ฟังจากปาก หนุ่ม กรรชัย ให้ข้อมูล DSI ปมบริจาค มูลนิธิกันจอมพลัง แย้มความสัมพันธ์รุ่นน้อง听听 Num Kanchai 对向 Kanjompalang 基金会捐款的看法,并暗示他与一位年轻同事的关系。
หนุ่ม กรรชัย เปิดใจครั้งแรกหลังให้ข้อมูล DSI ปมบริจาค มูลนิธิกันจอมพลัง ส่วนความสัมพันธ์ กัน จอมพลัง ต่างคนต่างอยู่ ไม่อยากใช้คำว่าตัดขาด

Home » ข่าว » ฟังจากปาก หนุ่ม กรรชัย ให้ข้อมูล DSI ปมบริจาค มูลนิธิกันจอมพลัง แย้มความสัมพันธ์รุ่นน้อง
หนุ่ม กรรชัย เปิดใจครั้งแรกหลังให้ข้อมูล DSI ปมบริจาค มูลนิธิกันจอมพลัง ส่วนความสัมพันธ์ กัน จอมพลัง ต่างคนต่างอยู่ ไม่อยากใช้คำว่าตัดขาด
นายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือ หนุ่ม กรรชัย พิธีกรรายการข่าวชื่อดัง เดินทางเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยานกับคณะพนักงานสืบสวน กองกิจการอำนวยความยุติธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กรณีบริจาคเงินให้กับมูลนิธิกันจอมพลัง หลังได้รับหมายเรียกเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวระบุว่า ได้เลื่อนนัดมาแล้วครั้งหนึ่ง ก่อนเดินทางมาให้ข้อมูลในวันนี้
นายหนุ่ม กรรชัย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาได้บริจาคเงินให้กับมูลนิธิดังกล่าวหลายครั้ง โดยครั้งแรกบริจาคช่วยเหลือเหตุการณ์อุทกภัยที่ภาคเหนือ เมื่อปี 2567 เป็นเงินจำนวน 1 ล้านบาท โดยเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของนายกัน จอมพลัง ก่อนจะบริจาคให้กับมูลนิธิกันจอมพลังอีกครั้ง จำนวน 500,000 บาท เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568 โดยขณะนั้นมูลนิธิเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน และนอกจากนี้ยังมีการบริจาคยิบย่อยอีกหลายรายการ ซึ่งมีทั้งการโอนเข้าบัญชีส่วนบุคคลและบัญชีมูลนิธิ
นายหนุ่ม กรรชัย ระบุว่า การบริจาคเงินดังกล่าวเกิดจากความตั้งใจของตนเองที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังเดือดร้อน และต้องการคืนสิ่งดี ๆ ให้กับสังคม โดยไม่ได้บริจาคให้เฉพาะมูลนิธิกันจอมพลังเท่านั้น แต่ยังบริจาคให้กับมูลนิธิองค์กรทำดี ของบุ๋ม ปนัดดา และมูลนิธิอีจัน เพื่อนำไปสร้างโรงเรียน รวมถึงมูลนิธิอื่น ๆ ด้วย
ส่วนเหตุผลที่เลือกบริจาคผ่านมูลนิธิกันจอมพลัง เจ้าตัวบอกว่า เป็นเรื่องของความไว้เนื้อเชื่อใจมากกว่าความสนิทสนมส่วนตัว เนื่องจากตนเองไม่ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือด้วยตัวเอง จึงต้องการสนับสนุนอยู่เบื้องหลังในส่วนที่สามารถช่วยได้
เมื่อถามว่าเคยสอบถามหรือไม่ว่าเงินบริจาคถูกนำไปใช้ทำอะไรบ้าง หนุ่ม กรรชัย ระบุว่า ไม่เคยสอบถาม เพราะบริจาคด้วยความไว้วางใจ เช่นเดียวกับการบริจาคให้มูลนิธิอื่น ๆ โดยยอมรับว่า ในอดีต นายกัน จอมพลังเคยมีการบอกกล่าวให้ทราบว่า นำเงินไปซื้อหลอดไฟหรือสิ่งของบางอย่าง แต่ตนเองก็บอกว่าไม่จำเป็นต้องรายงาน เพียงนำเงินไปช่วยเหลือประชาชนก็พอ
สำหรับที่ผ่านมานาย กัน จอมพลัง มีการเปิดรับบริจาคผ่านเพจเฟซบุ๊ก และยังมีการขอรับบริจาคจากบุคคลใกล้ตัวนายหนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ในช่วงเวลานั้นไม่ได้รู้สึกสงสัยหรือเคลือบแคลงใจ เพราะมองว่าเป็นกระบวนการทำงานของมูลนิธิที่รับบริจาคทั่วไป และหน้าที่ตรวจสอบเป็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการเดินทางมาให้ข้อมูลกับ DSI ในวันนี้ หนุ่ม กรรชัย ระบุว่า ยังไม่ทราบว่าพนักงานสอบสวนต้องการสอบถามเรื่องใดบ้าง เนื่องจากยังไม่ได้เข้าพูดคุยอย่างเป็นทางการ พร้อมยืนยันว่า ตนเองมาเพื่อชี้แจงข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง ไม่ได้กล่าวหาหรือปรักปรำบุคคลใด และเห็นว่าควรปล่อยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรวจสอบตามกระบวนการ
ส่วนกรณีที่ในอนาคตอาจพบความผิดปกติในการใช้เงินบริจาค และเกิดความเสียหายขึ้นจริง จะมีการเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษหรือไม่ นายหนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า ต้องรอให้ DSI ดำเนินการตรวจสอบก่อน หากพบความเสียหายก็ต้องพิจารณากันอีกครั้งว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยอาจต้องปรึกษาทนายความ พร้อมย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะดำเนินการทางกฎหมายหรือไม่ เพราะไม่ต้องการพูดอะไรเกินกว่าข้อเท็จจริงจนทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมกับอีกฝ่าย
หนุ่ม กรรชัย ยังเปิดเผยด้วยว่า ในอดีตเคยมีการพูดคุยผ่านกลุ่มไลน์เกี่ยวกับการขอรับบริจาคเพื่อช่วยเหลือในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งตนเองก็เคยร่วมบริจาคเป็นบางครั้ง เป็นเงินหลักหมื่นบาท แต่ปัจจุบันไม่ได้อยู่ในกลุ่มดังกล่าวแล้ว
ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้เคยพูดในรายการเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ขอให้กัน จอมพลังออกมาชี้แจงเรื่องการใช้เงินบริจาค หนุ่ม กรรชัย อธิบายว่า ขณะนั้นเป็นประเด็นที่มีการตรวจสอบอยู่ และมองว่าผู้ที่เกี่ยวข้องควรชี้แจงในเวทีกลาง ไม่ว่าจะเป็นการไปชี้แจงผ่านรายการของสรยุทธ สุทัศนะจินดา หรือการแถลงข่าว เพื่อให้สามารถอธิบายข้อเท็จจริงได้อย่างเหมาะสม และไม่ถูกมองว่าเป็นการช่วยเหลือกันหรือใช้รายการเป็นเวทีชี้แจงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
หนุ่ม กรรชัย ยังเสนอว่า มูลนิธิทุกแห่งควรชี้แจงรายละเอียดการใช้เงินบริจาคและยอดเงินที่เหลืออยู่ในบัญชี เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยมองว่าแม้จะบริจาคเงินเพียง 5 หรือ 10 บาท ผู้บริจาคก็ควรทราบว่าเงินของตนถูกนำไปรวมอยู่ในยอดเงินส่วนใด และถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างไร หากทุกมูลนิธิมีการชี้แจงได้มันก็จะดูสง่างาม
ยืนยันว่า ประเด็นที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลต่อความตั้งใจในการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสังคมในอนาคต โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือเงินที่บริจาคไปต้องถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสาธารณชนตามเจตนารมณ์ของผู้บริจาค
ส่วนความสัมพันธ์กับกัน จอมพลัง หนุ่ม กรรชัย ระบุว่า ไม่อยากใช้คำว่าตัดขาด เพราะมองว่าเป็นคำที่รุนแรงเกินไป แต่เห็นว่าควรต่างคนต่างอยู่ เนื่องจากความสัมพันธ์ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ พร้อมยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่ได้พาดพิงอีกฝ่าย และขอให้อีกฝ่ายไม่พาดพิงถึงตนเช่นกัน
首页 » 新闻 » 听听 Num Kanchai 怎么说:听听他从 DSI 了解到的有关向 Kanjompalang 基金会捐款的信息,并暗示他与一位下属同事的关系。
在向菲律宾特别调查局(DSI)提供有关向Gun Jompalang基金会捐款的信息后,Num Kanchai首次公开表态。关于他与Gun Jompalang的关系,他表示两人已分居,他不想用“断绝关系”这个词。
知名新闻主播坎猜·卡姆纳德普洛伊(Kanchai Kamnerdploy,又名努姆·坎猜)作为证人,向菲律宾特别调查部(DSI)司法协助司的调查人员提供了有关其向坎乔姆帕朗基金会捐款的信息。他大约两周前收到了传票。他表示,在今天出庭作证之前,他已经推迟过一次。
Noom Kanchai先生透露,他过去曾多次向该基金会捐款。他第一次捐款是2024年向泰国北部洪灾地区捐赠100万泰铢,款项转入了他的个人账户。之后,在2025年3月17日,也就是Kan Chom Palang基金会成立不久时,他又向该基金会捐赠了50万泰铢。此外,他还多次进行小额捐款,既有转入他个人账户的,也有转入基金会账户的。
努姆·坎猜先生表示,此次捐赠源于他帮助弱势群体、回馈社会的真诚愿望。他不仅向坎乔姆帕朗基金会捐款,还向布姆·帕纳达的善行组织基金会、E-Jan基金会(用于学校建设)以及其他基金会捐款。
关于选择通过 Kanjompalang 基金会捐款的原因,他表示,这更多的是出于信任而非私人交情,因为他本人并没有参与救援工作,只是想尽自己所能从幕后支持他们。
当被问及是否曾询问过捐款的用途时,努姆·坎猜表示从未询问过,因为他是出于信任而捐款,就像他捐赠给其他基金会一样。他承认,过去坎·乔姆邦先生曾告诉他,捐款用于购买灯泡或其他物品,但他告诉坎·乔姆邦先生,无需汇报,只要捐款用于帮助公众就足够了。
关于过去的情况,Kan Chomphang 先生曾通过其 Facebook 页面募集捐款,也曾向 Num Kanchai 先生的亲友请求捐款。Num Kanchai 先生表示,当时他并未感到任何怀疑,因为他认为这是基金会接受捐款的正常流程,而核实捐款的责任在于相关机构。
关于他今天前往特别调查局(DSI)提供信息的行程,努姆·坎猜表示,由于尚未与调查人员进行正式会面,他并不清楚调查人员打算询问哪些问题。他强调,此行的目的是澄清与他自身相关的信息,而非指控或牵连任何人,并认为相关机构应被允许按照正当程序开展调查。
关于未来捐款使用中可能出现的违规行为及由此造成的损失,努姆·坎猜先生表示,他们必须等待特别调查局的调查结果。如果调查证实存在损失,他们将考虑采取进一步行动,可能还会咨询律师。他强调,目前尚无法确认是否会采取法律行动,因为他不想在事实之外妄加猜测,以免侵犯对方的权利。
Num Kanchai还透露,过去他曾通过LINE群组讨论过为解决各种问题而募集捐款,他也曾多次参与捐款活动,捐赠了数万泰铢。不过,他现在已经退出了那个群组。
关于他之前在“午间新闻”节目中要求Gun Jompaeng澄清捐款用途的言论,Num Kanchai解释说,当时此事正在调查中。他认为,相关人员应该在一个中立的场合澄清此事,例如通过Sorayuth Suthasnajinda主持的节目或新闻发布会,以充分说明事实,避免给人留下互相帮助或利用节目平台建立信誉的印象。
努姆·坎猜还建议,所有基金会都应公开捐款用途及账户余额,以确保透明度并建立公众信任。他认为,即使是捐赠5泰铢或10泰铢的人也应该知道他们的钱被分配到哪里以及如何使用。如果所有基金会都能提供此类信息披露,将会展现出更加高尚的形象。
我们确认,此次事件不会影响我们未来继续为社会公益事业捐款的意愿。最重要的是,捐款必须按照捐赠者的意愿用于造福公众。
关于两人的关系,Jom Palang(又名Num Kanchai)表示,他不想用“断绝关系”这个词,因为他觉得这个词太过刺耳。但他觉得,既然这段关系无法继续下去,分道扬镳对双方都是最好的选择。他还确认,过去他从未直接提及过对方,并请求对方也不要再提及他。