← 返回新闻首页
泰国社会主流

อัจฉริยะ ยืนยัน เงินชมรมไม่เกี่ยวกับเว็บพนันมวย ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อัจฉริยะ ยืนยัน เงินชมรมไม่เกี่ยวกับเว็บพนันมวย มั่นใจสามารถชี้แจงรายละเอียดได้ทุกอย่าง

brighttvIRONPEN查看原文 ↗
阿查拉里亚坚称俱乐部的资金与拳击博彩网站无关,并否认所有指控。

Home » โซเชียล » อัจฉริยะ ยืนยัน เงินชมรมไม่เกี่ยวกับเว็บพนันมวย ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อัจฉริยะ ยืนยัน เงินชมรมไม่เกี่ยวกับเว็บพนันมวย มั่นใจสามารถชี้แจงรายละเอียดได้ทุกอย่าง

วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ตำรวจไซเบอร์ได้คุมตัว นายอัจฉริยะ มายังกองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวน โดยมี พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บัญชาการจเรตำรวจและรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.สอท.1 เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดี

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่คุมตัวเดินเข้าห้องสอบสวน นายอัจฉริยะได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวว่า เงินในบัญชีมูลนิธิไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบัญชีส่วนตัวแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่าสามารถชี้แจงรายละเอียดทั้งหมดได้ และเมื่อถูกถามว่าเป็นการกลั่นแกล้งหรือไม่ เจ้าตัวระบุให้ทุกคนไปคิดกันเอาเอง เนื่องจากเพิ่งถูกออกหมายจับเมื่อวานนี้ ทั้งที่บัญชีมูลนิธิดังกล่าวเปิดมานานถึง 12 ปีแล้วและเป็นคนละส่วนกับบัญชีส่วนตัวอย่างสิ้นเชิง

ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ เปิดเผยถึงที่มาของการจับกุมว่าสืบเนื่องมาจากการขยายผลคดีขบวนการลักลอบเล่นการพนันมวยที่มีเงินหมุนเวียนสูงถึง 1,000 ล้านบาท ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนมีนาคมในพื้นที่ สน.บึงกุ่ม จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบความผิดปกติ มีเงินจำนวน 40 ล้านบาทเข้าไปเชื่อมโยงกับเว็บพนันมวยถึง 212 ครั้ง จนนำมาสู่การออกหมายจับและเข้าจับกุมตัวนายอัจฉริยะในครั้งนี้

ในเบื้องต้น นายอัจฉริยะได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งทางตำรวจระบุว่าการปฏิเสธเป็นสิทธิของผู้ต้องหา แต่เจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานแน่นหนา รวมถึงมีผู้เสียหายเข้ามาให้ข้อมูลยืนยันเจตจำนงชัดเจนว่าเงินดังกล่าวควรจะนำไปช่วยเหลือผู้เดือดร้อนจากคดีอาชญากรรม

นอกจากนี้ ผลการตรวจสอบบัญชีชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมพบเงินหมุนเวียนประมาณ 168 ล้านบาท โดยมีเงินหลายสิบล้านบาทเชื่อมโยงกับเว็บพนันมวย พร้อมยืนยันว่าการจับกุมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายอย่างเต็มที่

สำหรับบัญชีส่วนตัวของนายอัจฉริยะ เจ้าหน้าที่พบยอดเงินสูงถึง 191 ล้านบาท ซึ่งจะต้องนำไปตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียดอีกครั้ง เนื่องจากพบความเชื่อมโยงกับบัญชีของชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรมที่นายอัจฉริยะมีอำนาจในการเบิกจ่ายเพียงผู้เดียว ส่วนการพิจารณาให้ประกันตัวนั้น จะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของพนักงานสอบสวนต่อไป

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻