บัตรขูด หลวงปู่ศิลา 99 V.3 แอบอ้างชื่อหลวงปู่ศิลา ฟันรายได้กว่า 30 ล้าน印有“Luang Pu Sila 99 V.3”字样的刮刮卡谎称代表 Luang Pu Sila,骗取了超过 3000 万泰铢的奖金。
ตร.ไซเบอร์ บุกทลายเพจขาย "บัตรขูด หลวงปู่ศิลา 99 V.3" หลอกลูกค้าว่าผ่านการปลุกเสกจากหลวงปู่ศิลาด้วยตนเอง ทำ 3 ปี มีรายได้กว่า 30 ล้านบาท

Home » โซเชียล » บัตรขูด หลวงปู่ศิลา 99 V.3 แอบอ้างชื่อหลวงปู่ศิลา ฟันรายได้กว่า 30 ล้าน
ตร.ไซเบอร์ บุกทลายเพจขาย “บัตรขูด หลวงปู่ศิลา 99 V.3” หลอกลูกค้าว่าผ่านการปลุกเสกจากหลวงปู่ศิลาด้วยตนเอง ทำ 3 ปี มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท
วันที่ 17 ต.ค.69 เวลา 09.00 น. ณ บก.สอท.3 อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.สอท.3 พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชาและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวกรณี ตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 3 ราย หลังเปิดเพจ “บัตรขูด หลวงปู่ศิลา 99 V.3” จำหน่ายบัตรมงคลแบบขูดตัวเลข แอบอ้างชื่อและหลอกลูกค้าว่าผ่านการปลุกเสกจากหลวงปู่ศิลาด้วยตนเอง พบทำมานานแล้วกว่า 3 ปี มีรายได้ไม่ต่ำกว่า 30 ล้านบาท
สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.ทินกร รังมาตย์ ผบช.สอท. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนหลายรายว่ามีเพจเฟซบุ๊กบัญชีหนึ่ง ได้แอบอ้างชื่อ “หลวงปู่ศิลา” จำหน่ายบัตรมงคลสำหรับขูดตัวเลขเอาไปลุ้นรางวัล จึงได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผบก.สอท.3 มอบหมาย พ.ต.อ.อรุณณพันธ์ วานิช์ชานันท์ ผกก.1 บก.สอท.3 นำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนกรณีดังกล่าว
จากการตรวจสอบ พบบัญชีเฟซบุ๊กเพจชื่อ “บัตรขูด หลวงปู่ศิลา 99 V.3” มีจำนวนยอดผู้ติดตามเกือบ 1 หมื่นคน ได้โพสต์จำหน่ายบัตรมงคลที่มีภาพ “พระเทพวัชรธรรมโสภณ หรือ หลวงปู่ศิลา สิริจันโท” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหมื่นหิน จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นพระเกจิชื่อดังที่มีประชาชนให้ความเคารพศรัทธาจำนวนมาก โดยบัตรมงคลดังกล่าวจะถูกเคลือบแถบฟอยล์ทึบแสงไว้ด้านบน เพื่อใช้ปิดบังตัวเลข ต้องใช้เหรียญหรือวัสดุขูดออกเพื่อเปิดดูตัวเลขก่อนนำไปลุ้นรางวัลภายหลัง เช่น สลากกินแบ่งรัฐบาล หวยใต้ดิน หวยต่างประเทศ และอื่นๆ และยังมีการแอบอ้างว่าหลวงปู่ศิลาได้ทำพิธีปลุกเสกบัตรขูดดังกล่าวด้วยตนเองด้วย ซึ่งทางวัดพระธาตุหมื่นหิน จ.กาฬสินธุ์ ไม่ได้อนุญาตให้เพจดังกล่าวนำภาพหลวงปู่ศิลาไปใช้ในเชิงพาณิชย์ และไม่ได้มีการทำพิธีปลุกเสกบัตรขูดดังกล่าวจริงแต่อย่างใด
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สืบสวนและตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าเพจดังกล่าวได้ใช้บัญชีธนาคารนิติบุคคลเป็นชื่อบริษัทแห่งหนึ่งในการรับโอนเงิน ซึ่งมีรายได้จากการจำหน่ายบัตรขูดดังกล่าวมาแล้วกว่า 3 ปี รวมเป็นเงินจำนวนกว่า 30 ล้านบาท เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบจนสามารถพิสูจน์ทราบตัวผู้รับผลประโยชน์ที่อยู่เบื้องหลัง นำมาสู่การรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับและหมายค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องได้สำเร็จ
โดยล่าสุด พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ นราศรี รอง ผกก.1 บก.สอท.3 และ พ.ต.ท.ศุภณัฎฐ์ เกตุแก้ว สว.กก.1 บก.สอท.3 ได้ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดพร้อมหมายค้น เข้าตรวจค้นเป้าหมายสำคัญ จำนวน 2 จุด ดังนี้
จุดที่ 1 ห้องพักภายในอาคารแห่งหนึ่งใน ซ.ลาดพร้าววังหิน 77 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม.
สามารถจับกุม น.ส.วิลาวัลย์ อายุ 27 ปี และ น.ส.พานทอง อายุ 20 ปี แอดมินเพจ “บัตรขูดหลวงปู่ศิลา 99 V.3” พร้อมตรวจยึดของกลาง จำนวน 17 รายการ อาทิ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง, คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จำนวน 5 เครื่อง กระดาษกล่องพัสดุ จำนวน 150 กล่อง, บัตรขูดหลวงปู่ศิลา กว่า 1,000 ชิ้น รวมทั้งกระดาษแข็งพิมพ์ภาพหลวงปู่ศิลา, กระดาษพิมพ์ลายคล้ายธนบัตรภาพหลวงปู่ศิลา, และสินค้าวัตถุมลคลพิมพ์ภาพหลวงปู่ศิลาอื่นๆ อีกจำนวนมาก
จุดที่ 2 บ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.14 ซ.ลาดพร้าววังหิน 77 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม.
พบว่าเป็นบ้านพักอาศัยของ นายวทัญญู อายุ 36 ปี เจ้าของเพจ, กรรมการบริษัท และผู้รับผลประโยชน์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.500/2569 ลงวันที่ 12 ต.ค.69 โดยต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมตัวได้ที่ บ้านพักในพื้นที่ ม.8 ต.ดงสุวรรณ อ.ดอกคำใต้ จ.พะเยา
เบื้องต้นเจ้าตัวให้การภาคเสธ โดยอ้างว่า ตนเองเคยประกอบอาชีพขายเสื้อผ้าออนไลน์ ก่อนเปิดบริษัทเพื่อดำเนินธุรกิจ ต่อมาช่วง พ.ค.69 ได้ซื้อบัตรขูดหลวงปู่ศิลาจากแอปพลิเคชันร้านค้าออนไลน์ ราคาใบละ 30–40 บาท มาขายผ่านเพจเฟซบุ๊กดังกล่าวในราคาใบละ 99 บาท พร้อมจัดโปรโมชัน และยังจำหน่ายบัตรขูดสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่นๆ เพื่อให้ลูกค้านำตัวเลขไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยไม่ทราบว่าบัตรขูดดังกล่าวได้รับอนุญาตหรือได้รับการปลุกเสกมาจริงหรือไม่
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งหมดในข้อหา “ร่วมกันหรือสนับสนุนให้มีการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนอันเป็นปกติธุระ”, “นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น”, “ร่วมกันหรือสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” และ “หมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา” ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย
โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล เพื่อตรวจสอบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม หากพบการกระทำผิดก็จะนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
首页 » 社交媒体 » 刮刮卡“Luang Pu Sila 99 V.3”滥用Luang Pu Sila的名字产生了超过3000万泰铢的收入
网络警察突击搜查了一个在Facebook上销售“龙婆西拉99 V.3刮刮卡”的页面,该页面谎称这些刮刮卡是由龙婆西拉本人加持的。这项持续三年的诈骗活动至少获利3000万泰铢。
2026年10月17日上午9点,在孔敬府孔敬县第三网络犯罪调查局总部,网络犯罪调查局局长廷空·朗玛特中将指派第三网络犯罪调查局局长宋克洛·克里塔亚少将及其上级和相关官员召开新闻发布会,宣布逮捕三名嫌疑人。这三名嫌疑人因运营名为“龙婆西拉99 V.3刮刮卡”的Facebook页面而被捕,该页面出售刮刮卡,谎称这些卡片由龙婆西拉亲自加持,以此欺骗顾客。该犯罪活动已持续三年多,非法获利至少3000万泰铢。
鉴于多名市民投诉 Facebook 页面上有人冒充“Luang Pu Sila”出售刮刮乐彩票,网络犯罪调查局局长 Tinkorn Rangmat 中将下令网络犯罪调查局第三分局局长 Songklod Krikkritya 少将指派网络犯罪调查局第三分局第一分局局长 Arunphan Wanichchanan 上校率领一支警官队伍调查此事。
一项调查发现,一个名为“Scratch-Off Card Luang Pu Sila 99 V.3”的Facebook页面拥有近万名粉丝,该页面正在宣传销售刮刮卡,卡片上印有“帕帖瓦查拉塔姆索蓬(Phra Thep Wacharatham Sophon),又名龙婆西拉·西里昌托(Luang Pu Sila Sirichantho)”的画像,他是加拉信府帕塔门欣寺(Wat Phra That Muen Hin)的前任住持。龙婆西拉是一位德高望重的著名僧侣。这些刮刮卡上覆盖着一层不透明的箔条,需要用硬币或其他物品刮开才能看到数字,然后才能使用刮刮卡赢取彩票、地下彩票、国际彩票等奖品。该页面还谎称龙婆西拉亲自为这些刮刮卡加持。加拉信府帕塔门欣寺并未授权该页面将龙婆西拉的画像用于商业用途,也未为这些刮刮卡举行任何加持仪式。
随后,警方调查和财务追踪显示,涉事页面使用一家公司名下的银行账户接收转账,并通过销售刮刮卡获利三年多,总额超过3000万泰铢。当局最终锁定了幕后受益人,并收集到相关证据,成功对相关目标签发了逮捕令和搜查令。
近日,网络犯罪调查局第三分局第一分局副局长提拉萨克·纳拉斯里中校和网络犯罪调查局第三分局第一分局督察苏帕纳特·凯特凯乌中校率领一支警队,持搜查令突击搜查了以下两个重要地点:
地点 1:位于曼谷拉抛区拉抛街道拉抛旺欣路 77 号的一栋建筑内的一间房间。
警方逮捕了脸书页面“Luang Pu Sila Scratch Card 99 V.3”的管理员 27 岁的 Wilawan 女士和 20 岁的 Panthong 女士,并查获了 17 件证据,包括 5 部手机、5 台台式电脑、150 箱纸板、1000 多张 Luang Pu Sila 刮刮卡,以及印有 Luang Pu Sila 图像的纸板、印有类似印有 Luang Pu Sila 钞票图案的纸张,以及许多其他护身符和相关物品。
地点 2:曼谷拉抛区拉抛街道拉抛旺欣 77 巷 14 号住宅。
经查,该房屋为36岁的瓦坦尤先生的住所,他是Facebook页面的所有者、公司董事和受益人,也是加拉信省法院于2026年10月12日签发的逮捕令(逮捕令编号J.500/2569)的通缉犯。警方随后在其位于帕尧府多坎泰县东素万街道8村的住所将其逮捕。
嫌疑人最初拒不不认罪,声称在创办自己的公司之前,他曾是一名线上服装销售员。后来,在2026年5月,他从一款网购应用上以每张30-40泰铢的价格购入銮普西拉刮刮乐彩票,然后通过上述Facebook页面以每张99泰铢的价格出售,并进行促销活动。他还出售其他圣物的刮刮乐彩票,供顾客使用上面的号码购买彩票,但他并不知道这些刮刮乐彩票是否真的经过授权或加持。
警方随后以“共同或支持以日常业务为目的对公众实施欺诈”、“以可能损害他人利益的方式将信息输入计算机系统”、“与两人或两人以上共同或共谋实施洗钱罪,并因共谋而实施洗钱罪”以及“通过出版物诽谤他人”等罪名起诉所有嫌疑人,并将案件移交法律程序。
警方目前正在进行进一步调查,以确定其他涉案人员。如果查明任何违法行为,相关人员将依法受到起诉。