ปชป. เตือนภัย Data Center เสี่ยงทำความร้อนสะสมปล่อยมลพิษ ซัดรัฐบาลอย่าคิดแต่เอื้อนายทุน民主党警告称,数据中心存在热量积聚和污染的风险,并批评政府优先考虑资本家的利益。
ปชป. เตือนภัย Data Center โผล่กลางเมือง ชี้สภาพ กทม. เหมือนฝาชีครอบ เสี่ยงทำความร้อนสะสมปล่อยมลพิษ พร้อมกาง 6 ข้อเสนอ ซัดรัฐบาลอย่าคิดแต่เอื้อนายทุนขายที่ดิน

ปชป. เตือนภัย Data Center โผล่กลางเมือง ชี้สภาพ กทม. เหมือนฝาชีครอบ เสี่ยงทำความร้อนสะสมปล่อยมลพิษ พร้อมกาง 6 ข้อเสนอ ซัดรัฐบาลอย่าคิดแต่เอื้อนายทุนขายที่ดิน
วันที่ 5 กันยายน 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายพศิน ปิตุเตชะ สส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ และนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลงข่าวตั้งคำถามถึงทิศทางการส่งเสริมอุตสาหกรรม Data Center ในไทย พร้อมเตือนรัฐบาลให้ทบทวนพื้นที่ตั้งและมาตรการกำกับดูแลโดยด่วน
นายพงศกร ระบุว่า Data Center ขนาดใหญ่ (Hyperscale) ไม่ควรจัดตั้งในพื้นที่เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ เนื่องจากสภาพทางกายภาพของ กทม. มีลักษณะคล้ายฝาชีครอบ การปล่อยความร้อนจากตัวศูนย์ข้อมูลจะทำให้เกิดการสะสมอุณหภูมิในเมืองจนพุ่งสูงขึ้น ทั้งยังมีเรื่องการสะสมน้ำมันสำหรับเครื่องปั่นไฟและมลพิษทางน้ำ หากไม่มีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด คนกรุงจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยนอกจากความร้อนและมลพิษ ขณะที่ประโยชน์ตกอยู่กับนายทุนและผู้ประกอบการเท่านั้น
นายพศิน เปิดเผยข้อมูลจาก BOI ว่า ปัจจุบันมี Data Center เล็งลงทุนในพื้นที่ EEC แล้วกว่า 70% ซึ่งถือเป็นเรื่องดีเพราะเป็นอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่มูลค่าสูง แต่รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีกลับขยับตัวช้าในการวางยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งที่เป็นประธานบอร์ด EEC เอง จึงเสนอให้เร่งจัดตั้ง “กองทุน Data Center” เพื่อนำเงินมาพัฒนาการศึกษา ชุมชน และเยียวยาสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง
โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้ ยื่น 6 ข้อเสนอต่อสภาฯ เพื่อไม่ให้ประเทศไทยเสียโอกาสและซ้ำรอยแผลเก่าด้านสิ่งแวดล้อม คือ 1. วางแผนภาษีรอบคอบ เพราะ Data Center ใช้คนน้อยและนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศเป็นหลัก 2. ปักหมุดฮับเทคโนโลยี ต้องมองข้ามช็อตไปสู่การเป็นฮับ AI และการพัฒนาแอปพลิเคชัน 3. เชื่อมโยงการศึกษา ดึงผู้ประกอบการร่วมมือกับมหาวิทยาลัย/โรงเรียน เพื่อสร้างบุคลากรรองรับในพื้นที่ EEC 4. กำหนดแนวทางถ่ายทอดเทคโนโลยีที่ชัดเจน 5. กำหนดสัดส่วนการจ้างงานคนไทย 6.กระจายเม็ดเงินลงทุนลงสู่ชุมชนอย่างแท้จริง
นายพศิน กล่าวทิ้งท้ายว่า เราเจ็บปวดกับสิ่งแวดล้อมที่เสียไปมาเยอะแล้ว วันนี้การลงทุนระดับแสนล้านต้องตกถึงมือคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่แค่กลุ่มนายทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
民主党警告称,在市中心兴建数据中心存在诸多隐患,并指出曼谷的城市布局如同一个穹顶,容易导致城市积热和污染排放。他们还提出了六项建议,批评政府优先考虑土地出售而非偏袒开发商。
2026年9月5日,在民主党总部,罗勇府国会议员兼民主党发言人帕辛·皮图特查先生和蓬萨空·克万芒先生举行新闻发布会,质疑泰国数据中心产业的发展方向。他们还警告政府,应尽快审查这些数据中心的选址和监管措施。
蓬萨科恩先生指出,不应在曼谷建设超大规模数据中心,因为曼谷的地形形似穹顶。数据中心释放的热量会导致城市热岛效应,进而引发气温飙升。此外,还会造成发电机燃料堆积和水污染等问题。若不采取严格的管控措施,曼谷居民将饱受高温和污染之苦,而受益者却只有投资者和运营商。
帕辛先生透露,根据投资促进委员会(BOI)的数据,目前超过70%的数据中心项目正在考虑投资东部经济走廊(EEC)区域。他认为这是一个积极的发展趋势,因为它代表着一个高价值的现代化产业。然而,他指出,尽管总理担任东部经济走廊委员会主席,但政府和总理在落实国家战略方面进展缓慢。因此,他建议加快设立“数据中心基金”,将资源用于教育发展、社区建设和环境治理。
为防止泰国错失发展机遇并重蹈覆辙,避免环境问题再次发生,民主党向国会提交了六项提案:1. 谨慎进行税务筹划,因为数据中心所需人员较少,且主要依赖进口设备。2. 建立技术中心,着眼于未来发展成为人工智能和应用开发中心。3. 加强教育与产业链的衔接,鼓励企业与高校/院校合作,为东部经济走廊(EEC)地区培养技能型人才。4. 制定明确的技术转让指导方针。5. 设定泰国公民就业比例目标。6. 将投资资金真正惠及当地社区。
帕辛先生最后总结道:“我们已经遭受了太多环境破坏。如今,价值数千亿泰铢的投资必须惠及全体泰国人民,而不仅仅是少数房地产开发商。”