สรุปปมร้อน กรงขังหมา-เตียงกรงขัง แม่เปิดหน้าชน ลูกชาย-สะใภ้ กลางโหนกระแส (มีคลิป)关于备受争议的狗笼/狗笼床的总结:母亲在“Hone Krasae”(泰国脱口秀节目)上与儿子和儿媳对峙(附视频)。
เฟซบุ๊ก อรรถรส สรุปดราม่าร้อน กรงขังหมา-เตียงกรงขัง ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุป้าแมว จ.กาญจนบุรี ล่าสุด แม่เปิดหน้าชน ลูกชาย-สะใภ้ กลางโหนกระแส

Home » โซเชียล » สรุปปมร้อน กรงขังหมา-เตียงกรงขัง แม่เปิดหน้าชน ลูกชาย-สะใภ้ กลางโหนกระแส (มีคลิป)
เฟซบุ๊ก อรรถรส สรุปดราม่าร้อน กรงขังหมา-เตียงกรงขัง ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุป้าแมว จ.กาญจนบุรี ล่าสุด แม่เปิดหน้าชน ลูกชาย-สะใภ้ กลางโหนกระแส
6 ตุลาคม 2569 เฟซบุ๊ก อรรถรส สรุปเรื่องราวของ แม่ถูกลูกชาย-สะใภ้ พาไปฝากไว้ที่ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุป้าแมว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งทางเพจได้สรุปประเด็นร้อนเรื่อง 3 ประเด็นดังนี้
จากประเด็น ที่ลูกในไส้ฮุบสมบัติพันล้าน และยังส่งแม่แท้ๆ ไปขังเนิร์สซิ่งโฮมสุดโหดนาน 2 ปีครึ่ง ล่าสุดลูกชาย-สะใภ้โผล่เปิดหน้าชน
เรื่องราวคุณแม่วัย 63 ปี แม่เลี้ยงเดี่ยวสู้ชีวิต สร้างโรงงานเครื่องสำอางพันล้านด้วยเงินสด ดึงลูกชายและสะใภ้มาช่วยงาน แต่กลับวางแผนพาชายฉกรรจ์บุกอุ้มแม่ขึ้นรถกู้ภัยไปขัง แม่ถูกขังที่ “โสธรชัย เนอร์สซิ่งโฮม” จ.กาญจนบุรี นาน 2 ปีครึ่ง กระทั่งแอบส่งเบอร์โทรให้น้องสาวช่วยเหลือจนรอดออกมาได้ (อัปเดตล่าสุด จากรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์) 🔵 แม่ถอดหน้ากาก แฉความทรมานใน “กรงหมา” ◼️ อัปเดตล่าสุด คุณแม่ตัดสินใจ “ถอดหน้ากากและแว่นตา” เปิดหน้ากลางรายการ เพื่อยืนยันตัวตนว่าโดนกระทำจริงๆ ไม่ต้องปิดบังอีกต่อไป และพร้อมเผชิญหน้ากับลูกชาย ◼️ แม่แฉภาพจำฝังใจ ยืนยันว่าถูกขังใน “กรงที่ 2” (แม่เรียกว่ากรงหมา) ตลอด 24 ชั่วโมง นานถึง 11 เดือนเต็ม! ได้ออกมาแค่ตอนอาบน้ำ ขับถ่ายก็ต้องทำในถังผงซักฟอก โดยแม่ฉลาดมาก แอบเอาปากกาเมจิกทำตำหนิไว้ที่กรงเป็นหลักฐานด้วย ◼️ ความโหดร้ายคือ ลูกชายรู้เรื่องทุกอย่างเพราะเป็นคนจ่ายเงิน แถมเจ้าหน้าที่ศูนย์ยังหลุดปากบอกแม่ว่าลูกชายสั่งไว้ “ถ้าแม่เป็นอะไร ห้ามพาไปหาหมอ ปล่อยให้ตายในนี้เลย” และเตรียมถ่ายคลิปแม่ไปยื่นศาลเพื่อขอเป็นผู้จัดการมรดก 🔵 โป๊ะแตก! “เตียงตะแกรงปิ้งปลา” หายวับตอนตำรวจลงตรวจ ◼️ ภาพสุดหดหู่ที่ทีมงานเจอในตึก 2 คือเตียงผู้ป่วยกว่า 12 เตียง มี “ลูกกรงเหล็กครอบเตียง” ลักษณะคล้ายตะแกรงปิ้งปลาครอบคนไข้อีกที! ◼️ แม่เล่าความโหดว่า ตอนกลางวันคนไข้จะถูกจับมัดติดเตียง พอหลัง 4 โมงเย็นก็จะเอาตะแกรงเหล็กนี้มาครอบปิดขังคนไข้ไว้ขยับไม่ได้ ◼️ แต่พออธิบดี สบส. (กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ) และสื่อมวลชนลงพื้นที่ช่วงเช้า ปรากฏว่าเตียงตะแกรงเหล็กพวกนี้ “หายไป” เปิดโล่งหมด! ทางศูนย์อ้างหน้าตาเฉยว่าเป็น “ชั่วโมงรีแลกซ์” 🔵 ข้ออ้างสุดช็อก! บินไปซื้อนวัตกรรมถึงกวางโจว ◼️ ป้าแมว (เจ้าของศูนย์) และผู้ดูแลชาย อ้างว่าเตียงกรงเหล็กนี้คือความหวังดี! เป็น “นวัตกรรม” ที่อุตส่าห์ลงทุนบินไปหาซื้ออุปกรณ์การแพทย์ถึงเมืองกวางโจว ประเทศจีน ◼️ ป้าแมวแถว่า ที่ต้องเอาตะแกรงมาครอบ เพื่อให้ผู้ป่วยพลิกตัวไปมาได้ ดีกว่าจับมัดมือไว้ตลอดจนมือบวมถลอก เลือดออก และป้องกันคนไข้ดิ้นตกเตียงแขนขาหัก หรือวิ่งหนีออกไปโดนรถชนตาย 🔵 ลูกชาย-สะใภ้ โผล่โหนกระแส ปฏิเสธลั่น ◼️ ฝั่งลูกชาย ลูกสะใภ้ และน้องชายของลูกสะใภ้ ยอมมาปรากฏตัวที่รายการโหนกระแส โดยทุกคน “ไม่ใส่แมสก์ปิดหน้า” เปิดเผยตัวตนเช่นเดียวกับคุณแม่ ◼️ ลูกชายยังคงยืนกรานปฏิเสธเสียงแข็ง อ้างว่า “ไม่เคยรู้มาก่อนเลย” ว่าสถานที่ที่พาแม่ไปฝากจะมีสภาพเลวร้ายและเป็นกรงขังแบบนี้ ◼️ แถมยังโยนความผิดให้ “บีม” (น้องสาว) โดยอ้างว่าน้องสาวเป็นตัวตั้งตัวตี เป็นคนอยากให้ส่งแม่ไปอยู่ที่ศูนย์แห่งนี้เอง ◼️ ลูกชายยังงัดประเด็นว่า แม่กับน้องสาวเคยมีเรื่องทำร้ายร่างกายกันถึงขั้นข่วนหน้า ◼️ แต่คุณแม่สวนกลับทันควันว่า เป็นแค่การทะเลาะเถียงกันตามประสาแม่ลูก แล้วแม่จะตีบีมจนมือไปโดนหน้า ไม่ใช่เหตุรุนแรงอะไรถึงขั้นที่ลูกชายต้องเอาคนมาอุ้มแม่ไปขังคุกแบบนี้! 🔵 อธิบดี สบส. ฟันธง “ผิดเต็มประตู” ◼️ อธิบดี สบส. ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตัวเอง ยืนยันว่าศูนย์แห่งนี้ทำ “เกินขอบเขตที่ขออนุญาต” ◼️ ศูนย์จดทะเบียนแค่รับดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยพึ่งพิง แต่กลับรับรักษาผู้ป่วยจิตเวช สมองเสื่อม และบำบัดยาเสพติด ◼️ ซึ่งตามกฎหมายต้องเป็น “สถานพยาบาล” ที่มีแพทย์และผู้ประกอบวิชาชีพดูแลเท่านั้น การขังกรงคนไข้แบบนี้ผิดมาตรฐานชัดเจน ◼️ ที่น่าตกใจคือ ป้าแมวอ้างว่าศูนย์เพิ่งได้รับการ “ต่อใบอนุญาต” เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 69 ที่ผ่านมา! โดยอ้างชื่อ “คุณนัยนา” จาก สบส.เขต 5 ว่ามาตรวจพร้อมทีมงานแล้วบอกว่าทำถูกต้อง ◼️ งานนี้สังคมจี้ สบส.เขต 5 ต้องออกมาชี้แจงด่วน ว่าอนุญาตให้มีกรงขังแบบนี้ได้อย่างไร! ◼️ ด้านผู้กำกับการ 5 กองปราบปราม ระบุว่าเบื้องต้นเป็นการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ ยังไม่เจอการทารุณกรรมซึ่งหน้า ◼️ แต่หลังจากนี้จะเรียกตัวลูกชาย ลูกสาว และครอบครัวทั้งหมดมาสอบสวนกระบวนการส่งตัว ว่าเข้าข่ายกักขังหน่วงเหนี่ยวหรือไม่
ศึกสายเลือด! ลูกชาย-ลูกสะใภ้ โผล่เปิดหน้าชี้แจง อ้างแม่ใช้ความรุนแรงก่อน ระบุเหตุผลที่ต้องส่งไปศูนย์ดูแลฯ พร้อมงัดแชตหลักฐานโต้แย้งน้องสาวกลางรายการ!
ลูกชาย (เบนซ์) ระบุสาเหตุที่ต้องส่งคุณแม่ไปอยู่ศูนย์ดูแลฯ เนื่องจากคุณแม่มีอารมณ์รุนแรง และมีการใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกายคนในครอบครัว ทั้งตัวน้องสาว (บีม) และตัวลูกชายเองจนถึงขั้นมีบาดแผล ◼️ ฝั่งลูกชายได้นำหลักฐานรูปภาพแชตไลน์และรูปถ่ายรอยแผลที่บีมถูกแม่ข่วนหน้า มาแสดงกลางรายการ ◼️ เพื่อยืนยันว่าแม่มีการทำร้ายร่างกายบีมจริง และระบุว่าบีมเองก็มีความกังวลว่าแม่จะไปทำร้ายหลาน (ลูกของบีม) ด้วย จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ต้องส่งแม่ไปรับการดูแล ◼️ ด้านคุณแม่ได้ชี้แจงในประเด็นนี้ว่า รอยข่วนดังกล่าวเกิดจากการทะเลาะมีปากเสียงกันตามประสาแม่ลูก ◼️ ว่าแม่จะเข้าไปตีบีม บีมเอามือมาปัดป้อง ทำให้มือแม่ไปโดนหน้าจนเป็นรอยข่วน ไม่ได้มีความรุนแรงถึงขั้นที่ลูกชายต้องนำตัวแม่ไปขังในสถานที่ดังกล่าว ◼️ ส่วน ประเด็นเรื่องผู้ตัดสินใจส่งแม่ไปศูนย์ดูแลฯลูกชายระบุว่า “บีม” (น้องสาว) รับรู้อยู่แล้วว่าจะพาแม่ไปส่งที่ศูนย์แห่งนี้ และระบุว่าบีมเป็นคนเขียนจดหมายอธิบายอาการของแม่เพื่อฝากไปให้แพทย์ประเมินด้วย ◼️ ขณะที่ฝั่งบีม (น้องสาว) ชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ โดยระบุว่าตนเองเข้าใจมาตลอดว่าพี่ชายจะพาแม่ไปหาหมอที่ “โรงพยาบาลมนารมณ์” (รพ.จิตเวช) ◼️ และหลักฐานในแชตก็ระบุว่าบีมย้ำเสมอให้พาแม่ไป “โรงพยาบาล” ไม่ได้ตกลงให้พี่ชายพาแม่ไปอยู่ที่เนิร์สซิ่งโฮมในลักษณะนี้ ◼️ เมื่อพี่หนุ่ม กรรชัย สอบถามฝั่งลูกชายว่า ทราบหรือไม่ว่าสถานที่ที่พาแม่ไปอยู่ไม่มีแพทย์ประจำศูนย์ ◼️ ลูกชายตอบชี้แจงว่า ทางศูนย์ ได้แจ้งข้อมูลกับตนว่า “ที่ศูนย์มีแพทย์ และแพทย์จะเข้ามาดูอาการทุกวัน” โดยระบุว่ามีแชตหลักฐานที่คุยกับป้าแมวสามารถนำมายืนยันได้ ◼️ จากประเด็นนี้ ทนายแก้วได้อธิบายข้อกฎหมายในรายการอย่างชัดเจนว่า สถานดูแลผู้สูงอายุ (เนิร์สซิ่งโฮม) ไม่สามารถมีแพทย์ประจำเพื่อทำการรักษาหรือสั่งจ่ายยาจิตเวชได้ ◼️ ทำได้เพียงการดูแลประคับประคองผู้ป่วยเท่านั้น หากทางศูนย์มีการแอบอ้างกับญาติว่ามีแพทย์รักษาและสั่งจ่ายยาจริง จะเข้าข่ายความผิดฐานเปิดสถานพยาบาลเถื่อน ซึ่งมีโทษจำคุก 5 ปี และปรับ 1 แสนบาท
อยากมาสรุปประเด็นเรื่อง โรงงาน ที่ฝั่งลูกชาย ลูกสะใภ้-น้องชายลูกสะใภ้ อ้างว่าจ่ายค่าเซ้ง และลงทุนรีโนเวทไป 2.5 ล้าน ถ้าแม่จะเอาคืนต้องจ่ายมา! ด้าน “คุณเอกภพ สายไหม” ซัดกลับ ไม่สัญญาเซ้ง และสลิปโอนเงินไม่ใช่สัญญาเซ้ง แม่มีสิทธิ์ยึดคืน!
ก็คือ ธงคุณแม่ในวันนี้ คือต้องการโรงงานคืน. มันเลยได้มีการพูดคุยถึงประเด็นนี้กัน 🔵 มุมทางฝั่งคุณแม่ ◼️️ คุณแม่ยืนยันว่า ตนเองเป็นคนนำเงินสดมาสร้างโรงงานผลิตเครื่องสำอางนี้ตั้งแต่แรก ใบอนุญาตก่อสร้างก็เป็นชื่อคุณแม่ และสัญญาเช่าที่ดินก็เป็นชื่อคุณแม่ ◼️ แม่เล่าว่า ช่วงกลางปี 65 ฝั่งลูกสะใภ้ (กุ้งฝอย) มาบ่นว่าลูกชายไม่ทำงาน แม่ด้วยความสงสารและอยากให้ลูกมีอาชีพ จึงชวนให้มาช่วยทำโรงงาน ◼️ ตอนแรกตกลงจะแบ่งกำไรกันคนละครึ่ง แต่พอเข้ามาทำจริงๆ ฝั่งลูกสะใภ้กลับขอเปลี่ยนเป็น “ขอเช่าโรงงาน” โดยตกลงจ่ายค่าเช่าให้แม่เดือนละ 100,000 บาท เพื่อบริหารจัดการเอง 100% ◼️ แต่หลังจากที่แม่ถูกอุ้มไปขัง ลูกชายและลูกสะใภ้กลับไป “ถอดชื่อแม่” ออกจากบริษัทเดิม แล้วไปเปิดบริษัทใหม่ (ชื่อ แกรม) มาสวมสิทธิ์ใช้โรงงานของแม่หน้าตาเฉย และไปหลอกให้เจ้าของที่ดินเซ็นสัญญาเช่าที่ดินฉบับใหม่เป็นชื่อของลูกชายแทน! 🔵 มุมของลูกสะใภ้ (กุ้งฝอย) และน้องชาย (ผู้จัดการโรงงาน) 🔷️ ประเด็น “เงิน 1 แสนไม่ใช่แค่ค่าเช่า แต่คือค่าเซ้ง”: ▪️ ฝั่งลูกสะใภ้และน้องชายอ้างว่า เงิน 1 แสนบาทที่จ่ายให้แม่ทุกเดือนนั้น ไม่ใช่แค่ค่าเช่าธรรมดา แต่เป็น “ค่าเช่าบวกค่าเซ้งโรงงาน” ▪️เนื่องจากค่าเช่าที่ดินจริงจ่ายให้เจ้าของที่ดินแค่เดือนละ 20,000 บาท โดยลูกชาย (เบนซ์) เสริมว่าตอนตกลงกันแรกๆ ตนได้โอนเงินก้อนให้แม่ไปแล้ว 1 ล้านบาท และขอผ่อนจ่ายส่วนที่เหลือเป็นรายเดือน 🔷️ ประเด็น “แม่ทิ้งกิจการไปแล้ว เรามาลงทุนสร้างใหม่”: ▪️กุ้งฝอยอ้างว่า ตอนที่ตนเองเข้ามารับช่วงต่อนั้น โรงงานไม่ได้อยู่ในสภาพพร้อมทำงาน ไม่มีเครื่องจักร และไม่เห็นพนักงานเหลืออยู่เลยสักคนเดียว ▪️ตนจึงต้องเข้ามาเริ่มนับหนึ่งใหม่ ลงทุน “รีโนเวทและปรับปรุงต่อเติมโรงงานใหม่หมดทุกอย่าง” ซึ่งใช้เงินลงทุนไปประมาณ 2.5 ล้านบาท และเปิดบริษัทใหม่ขึ้นมาบริหารเอง 🔷️ ประเด็น ที่แม่ไปอยู่ในสถานที่แห่งนั้น: ▪️ กุ้งฝอยได้ชี้แจงถึงสถานที่แม่ไปอยู่ ว่า 🗣 กุ้งฝอย (ลูกสะใภ้): “เท่าที่ดูจากภาพที่แม่ไปรักษา ยอมรับว่ามันสะเทือนใจมากๆ นั่งอึดอัดพูดไม่ออกเลย เพราะเพิ่งรู้ว่าพี่เบนซ์พาแม่ไปที่แบบนั้น… ▪️ ในฐานะลูกสะใภ้ ถ้าคุณแม่ต้องการความช่วยเหลือเรื่องอื่น หนูช่วยเหลือได้เต็มที่ แต่เรื่องธุรกิจมันต้องแยกกันค่ะ” 🔷️ ประเด็น “ถ้าจะเอาคืน ใครจะจ่ายค่าชดเชยพนักงาน?”: ▪️ เมื่อคุณแม่ยืนยันจะขอพื้นที่โรงงานคืน น้องชายของกุ้งฝอย (ก้อง) ในฐานะผู้จัดการโรงงาน ได้โต้แย้งและสวนกลับอย่างดุเดือดกลางรายการ 🗣 น้องชาย (ผู้จัดการโรงงาน) : “บริษัทใหม่นี้ คุณแม่ไม่มีส่วนร้อยเปอร์เซ็นต์ เราทำกันเอง สัมภาษณ์พนักงานตั้งแต่คนแรกจนตอนนี้มี 20 คน ถ้าเราย้ายออกไป พนักงานตรงนั้นใครรับผิดชอบค่าชดเชยครับ? พนักงานเขาไม่ได้ทำอะไรผิด แล้วผมไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมผมต้องย้ายสถานที่ ทำไมผมต้องควักเงินจ่ายค่าชดเชยให้เขา ทั้งๆ ที่ผมทำถูกต้องมาตลอด!” 🔷️ ประเด็น “ข้อแม้ในการคืนโรงงาน”: ▪️ ฝั่งลูกสะใภ้และน้องชายทิ้งท้ายว่า หากคุณแม่จะเอาโรงงานคืนจริงๆ พวกตนคงไม่สามารถย้ายออกได้ทันที ▪️ เพราะต้องขอเวลาไปจัดการเรื่องลูกค้า และคุณแม่ต้องรับผิดชอบชดใช้เงินค่ารีโนเวท 2.5 ล้านบาทคืนมาให้พวกตนก่อนด้วย ◼️ ทางด้านคุณเอกภพ ชี้ว่า ซึ่งตามกฎหมาย สลิปโอนเงินไม่ใช่สัญญาซื้อขายหรือสัญญาเซ้งกิจการ ดังนั้น ในเมื่อไม่มีสัญญาเซ้ง สิทธิ์ในการครอบครองโรงงานก็ยังคงเป็นของคุณแม่ตามเอกสารเดิม 🗣 เอกภพ ว่า “ตรรกะง่ายๆ เลย คุณเป็นผู้เช่า คุณไปเช่าโรงงานเขา แล้วคุณอยากรีโนเวทต่อเติมเองเพื่อประกอบกิจการของคุณ วันหนึ่งที่เจ้าของเขาจะเอาที่คืน คุณจะไปเรียกเก็บเงินค่าต่อเติมจากเจ้าของโรงงานไม่ได้! ไม่มีใครเขาทำกัน!”
ขอบคุณข้อมูล อรรถรส – โหนกระแส
首页 » 社交媒体 » 热点话题摘要:狗笼 - 狗床:母亲就“狗窝”问题与儿子和儿媳对峙(附视频)
Facebook页面Attarot总结了北碧府Mae阿姨养老院里关于狗笼和笼床的激烈争论。最近,这位母亲在泰国脱口秀节目“Hone Krasae”中与她的儿子和儿媳对质。
2026年10月6日,Facebook页面“Attarot”讲述了一位母亲被儿子和儿媳送往北碧府Mueang县Mae阿姨养老中心的故事。该页面总结了以下三个关键问题:
关于亲生儿子侵吞数十亿资产并将亲生母亲送往条件恶劣的养老院两年半一事,儿子和儿媳终于站出来面对此事。
这是一个63岁单身母亲的故事。她用自己的积蓄建立了一家价值数十亿泰铢的化妆品工厂,并得到了儿子和儿媳的帮助。然而,他们却与一些彪形大汉合谋绑架了她,强迫她坐上救护车,并将她囚禁在北碧府的“索通猜疗养院”长达两年半之久。最终,她设法通过秘密将自己的电话号码发给姐姐求助而逃脱。(来自“午间新闻”节目的最新消息)🔵 母亲摘下面具,揭露“狗笼”中的虐待 ◼️ 最新消息:这位母亲决定摘下面具和眼镜,在节目中露面,以确认自己的身份,并承认自己确实遭受了虐待。她不再需要隐瞒任何事情,并准备与儿子对质。 ◼️ 她揭露了令人痛苦的回忆,证实自己被关在一个“第二个笼子”(她称之为“狗笼”)里长达11个月,每天24小时!她只被允许出来洗澡,甚至只能在洗涤剂桶里排便。她巧妙地用记号笔在笼子上做了标记作为证据。◼️ 更残酷的是,她的儿子对这一切都了如指掌,因为所有费用都是他出的。此外,中心的一名工作人员无意中向这位母亲透露,她的儿子曾嘱咐她:“如果我出了什么事,不要带我去看医生。让我死在这里。”他还准备拍摄这位母亲的视频,以便提交给法院,申请成为遗产执行人。🔵 丑闻!“烤鱼铁丝床”在警方检查期间消失了。◼️ 调查小组在2号楼发现的令人心碎的景象是,超过12张病床上都覆盖着“铁条”,就像烤鱼用的铁丝一样! ◼️ 这位母亲讲述了令人毛骨悚然的经历:白天,病人被绑在床上;下午4点以后,这些铁丝网就会罩在他们身上,将他们困住,无法动弹。◼️ 但当卫生服务支持部(DHSS)总干事和媒体早上到达时,这些铁丝网床却“消失”了,空空如也!该中心轻描淡写地声称这是为了“休息时间”。🔵 多么令人震惊的借口!他们竟然飞到广州去购买了这项“创新”设备。◼️ 梅姨(中心老板)和男护工声称,这些铁丝网床是出于好意!而所谓的“创新”竟然是他们特地飞到中国广州购买医疗设备。◼️ 梅姨还声称,这种网状笼子是为了让病人能够翻身,这比一直绑着他们的手要好,因为绑着手会导致肿胀、擦伤和出血。它还能防止病人从床上摔下来摔断四肢,或者逃跑被车撞到。🔵 儿子和儿媳出现在节目中,强烈否认这些指控。◼️ 儿子、儿媳和儿媳的兄弟都摘下口罩出现在节目中,公开了自己的身份,就像他们的母亲一样。◼️ 儿子继续强烈否认这些指控,声称他“从未知道”母亲被送去的地方条件如此恶劣,如同笼子一般。◼️ 他还指责“Beam”(他的妹妹),声称是她挑起事端,是她想把母亲送到这个中心。◼️ 儿子甚至提到母亲和妹妹曾发生肢体冲突,甚至互相抓伤了脸。 ◼️ 但母亲立即反驳说……这只是一次普通的母子争吵,母亲打了Beam,她的手不小心打到了他的脸。这根本不是什么暴力事件,儿子怎么会让人绑架母亲并像这样关起来呢!🔵 卫生服务支持部(DHSS)总干事确认“完全错误”。◼️ DHSS总干事亲自视察了现场,并确认该中心“超出了其许可范围”。◼️ 该中心注册的用途仅限于照顾老年人和需要照护的患者,但它却收治精神病患者、痴呆症患者和吸毒者。◼️ 根据法律规定,这必须是一家配备医生和合格专业人员的“医疗机构”。像这样把病人关在笼子里显然违反了相关规定。◼️ 令人震惊的是,Maew阿姨声称该中心的“许可证”刚刚在2026年8月3日续期!据称,她援引了卫生和社会服务部第五区“奈亚娜女士”的说法,奈亚娜女士及其团队证实一切正常。◼️公众强烈要求卫生和社会服务部第五区立即解释为何允许这样的机构运营!◼️犯罪打击部门第五分局指挥官表示,初步调查包括对该地点进行检查,并未发现任何虐待行为。◼️然而,他们随后将传唤该男子、女儿及其全家,就转移过程进行讯问,以确定其是否构成非法拘留。
家庭纠纷!儿子和儿媳站出来澄清事实,声称是他们的母亲先动的手。他们解释了将母亲送往疗养院的原因,并在直播中出示聊天记录证据反驳妹妹的说法!
儿子(Benz)表示,将母亲送往护理中心的原因是她脾气暴躁,曾对包括妹妹(Beam)和他自己在内的家人实施过身体虐待,导致他们受伤。◼️ 在节目中,儿子出示了证据,包括LINE聊天记录截图和母亲抓伤Beam脸部的照片,◼️ 以证实母亲曾对Beam实施过身体虐待。他还表示,Beam担心母亲会伤害他的孙子(Beam的孩子),这也是将母亲送往护理中心的主要原因。◼️ 另一方面,母亲澄清说,这些抓痕是母子间激烈争吵造成的,◼️ 当时她试图打Beam,Beam挡住了她的拳头,导致她的手不小心抓伤了他的脸。她否认暴力升级到儿子将她送进护理中心的程度。 ◼️ 关于将母亲送往护理中心的决定,儿子声称Beam(他的妹妹)知道母亲会被送去那里。据称,Beam写了一封信,描述了母亲的症状,以便交给医生进行评估。◼️ Beam(妹妹)否认了这些说法,称她一直理解哥哥会带母亲去“玛纳罗姆医院”(一家精神病医院)看医生。◼️ 聊天记录显示,Beam一直强调要带母亲去“医院”,并不同意哥哥以这种方式将母亲送到疗养院。◼️ 当P' Num Kanchai询问儿子是否知道他带母亲去的地方没有常驻医生时,◼️ 儿子解释说,中心告诉他“中心有医生,医生每天都会来检查病人的情况”。他声称有与Maew阿姨的聊天记录可以证实这一点。◼️对此,Kaew律师清楚地解释了该项目的相关法律,指出疗养院不能配备常驻医生进行治疗或开具精神科药物。◼️他们只能提供临终关怀。如果该中心向家属谎称有医生进行治疗和开具药物,则属于违法行为。非法经营医疗机构构成犯罪,可判处五年监禁和10万泰铢罚款。
我想简要概括一下关于工厂的问题。儿子、儿媳和儿媳的兄弟声称他们支付了250万泰铢的租赁费并进行了装修。他们说,如果母亲想要回工厂,就必须先付钱给他们!Ekaphop Saimai 反驳说,根本没有租赁协议,汇款单也不是租赁协议;母亲有权要回工厂!
所以,这位母亲今天的目标是收回工厂。这就是我们讨论这个问题的原因。🔵 母亲的说法:◼️ 她坚持说,最初是她用现金出资建造了这家化妆品工厂。建筑许可证和土地租赁协议都是以她的名义签署的。◼️ 她回忆说,2022年年中,她的儿媳(Kung Foy)抱怨儿子没有工作。出于同情,也为了让儿子有工作,母亲邀请她来帮忙经营工厂。◼️ 起初,她们同意平分利润。然而,在儿媳开始工作后,她却提出“租用工厂”,同意每月支付母亲10万泰铢的租金,让她全权负责工厂的经营。 ◼️ 但母亲被绑架囚禁后,儿子和儿媳将母亲的名字从原公司中“移除”,并成立了一家新公司(名为Gram)合法使用工厂。他们还欺骗地主,让他以儿子的名义签署了一份新的土地租赁协议!🔵 儿媳(Kung Foy)和弟弟(工厂经理)的观点 🔷️ “10万泰铢不仅仅是租金,还有租赁转让费”的问题:▪️ 儿媳和弟弟声称,每月支付给母亲的10万泰铢并非普通租金,而是“租金加上工厂的租赁转让费”。▪️ 这是因为他们实际支付给地主的土地租金每月只有2万泰铢。儿子(Benz)补充说,在最初的协议中,他向母亲转账了100万泰铢,并要求剩余款项按月分期支付。🔷️ “母亲放弃生意,所以我们投资重建”的问题:▪️ Kung Foy 声称,她接手时,工厂尚未达到可以运营的状态;没有机器设备,也没有一个员工。▪️因此,她不得不从零开始,投资“彻底翻新和扩建工厂”,耗资约250万泰铢,并成立了一家新公司来亲自管理。 🔷️ 关于她母亲的住处问题:▪️ Kungfoy澄清了她母亲的住处,并表示:🗣 Kungfoy(儿媳):“看到我母亲接受治疗的照片,我承认我非常心碎。我感到窒息,说不出话来,因为我刚刚才知道Benz把我母亲带到那样的地方……▪️ 作为儿媳,如果我母亲在其他方面需要帮助,我会全力以赴。但生意上的事另当别论。” 🔷️ 关于“如果我们收回工厂,谁来支付员工的补偿?”这个问题:▪️ 当母亲坚持要收回工厂时,孔福的弟弟(孔)作为工厂经理,在节目中激烈反驳:🗣 弟弟(工厂经理):“我母亲并没有持有这家新公司100%的股份。所有事情都是我们自己做的。从第一个员工到现在,我们自己面试了20名员工。如果我们搬走……” “谁来支付员工的补偿?他们没有做错任何事,我也没有做错任何事。我为什么要搬走?我一直以来都按规矩办事,为什么要支付他们的补偿?” 🔷️ 关于“收回工厂的条件”:▪️ 儿媳和弟弟补充说,如果他们的母亲真的想要收回工厂,他们不可能立即搬走。 ▪️因为他们需要时间处理客户事宜,而且他们的母亲必须先偿还他们250万泰铢的装修费用。◼️Ekaphop指出,根据法律规定,汇款单并非销售合同或企业转让协议。因此,由于没有转让协议,根据原始文件,工厂的占有权仍然归他们的母亲所有。🗣Ekaphop说:“这道理很简单。你是租户。你租用了工厂,你想自己进行装修和扩建来经营你的生意。如果有一天,当业主想要收回土地时,你不能向工厂业主索要装修费用!没人会这么做!”
感谢提供信息,Attarot – Hon Krasae。