← 返回新闻首页
泰国权威

รัฐบาลยัน CPRAM จดทะเบียน "กะเพรา" ไม่ห้ามปลูกแต่ห้ามขาย 4 สายพันธุ์

การขอขึ้นทะเบียนคุ้มครองกะเพรา 4 สายพันธุ์ของซีพีแรม ทำให้เกษตรกรกังวลเรื่องสิทธิในการปลูกและขยายพันธุ์ รัฐบาลยืนยันยังปลูกได้ แต่ BioThai ตั้งคำถามถึงสิทธิจากงานวิจัยและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากไทยเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
政府确认,CPRAM 已注册了四种“罗勒”品种,并未禁止种植,但禁止销售某些品种。

วันนี้ (21 ต.ค.2569) กรณีบริษัท ซีพีแรม จำกัด หรือ CPRAM ยื่นขอขึ้นทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพราใหม่ 4 สายพันธุ์ กำลังสร้างความกังวลให้เกษตรกรผู้ปลูกกะเพรา โดยเฉพาะเรื่องสิทธิในการปลูก ขยายพันธุ์ และเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้ต่อ

ขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยืนยันว่า เกษตรกรยังสามารถปลูกกะเพราได้ตามปกติ แต่มีข้อจำกัดเกี่ยวกับการนำพันธุ์พืชที่ได้รับความคุ้มครองไปจำหน่ายต่อ

หนึ่งในพันธุ์ที่อยู่ในคำขอคือ กะเพราแก้วจุรี 01 ซึ่งได้รับการปรับปรุงมาจากกะเพราพันธุ์พื้นเมือง โดยบริษัทได้ยื่นคำขอต่อกรมวิชาการเกษตรเมื่อวันที่ 3 ก.พ.2566 นอกจากนี้ ยังมีพันธุ์แก้วจุรี 02, 03 และ 04 รวมเป็น 4 สายพันธุ์ ซึ่งระบุช่วงการคุ้มครองระหว่างปี 2567–2579 รวม 12 ปี

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้เกษตรกรใน ต.บ้านใหม่ จ.นนทบุรี ซึ่งบางส่วนของหมู่ 9 ประกอบอาชีพปลูกกะเพรา เกิดความกังวลว่า การขึ้นทะเบียนคุ้มครองพันธุ์พืชจะทำให้ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัทเอกชนในราคาสูงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเกษตรกรปลูกและขยายพันธุ์กันเองอย่างอิสระ โดยพันธุ์ที่ปลูกทั่วไปเรียกกันว่า กะเพราใบใหญ่และกะเพราแดง

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า ตาม พ.ร.บ.พันธุ์พืช พ.ศ.2542 เอกชนสามารถวิจัยและปรับปรุงพันธุ์พืชเพื่อยื่นขอรับความคุ้มครองได้

การคุ้มครองดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรหรือประชาชนจะถูกห้ามปลูกกะเพรา โดยข้อจำกัดสำคัญคือห้ามนำพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปขายต่อ

ด้านแหล่งข่าวจากบริษัทซีพีแรมระบุว่า การยื่นขอคุ้มครองกะเพราทั้ง 4 สายพันธุ์ เกิดจากการนำกะเพราที่ใช้กันทั่วไปมาผ่านกระบวนการวิจัย ปรับปรุง และคัดเลือกพันธุ์ จนได้สายพันธุ์ที่มีลักษณะเฉพาะตามต้องการ

บริษัทต้องการวัตถุดิบที่มีกลิ่นหอม รสเผ็ดเข้มข้น เจริญเติบโตเร็ว และให้ผลผลิตสม่ำเสมอ เพื่อใช้เป็นส่วนประกอบในการผลิตอาหารพร้อมรับประทานที่จำหน่ายผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงช่วยควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยของอาหารตลอดห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทชี้แจงด้วยว่า ไม่ได้เป็นเจ้าของกะเพราทุกสายพันธุ์ในประเทศไทย เนื่องจากกะเพรามีมากกว่า 200 สายพันธุ์ และมีผู้ประกอบการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์กะเพราอย่างน้อย 8 แบรนด์ เกษตรกรและประชาชนจึงยังสามารถเลือกซื้อ ปลูก และขยายพันธุ์กะเพราสายพันธุ์อื่นที่ไม่อยู่ภายใต้สิทธิคุ้มครองของบริษัทได้ โดยไม่จำเป็นต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากซีพีแรม

นอกจากซีพีแรมที่ได้รับสิทธิคุ้มครองกะเพราใหม่ 4 สายพันธุ์แล้ว มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ยังได้รับสิทธิคุ้มครองกะเพราอีก 1 สายพันธุ์ ประเด็นนี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับที่มาของงานวิจัยและสิทธิในผลงานปรับปรุงพันธุ์

รัฐบาลยัน CPRAM จดทะเบียน "กะเพรา" ไม่ห้ามปลูกแต่ห้ามขาย 4 สายพันธุ์

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี หรือ BioThai ตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทเอกชนดังกล่าวเคยให้ทุนสนับสนุนการวิจัยแก่มหาวิทยาลัยของรัฐเพื่อปรับปรุงพันธุ์กะเพรา จึงควรพิจารณาว่า มหาวิทยาลัยควรมีส่วนในสิทธิการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ที่เกิดจากงานวิจัยดังกล่าวด้วยหรือไม่

อีกประเด็นที่ BioThai กังวลคือ หากประเทศไทยตัดสินใจเข้าร่วมอนุสัญญา UPOV 1991 ซึ่งเป็นกรอบระหว่างประเทศเกี่ยวกับการคุ้มครองพันธุ์พืช สิทธิของผู้ปรับปรุงพันธุ์อาจเข้มงวดขึ้น และส่งผลต่อสิทธิของเกษตรกรในการเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกต่อหรือคัดเลือกพันธุ์

โดยนายวิฑูรย์ระบุว่า ภายใต้กฎหมายไทยปัจจุบัน เกษตรกรยังมีสิทธิบางประการในการเก็บเมล็ดพันธุ์ไปปลูกต่อหรือคัดเลือกพันธุ์ แต่หากอยู่ภายใต้กรอบ UPOV 1991 สิทธิดังกล่าวอาจถูกจำกัด รวมถึงการแจกจ่ายพันธุ์ให้เพื่อนบ้าน ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายได้ ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง

นายวิฑูรย์ยังเตือนว่า การเปลี่ยนแปลงระบบคุ้มครองพันธุ์พืชอาจส่งผลต่อผู้บริโภคในระยะยาวด้วย จึงเรียกร้องให้ทบทวนการแก้ไขกฎหมาย โดยคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและป้องกันไม่ให้เกิดการผูกขาดพันธุ์พืช

รู้จัก CP และ CPRAM ฉบับย่อ

บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) จำกัด คือ "บริษัทแม่" ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ระดับมหาอาณาจักรที่ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรมทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยเป็นเจ้าของและผู้ลงทุนหลักในโครงสร้างพื้นฐาน ทรัยพ์สิน โครงข่ายการสื่อสารโทรคมนาคม ห้างสรรพสินค้าโมเดิร์นเทรด เกษตรอุตสาหกรรม รวมถึงธุรกิจร้านค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อขนาดใหญ่ทั่วประเทศ

ในขณะที่ บริษัท ซีพีแรม จำกัด คือ "บริษัทลูก" เฉพาะทางที่แตกไลน์ออกมาเพื่อรับผิดชอบและบริหารจัดการธุรกิจด้าน การผลิตอาหารพร้อมรับประทานและเบเกอรี โดยตรง

เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลิตเมนูอาหารกล่องแช่แข็ง ขนมจีบ ซาลาเปา และขนมปังอบสำเร็จรูปที่วางจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ดังนั้น ทั้งสองจึงไม่ใช่บริษัทเดียวกัน แต่ซีพีแรมเป็นเพียงองค์กรย่อยส่วนหนึ่งที่ดำเนินธุรกิจอาหารสำเร็จรูปอยู่ภายใต้ร่มใหญ่ของซีพีเท่านั้น

วิป 3 ฝ่ายไร้ข้อสรุปกรอบวันซักฟอกรัฐบาล นัดถกใหม่ 22 ต.ค.

ย้อนรอย 20 ปี พืชสวนโลกเชียงใหม่ สู่คำถาม "ความคุ้มค่า" พืชสวนโลกอุดรธานี

รู้จัก "จักรวาลกะเพราไทย" ราชินีแห่งสมุนไพร

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻