量,从水坝向下游放水;但这尚未对曼谷造成影响。
泰国防灾减灾厅 (DDPM) 报告称,包括曼谷在内的 26 个府发生洪水,超过 117 万户家庭受到影响。
在安装了四根排水管后,Keha Rom Klao 住宅区的水位下降了 20-30 厘米。但部分地区仍然严重积水。