เสนอเร่งยืนยันตัวตน-ออกบัตรถูกต้อง ป้องกันขบวนการสวมสิทธิ์เด็กนักเรียนรหัส G建议加快身份验证和发放有效证件,以防止 G 代码学生的学生证被欺诈性使用。
การกวาดล้างการทุจริตนำคนต่างด้าวสวมตัวเด็กนักเรียนอักษร G ทำให้การกำหนดสถานะบุคคลและจัดทำบัตรประจำตัวให้นักเรียนรหัส G มีความเข้มงวดมากขึ้น ผอ.มูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล เสนอรัฐเร่งยืนยันตัวตนเด็กนักเรียนอักษร G หวั่นถูกนำชื่อไปใช้ในการทุจริต

เด็กนักเรียนนักศึกษาที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือเด็กนักเรียนอักษร G ในเขตเมืองเชียงใหม่ ทยอยเข้าตรวจสอบเอกสารในกิจกรรมห้องทะเบียนเคลื่อนที่ แก้ไขสถานภาพเด็กนักเรียนที่มีเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G ที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ร่วมกับองค์กรภาคเอกชนจัดขึ้น เพื่อกำหนดสถานะบุคคลและจัดทำบัตรประจำตัวให้สอดคล้องตามข้อเท็จจริง และนโยบายการแก้ไขปัญหาสถานะบุคคลของนักเรียนกลุ่มแรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ ป้องกันการแอบอ้างการมีคุณสมบัติในการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน
กิจกรรมนี้อำเภอเมืองเชียงใหม่ จัดขึ้นตามแนวทางที่สำนักทะเบียนกลางกำหนด โดยให้โรงเรียน สถานศึกษา ตรวจสอบเด็กนักเรียนตามบัญชีรายชื่อว่าเด็กนักเรียนมีตัวตนอยู่หรือไม่ ยังเรียนอยู่ในโรงเรียนหรือไม่ กรณีพบว่าเด็กนักเรียนยังมีตัวตน หากพบว่าเด็กนักเรียนมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก ตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรแล้ว ให้นำข้อมูลไปใช้แทนเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วยอักษร G แต่กรณีตรวจไม่พบว่าเด็กมีเลข 13 หลัก ให้โรงเรียนสถานศึกษา จัดทำคำร้องตามแบบ ท.ร.31 เพื่อขอจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือจัดทำทะเบียนประวัติบุตรแรงงานต่างด้าว
ส่วนกรณีที่เด็กนักเรียนไม่มีตัวตนอยู่ในโรงเรียน สถานศึกษา เนื่องจากย้ายหรือจบการศึกษา หรือไม่สามารถติดต่อได้ หรือเสียชีวิต ให้โรงเรียนและสถานศึกษารายงานข้อมูลแก่อำเภอเมืองเชียงใหม่ต่อไป
สำหรับเด็กนักเรียนที่เข้าพบเจ้าหน้าที่ มีทั้งที่โรงเรียนพามา และมากับผู้ปกครอง โดยการตรวจสอบเอกสารต่างๆ เป็นไปอย่างเข้มงวด หลังกรมการปกครองมีปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการทุจริตนำคนต่างด้าวสวมตัวเด็กนักเรียนอักษร Gในจังหวัดเชียงรายซึ่งมีเจ้าหน้าที่รัฐร่วมให้การสนับสนุน
เจษฎาภรณ์ ดวงกางกอ ครู โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ เปิดเผยว่าพบเด็กนักเรียนรหัส G ของโรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา จำนวนเกือบ 200 คน มาดำเนินการจัดทำทะเบียนประวัติ เปลี่ยนจากรหัส G ไปเป็นเลขประจำตัวขึ้นต้นด้วย 00 ตามพ่อแม่ ซึ่งเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้เด็กมีตัวตนและสถานะที่มั่นคงขึ้น เด็กเกิดความมั่นใจ กล้าใช้ชีวิตในสังคม ไม่ต้องหวาดกลัวหรือหลบซ่อนเวลาเดินทางออกนอกพื้นที่ แม้กระบวนการตรวจสอบเอกสารในปัจจุบันจะเข้มงวดและมีขั้นตอนมากขึ้น แต่ส่งผลดีต่อเด็กในระยะยาว ทำให้มีเอกสารถูกต้อง และสามารถดำรงชีวิตในประเทศไทยได้อย่างสบายใจ
เจษฎาภรณ์ ดวงกางกอ ครู โรงเรียนบาลีสาธิตศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่
การตรวจสอบมีความเข้มงวดขึ้นมาก เอกสารต่างๆ ก็เยอะขึ้นกว่าเดิม แต่เราก็เข้าใจทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งก็ตรวจสอบให้เป็นอย่างดี และถือเป็นผลดีกับตัวเด็กด้วย ถ้าเอกสารถูกต้อง ต่อไปถ้าเขาดำเนินชีวิตได้โดยไม่ต้องกลัวอะไร
สันติพงษ์ มูลฟอง ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล ระบุว่ากิจกรรมห้องทะเบียนเคลื่อนที่มีเป้าหมายเพื่อเร่งรัดการกำหนดสถานะบุคคลและจัดทำบัตรประจำตัวให้นักเรียนรหัส G ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติจะได้รับบัตรสีขาว หรือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ขึ้นต้นด้วยเลข 0 และกลุ่มบุตรหลานแรงงานต่างด้าว ที่มีพ่อแม่ขึ้นทะเบียนแรงงานไว้ จะได้รับบัตรสีชมพู บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ที่ออกให้แก่แรงงานต่างด้าว ขึ้นต้นด้วยเลข 00
สันติพงษ์ มูลฟอง ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล
โดยสิ่งที่น่ากังวลคือ ข้อมูลจากสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ซึ่งจะประมวลผลทุกวันที่ 1 ของเดือน เมื่อนำมาตรวจสอบกับทางโรงเรียน พบว่ามีข้อมูลไม่สอดคล้องกัน เพราะเด็กไม่มีตัวตนอยู่ในโรงเรียน สาเหตุมาจากลาออก ย้ายโรงเรียน จบการศึกษา หรือเสียชีวิต ซึ่งชื่อที่ยังค้างอยู่ในโรงเรียนอาจถูกกลุ่มขบวนการทุจริตนำชื่อไปใช้ในการสวมสิทธิ์ จึงเสนอทางอำเภอและโรงเรียนต่างๆ เร่งรัดการนำเด็กนักเรียนรหัส G เข้าสู่กระบวนการกำหนดสถานะบุคคล
จากข่าวการทุจริตสวมตัวนักเรียนตัว G ทำให้ค่อนข้างกังวล ถ้ามีรายชื่อแต่ไม่มีตัวตน อาจมีกระบวนการมาสวมสิทธิ เพราะเลข 13 หลักของเด็กตัว G สิ้นสุดที่สำนักทะเบียนอำเภอ ไม่ต้องขออนุมัติจากส่วนกลาง ทางแก้คือต้องเร่งทำตามเป้าให้ไวและมีประสิทธิภาพ รีเช็กรายชื่อกับตัวตนจริง ให้ผู้บริหารสถานศึกษารับรอง ซึ่งจะช่วยเคลียร์ปัญหาได้ไม่ต่ำกว่า 80-90%
ผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายสถานะบุคคล ยังต้องการให้สังคมทำความเข้าใจว่า การทำทะเบียนประวัติ ทำให้อัตลักษณ์ชัดเจน สามารถตรวจสอบบุคคลคนนั้นได้ ป้องกันปัญหาอาชญากรรม หรือขบวนการค้ามนุษย์ ที่เด็กกลุ่มนี้อาจตกเป็นเหยื่อ ถือเป็นประโยชน์มากกว่าเสีย พร้อมส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกพื้นที่
ข้อมูลเด็กนักเรียนอักษร G ของกรมการปกครอง ล่าสุดเดือนกรกฎาคมปี 2569 พบว่าประเทศไทยมีเด็กนักเรียน-นักศึกษา ที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน มีจำนวน 236,238 คน ได้รับการแก้ไขสถานะทางทะเบียนแล้ว 42,189 คน โดยภาคเหนือ เป็นจังหวัดที่มีเด็กนักเรียนอักษรมากที่สุด คือ จังหวัดเชียงใหม่ 24,000 คน เชียงราย 22,000 คน และ ตาก 14,000 คน.
พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่อข่าวอาวุโส
เด็กไม่มีสถานะทางทะเบียน
清迈市区内,未注册学生或学生证号码以字母G开头的学生正在逐步前往流动注册处核查证件。这项由清迈市政府与私营机构合作开展的举措,旨在核实学生的个人身份,并为其发放真实有效的身份证件。此举符合清迈政府针对四类外来务工人员学生的个人身份核查政策,旨在防止未注册人员冒充注册资格。
这项由清迈府县政府组织的活动遵循中央登记处制定的指导方针。学校和教育机构必须核实学生在册情况。如果发现某位学生在册且持有符合《民事登记法》规定的13位国民身份证号码,则应使用该号码替换以字母G开头的身份证号码。但是,如果无法找到学生的13位身份证号码,学校或教育机构必须填写T.R. 31表格,申请登记未登记人员或登记外来务工人员子女。
如果学生因转学、毕业、无法联系或死亡而不再在学校或教育机构就读,则学校或教育机构必须将此信息报告给清迈府县政府。
前来与官员会面的学生要么由学校接送,要么由家长陪同。此前,清莱府省行政部门捣毁了一个腐败团伙,该团伙利用学生冒充外国人,其姓名首字母以“G”开头,据称涉及政府官员。此次会面后,相关文件检查工作也进行了严格审查。
清迈玛哈朱拉隆功大学帕利示范学校的教师杰萨达蓬·杜昂康科透露,该校近200名持有G码的学生前来登记学生身份,将G码更改为以00开头的身份证号码,以便跟随在泰国合法工作的父母。此举旨在为孩子们提供更安全、更稳定的身份保障,增强他们的自信心,使他们能够安心地融入社会,无需在外出旅行时躲藏。虽然目前的证件核查流程更加严格和细致,但从长远来看,这将使孩子们受益,确保他们拥有合法证件,能够在泰国舒适地生活。
Jesadaporn Duangkangko,玛哈胡拉隆功大学清迈校区巴利语示范学校教师。
检查标准比以前严格得多,需要的文件也更多。但我们理解官员们的工作,他们正在认真细致地核查一切。这对孩子们也有好处;如果文件齐全,他们以后就可以无忧无虑地生活了。
个人身份网络基金会主任桑蒂蓬·穆尔丰表示,流动登记处活动旨在加快确定个人身份并为持有G码的学生发放身份证。这些学生分为两大类:无国籍儿童,他们将获得一张以数字0开头的白色身份证(无登记身份人员身份证);以及父母已登记为劳工的移民工人的子女,他们将获得一张以数字00开头的粉色身份证(非泰国国籍移民工人身份证)。
Santipong Moolfong,个人身份网络基金会主任。
令人担忧的是,每月1日由省行政厅登记管理处处理的数据与学校记录核对后发现存在差异。这是因为一些学生由于辍学、转学、毕业或死亡等原因,实际上已不在学校就读。学校记录中保留的姓名可能被不法团伙用于冒充学生。因此,我们敦促各区办事处和学校加快核实持有G码学生身份的进程。
涉及以字母G开头的学生的身份盗窃事件令人担忧。如果某个名字出现在登记册上,但实际上并没有对应的人,就可能构成身份盗窃,因为以字母G开头的学生的13位识别号码已在学区注册办公室登记,无需中央审批。解决方案是加快流程,核对姓名与实际身份是否相符,并由学校管理人员进行认证。这样应该可以解决至少80-90%的问题。
个人身份网络基金会主任也希望社会各界了解,登记注册能够提供清晰的身份信息,便于核实个人身份,并有助于预防犯罪或人口贩卖,避免这些儿童成为受害者。其益处远大于弊端。他还向各领域所有相关工作人员致以鼓励。
根据省级行政部门提供的最新数据,截至2026年7月,泰国共有236,238名学生姓名首字母为G,但未登记注册。其中,已有42,189名学生的注册状态得到更正。北部地区姓名首字母为G的学生人数最多,其中清迈府(24,000人)、清莱府(22,000人)和达府(14,000人)人数最多。
Payungsak Srivichai,高级记者。
该儿童没有登记身份。