แนะไทยชู “Bangkok AI Finance Initiative” บนเวที IMF-World Bank 2026建议泰国在 2026 年国际货币基金组织-世界银行会议上展示其“曼谷人工智能金融倡议”。
“เผ่าภูมิ” แนะไทยชู “Bangkok AI Finance Initiative” บนเวที IMF-World Bank 2026 ทำความเป็นเจ้าภาพครั้งสำคัญนี้มีความหมายยิ่งขึ้น

“เผ่าภูมิ” แนะไทยชู “Bangkok AI Finance Initiative” บนเวที IMF-World Bank 2026 ทำความเป็นเจ้าภาพครั้งสำคัญนี้มีความหมายยิ่งขึ้น
วันที่ 5 กันยายน 2569 นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ว่า ไทยควรใช้โอกาสที่เป็นเจ้าภาพ การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก (IMF-WBG 2026) ผลักดันข้อเสนอ “Bangkok AI Finance Initiative” ซึ่งเป็นการนำ AI มาใช้ภายในระบบการเงิน ภายใต้แนวคิด “AI-Driven Financial Inclusion”
นายเผ่าภูมิ ระบุต่อไปว่า ไทยควรใช้โอกาสการเป็นเจ้าภาพนำเสนอทิศทางเชิงนโยบาย ไทยควรมีข้อเสนอที่โดดเด่นบนเวที IMF-WBG โดยเฉพาะในประเด็นที่เป็นความท้าทายร่วมของประเทศกำลังพัฒนา ภายใต้กรอบใหญ่เรื่อง Financial Inclusion นั้น การให้น้ำหนัก AI และโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลช่วยระบบการเงินประเมินศักยภาพและความเสี่ยงของ SMEs และประชาชนที่อยู่นอกระบบธนาคาร หรือได้รับบริการทางการเงินไม่เพียงพอ เพื่อขยายโอกาสเข้าถึงสินเชื่อ โดยไม่ลดมาตรฐานการบริหารความเสี่ยงของสถาบันการเงิน
หัวใจสำคัญคือการลดช่องว่างด้านข้อมูลระหว่างสถาบันการเงินกับผู้ขอสินเชื่อ เพราะประชาชนและผู้ประกอบการโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนามีกิจกรรมทางเศรษฐกิจนอกระบบสูง โดยยังมีความสามารถในการชำระหนี้ที่ซ่อนอยู่ แต่โมเดลการประเมินแบบเดิมยังไม่สะท้อนศักยภาพดังกล่าว สถาบันการเงินสามารถใช้ AI ไปพัฒนา Cash Flow-Based Lending และ Alternative Credit Scoring เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ลดการพึ่งพาประวัติเครดิต งบการเงิน และหลักประกันแบบเดิม รวมถึงสามารถผูกกับ Virtual Bank ของไทยที่เป็นรูปเป็นร่างแล้ว
นอกจากนั้น AI ไม่ควรถูกใช้เฉพาะการอนุมัติสินเชื่อ แต่ควรนำมาใช้ตลอดวงจรสินเชื่อผ่าน AI-Based Early Warning System โดยติดตามกระแสเงินสด ความผันผวนของรายรับ และภาระทางการเงิน เพื่อประเมินแนวโน้มความเสี่ยงล่วงหน้า เพื่อนำสู่การปรับโครงสร้างหนี้ได้ก่อนผิดนัด ซึ่งเป็นการขยายสินเชื่อโดยยังรักษาคุณภาพหนี้และเสถียรภาพของระบบการเงินได้
โดย AI ยังต้องเชื่อมเข้ากับกลไกค้ำประกันสินเชื่อ โดยช่วยกำหนดสัดส่วนการค้ำประกัน การแบ่งรับความเสี่ยง และต้นทุนสินเชื่อของผู้กู้แต่ละกลุ่ม ขณะที่ในมิติเศรษฐกิจมหภาค แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้การจัดสรรเงินทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น สนับสนุนผลิตภาพ การลงทุนและการจ้างงาน ตลอดจนช่วยให้เศรษฐกิจนอกระบบทยอยเข้าสู่ระบบ
“ผมอยากเห็นสิ่งเหล่านี้ อยากเห็น Bangkok AI Finance Initiative สามารถพัฒนาไปสู่มาตรฐานข้อมูล หลักเกณฑ์กำกับโมเดล และโครงการนำร่อง ก็จะทำให้การเป็นเจ้าภาพครั้งสำคัญนี้มีความหมายยิ่งขึ้น และทำให้ไทยได้รับการจดจำในฐานะจุดเริ่มต้นของกรอบความร่วมมือนี้”
“Phaophum”建议泰国在2026年国际货币基金组织-世界银行论坛上重点介绍“曼谷人工智能金融倡议”,以使这一重要的主办机会更有意义。
2026年9月5日,为泰党副主席、前财政部副部长帕蓬·罗贾纳萨库尔先生在接受采访时表示,泰国应利用主办国际货币基金组织和世界银行集团理事年会(IMF-WBG 2026)的机会,推动“曼谷人工智能金融倡议”,该倡议涉及在“人工智能驱动的普惠金融”理念下,将人工智能应用于金融体系。
帕奥蓬先生进一步指出,泰国应利用东道国的身份,阐述其政策方向。泰国应在国际货币基金组织-世界银行集团论坛上提出杰出的提案,尤其是在发展中国家面临的共同挑战方面。在普惠金融的更广泛框架下,应重点发展人工智能和数据基础设施,以帮助金融体系评估中小企业、银行体系外人群或金融服务不足人群的潜力和风险,从而在不降低金融机构风险管理标准的前提下,扩大信贷覆盖面。
关键在于弥合金融机构与借款人之间的信息鸿沟。个人和企业,尤其是在发展中国家,非正规经济活动普遍存在,拥有隐藏的偿债能力,而传统评估模型无法反映这一点。金融机构可以利用人工智能开发基于现金流的贷款和替代信用评分系统,根据经济活动评估偿债能力,从而减少对传统信用记录、财务报表和抵押品的依赖。这还可以与泰国已成熟的虚拟银行系统相整合。
此外,人工智能不应仅用于贷款审批,而应通过基于人工智能的预警系统应用于整个贷款周期。这包括监控现金流、收入波动和财务义务,以便提前评估风险趋势,从而在违约前进行债务重组。反过来,这既能扩大贷款规模,又能维持贷款质量和金融体系的稳定。
此外,人工智能必须融入信贷担保机制,帮助确定各类借款人的担保比例、风险分担和贷款成本。从宏观经济层面来看,这种方法将有助于提高资本配置效率,促进生产力、投资和就业,并逐步将非正规经济纳入正规体系。
“我希望看到这些事情发生。我希望看到曼谷人工智能金融倡议发展成为数据标准、模型治理指南和试点项目。这将使这次重要的主办活动更具意义,并确保泰国作为这一合作框架的起点而被铭记。”