เปิดรายงานสภาฯ 72.42% เสียงค้านจากประชาชน คว่ำร่าง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส议会报告显示,72.42% 的公众投票反对泰国公共服务法案,否决了该法案。
สภาผู้แทนราษฎรเปิดรายงานผลโหวตจากประชาชนกว่า 1.2 แสนคน ต่อร่าง พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส ฉบับใหม่ พบมติมหาชนสูงถึง 72.42% ลงคะแนน "ไม่เห็นด้วย" ต่อการยกเลิกภาษีสุรา-ยาสูบ 2 พันล้านบาท ชี้ทำลายความเป็นอิสระทางการเงินและเปิดช่องฝ่ายการเมืองแทรกแซง

วันนี้ (21 ต.ค.2569) รายงานผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างกฎหมาย (RIA 088/2569) ต่อ ร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยนายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ ได้ถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการโดยสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27
ผลการโหวตมติประชาชน 72.42% แสดงพลัง "ไม่เห็นด้วย"
กระบวนการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐสภา (www.parliament.go.th) ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ดำเนินการระหว่างวันที่ 30 ก.ย. - 14 ต.ค.2569 มีผู้เข้าชมหน้าเว็บไซต์สูงถึง 434,814 คน และมีผู้ลงทะเบียนร่วมตอบแบบสอบถามอย่างเป็นทางการจำนวน 124,602 คน
ผลการลงมติรับฟังความคิดเห็นต่อประเด็นการแก้ไขโครงสร้างรายได้และการยกเลิกภาษีจัดสรรเฉพาะ ดังนี้
ไม่เห็นด้วย (ค้านการแก้ไขกฎหมาย) : มีสัดส่วนร้อยละ 72.42 (คิดเป็นประชาชนประมาณ 90,237 คน)
เห็นด้วย (หนุนการแก้ไขกฎหมาย) : มีสัดส่วนร้อยละ 27.18 (คิดเป็นประชาชนประมาณ 33,867 คน)
ไม่ระบุความคิดเห็น : มีสัดส่วน ร้อยละ 0.40 (คิดเป็นประชาชนประมาณ 498 คน)
เมื่อวิเคราะห์จำแนกตามโครงสร้างประชากรของผู้ร่วมโหวต พบว่ากลุ่มผู้ใช้สิทธิส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่และวัยทำงานอย่างมีนัยสำคัญ
กลุ่ม Generation Z (เกิด พ.ศ. 2541–2565) เข้าร่วมตอบแบบสอบถามสูงสุดถึง 76,082 คน
Generation Y (พ.ศ. 2523–2540) 25,690 คน
Generation X (พ.ศ. 2508–2522) 15,035 คน
Baby Boomer (เกิดก่อน พ.ศ. 2508) 7,795 คน
เพศหญิง 64,062 คน (ร้อยละ 51.41)
เพศชาย 54,275 คน (ร้อยละ 43.56)
ไม่ระบุเพศ 6,265 คน (ร้อยละ 5.03)
มัธยมศึกษา/ปวช./ปวส. 31,069 คน
สูงกว่าปริญญาตรี 13,025 คน
ประถมศึกษาหรือต่ำกว่า 5,188 คน
นักเรียน/นักศึกษา 41,551 คน
รับราชการ/รัฐวิสาหกิจ 25,730 คน
ค้าขาย/ธุรกิจส่วนตัว 11,361 คน
ข้าราชการบำนาญ 3,264 คน
อาชีพอื่น ๆ (เช่น สื่อมวลชน ภาคประชาสังคม พนักงานบริษัท) 17,427 คน
"ทำลายเกราะคุ้มกันอิสระสื่อ" เหตุผลฝ่ายไม่เห็นด้วย (72.42%)
ประชาชนเสียงข้างมากร้อยละ 72.42 ได้ให้เหตุผลโต้แย้งร่างกฎหมาย โดยชี้ว่าการยกเลิกภาษีบำรุงองค์การคือการ "ทำลายเกราะคุ้มกันความเป็นอิสระทางการเงิน" (Financial Autonomy) ซึ่งเป็นหัวใจและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของสื่อสาธารณะ
หากเปลี่ยนไปพึ่งพาระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี จะเปิดช่องให้ฝ่ายบริหารและนักการเมืองใช้อำนาจอนุมัติ ปรับลด หรือชะลองบประมาณเป็นเงื่อนไขในการต่อรองและแทรกแซงการเสนอข่าวสาร จนนำไปสู่สภาวะ "เซนเซอร์ตนเอง" (Self-censorship) ของบุคลากรสื่อมวลชน ส่งผลให้ Thai PBS สูญเสียความน่าเชื่อถือ และลดทอนสถานะกลายเป็นเพียง "สื่อของรัฐ" (State Media) เช่นเดียวกับ NBT หรือช่อง 11
นอกจากนี้ ยังเป็นการบิดเบือนหลักการ "ผู้สร้างปัจจัยเสี่ยงต้องร่วมรับผิดชอบสังคม" (Polluter Pays Principle) โดยการยกเลิกภาระภาษีส่วนเพิ่มร้อยละ 1.5 ของกลุ่มทุนธุรกิจสุราและยาสูบ แล้วโยนภาระงบประมาณมาให้ประชาชนผู้เสียภาษีทั่วไปแบกรับแทน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายการเพื่อประโยชน์สาธารณะ เช่น รายการเด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ คนพิการ และข่าวสืบสวนสอบสวนที่จะถูกตัดงบประมาณเป็นลำดับแรก
"จัดระเบียบวินัยการเงินการคลัง" เหตุผลฝ่ายเห็นด้วย (27.18%)
ในส่วนของประชาชนร้อยละ 27.18 ที่ลงคะแนนเห็นด้วย ได้ให้เหตุผลสนับสนุนว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้จะช่วยสร้างความเป็นเอกภาพทางกฎหมายและการคลังของประเทศ ทำให้ระบบการจัดเก็บและบริหารเงินภาษีเป็นมาตรฐานเดียวกันตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
ฝ่ายเห็นด้วยมองว่า การนำเงินภาษีกลับเข้าสู่ระบบคลังหลวงจะช่วยให้รัฐบาลมีความยืดหยุ่นในการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินไปใช้ในภารกิจเร่งด่วนตามยุทธศาสตร์ชาติ เช่น การแพทย์ สวัสดิการสังคม หรือการศึกษา
ขณะเดียวกัน การต้องเสนอขอรับงบประมาณรายปีจะช่วยสร้างกลไกการตรวจสอบความคุ้มค่า ความโปร่งใส และประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงินภาษีผ่านสภาผู้แทนราษฎร ทำให้องค์กรต้องพิสูจน์ผลสัมฤทธิ์ทางการเงินอย่างสม่ำเสมอทุกปีงบประมาณ
รายละเอียด-สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.
สำหรับรายละเอียดเนื้องานและโครงสร้างของร่างกฎหมายที่นำไปสู่การจัดทำประชาพิจารณ์ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 ให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มาตรา 26 ซึ่งห้ามมิให้เสนอกฎหมายจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเพื่อนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานรัฐเป็นการเฉพาะ (Earmarked Tax)
สาระสำคัญทางกฎหมายประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่
แก้ไขมาตรา 11 (1) : เปลี่ยนแปลงโครงสร้างทุน ทรัพย์สิน และรายได้ของ ส.ส.ท. จากเดิมที่รับเงินบำรุงองค์การตามมาตรา 12 เป็น "เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี"
ยกเลิกมาตรา 12, 13, 14, 15 และ 16 : ยกเลิกอำนาจการจัดเก็บเงินบำรุงองค์การจากผู้เสียภาษีสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ 1.5 (เพดานไม่เกินปีละ 2,000 ล้านบาท), ยกเลิกบทบาทกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรในการหักส่งเงิน, ยกเลิกสิทธิการลดหย่อนภาษี และยกเลิกบทลงโทษเงินเพิ่มกรณีส่งเงินบำรุงล่าช้า
จุดยืน ส.ส.ท. และข้อเสนอแนะโมเดลทางเลือกเชิงนโยบาย
ด้านองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ซึ่งเป็นหน่วยงานรับผิดชอบโดยตรง ได้แสดงความคิดเห็นคัดค้านร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่าเป็นการแก้ไขที่ขัดต่อหลักการพื้นฐานและเจตนารมณ์ในการจัดตั้งสื่อสาธารณะอย่างสิ้นเชิง พร้อมเสนอให้ชะลอการพิจารณาเพื่อพัฒนากลไกหลักประกันความเป็นอิสระทางการเงินในรูปแบบทางเลือก
จากผลการลงคะแนนคัดค้านของประชาชน รายงาน RIA จึงได้ประมวล ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายและโมเดลทางเลือก (Alternative Funding Models) เพื่อรักษาสมดุลระหว่างวินัยการคลังและอิสระของสื่อ
กรอบงบประมาณผูกพันหลายปี (Multi-year Funding Framework) : กำหนดการอุดหนุนงบประมาณในอัตราคงที่ต่อเนื่องคราวละ 3–5 ปี หรือกำหนดสัดส่วนงบประมาณขั้นต่ำไว้ในกฎหมาย (Statutory Minimum Floor) เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายการเมืองใช้งบประมาณเป็นเครื่องมือต่อรองรายปี
คณะกรรมการอิสระจัดสรรงบประมาณ (Independent Budgeting Trust) : แต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญ สตง. และนักวิชาการ ร่วมคำนวณและอนุมัติวงเงินงบประมาณ เพื่อตัดขาดการต่อรองโดยตรงระหว่างนักการเมืองกับองค์กรสื่อ
ยกระดับธรรมาภิบาล : บังคับใช้ระบบ Open Data 100% ในการจัดซื้อจัดจ้างและการผลิตรายการ และให้มี Third-Party Audit ประเมินความคุ้มค่าทางสังคม
นอกจากนี้ รายงานยังเปิดเผยผลประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI) ว่า ภารกิจของ Thai PBS สร้างมูลค่าทางสังคมคุ้มค่าภาษีอย่างทวีคูณ เช่น
รายการสืบสารเคมีเกษตรสร้างผลตอบแทนทางสังคม 81–106 เท่า
สารคดีคนจนเมืองสร้างผลตอบแทน 22.12 เท่า
รายการสถานีประชาชนร่วมกับศูนย์คนหายสร้างประโยชน์ทางเศรษฐศาสตร์ 11.23 เท่าของเงินลงทุน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญที่สภาผู้แทนราษฎรต้องนำมาประกอบการตัดสินใจต่อไป
อ่านรายงานฉบับเต็ม : https://www.parliament.go.th/section77/manage/files/file_20261021102901_2_629.pdf
หญิง 67 ปี ขับเก๋งพุ่งชนกระจกห้างย่านอ่อนนุช เจ็บ 6 คน
สื่ออเมริกันแฉ "มัสก์" สั่งชะลอความเร็ว Starlink ในยูเครน
รัฐบาลยัน CPRAM จดทะเบียน "กะเพรา" ไม่ห้ามปลูกแต่ห้ามขาย 4 สายพันธุ์
今天(2026 年 10 月 21 日),由国会议员 Supachai Jaisamut 先生及其同事提出的《泰国公共广播电视组织法(修正案第…号)》草案(RIA 088/2569)的公众咨询和潜在影响分析报告,由泰国第二十七届国会正式发布。
公众投票结果显示,72.42%的人表示“不同意”。
根据宪法第 77 条的规定,公众咨询程序通过国会信息技术系统(www.parliament.go.th)进行,时间为 2026 年 9 月 30 日至 10 月 14 日。该网站共收到 434,814 次访问,124,602 人正式注册参与调查。
关于修改税收结构和取消特定分配税问题的公众咨询结果如下:
不同意(反对该修正案):72.42%(约 90,237 人)。
同意(支持该修正案):27.18%(约 33,867 人)。
未指定意见:这占 0.40%(约 498 人)。
根据选民的人口结构进行分析发现,大多数选民是年轻人和在职成年人,这一结论非常正确。
Z世代(1998-2022年出生)参与人数最多,共有76082人参与了调查。
Y世代(1980-1997年出生)25,690人
X世代(1965-1979年)15035人
婴儿潮一代(1965年以前出生):7795人
64,062 名女性(51.41%)
54,275 名男性(43.56%)
性别不详:6,265 人(5.03%)
中等/职业/文凭:31,069人
拥有研究生学位的人数为 13,025 人。
小学及以下学历:5188人
41,551名学生
政府/国有企业雇佣了 25,730 人。
从事贸易/自营职业的人数为 11,361 人。
3264名退休公务员
其他职业(例如,记者、公民社会成员、公司员工)17,427 人。
“打破媒体独立的屏障”——这是持不同意见者(72.42%)提出的理由。
72.42% 的公众反对该法案,认为废除企业税将“破坏财政自主权”,而财政自主权是公共媒体的核心和最重要的基础设施。
仅仅依赖年度预算制度,会让行政部门和政客有机可乘,利用权力批准、削减或拖延预算,以此作为谈判筹码,并干预新闻报道。这可能导致媒体从业人员出现“自我审查”,使泰国公共广播公司(Thai PBS)失去公信力,沦为与国家电视台(NBT)或11频道类似的“官方媒体”。
此外,该法案取消了对烟酒企业征收的1.5%附加税,并将负担转嫁给普通纳税人,从而扭曲了“污染者付费原则”。这将首先影响到儿童、青少年、老年人、残疾人以及调查性新闻等公共福利项目,这些项目将首当其冲面临预算削减。
“加强财政纪律”——同意理由(27.18%)
在27.18%的选民赞成该法案的情况下,他们的理由包括该法案有助于在该国建立法律和财政统一,并按照宪法的精神规范税收征管制度。
支持者认为,将税收收入返还国库,将使政府在根据国家战略分配国家预算用于医疗保健、社会福利或教育等紧急任务方面拥有更大的灵活性。
与此同时,要求提交年度预算将有助于建立一种机制,通过众议院审查纳税人资金的成本效益、透明度和效率,要求各组织在每个财政年度持续证明其财务业绩。
法案草案的细节和要点。
本次公开听证会所依据的法律草案的工作和结构细节旨在修订《泰国公共广播服务法》(佛历 2551 年,2008 年),使其符合《公共财政和财政纪律法》(佛历 2561 年,2018 年)第 26 条的规定,该条禁止提出立法以增加政府机构特定用途的税费(专项税)。
法律实质由两部分组成:
修改第 11 条(1):将国家科学技术发展署(NSTDA)的资本、资产和收入结构从以前根据第 12 条获得组织维护资金改为“从年度预算中获得的资金”。
废除第 12、13、14、15 和 16 条:取消向酒类和烟草纳税人征收 1.5% 的组织捐款(每年上限为 20 亿泰铢)的权力,取消消费税部门和海关部门在扣缴和汇缴资金方面的作用,取消税收豁免,并取消对逾期汇缴捐款的处罚。
国家科学技术发展署(NSTDA)的立场和提出的替代政策模式。
泰国公共广播服务公司(TPBS)作为直接负责公共媒体的机构,已正式表示反对该法案草案,称其完全违背了建立公共媒体的基本原则和初衷。他们还提议推迟审议,以便制定其他机制来保障公共媒体的财政独立性。
在公众投票反对后,RIA 报告汇编了政策建议和替代融资模式,以在财政纪律和媒体独立之间取得平衡。
多年期拨款框架:一次性设立 3-5 年的固定预算拨款,或通过法律规定最低预算拨款(法定最低限额),以防止政治派别每年将预算作为讨价还价的工具。
独立预算信托:任命国家审计署专家和学者计算和批准预算拨款,从而消除政客和媒体组织之间的直接讨价还价。
加强治理:强制要求在采购和项目制作中实行 100% 开放数据系统,并实施第三方审计以评估社会影响。
此外,该报告还披露了一项社会投资回报率 (SROI) 评估,结果表明泰国公共服务委员会 (Thai PBS) 的使命创造了巨大的社会价值,其价值远超纳税人的资金投入,例如:
农业化学品研究项目产生的社会回报为 81-106 倍。
这部关于城市贫民的纪录片获得了 22.12 倍的投资回报。
社区广播节目与失踪人口中心合作,产生的经济效益是投资额的 11.23 倍,这是众议院在未来决策中必须考虑的关键信息。
阅读完整报告:https://www.parliament.go.th/section77/manage/files/file_20261021102901_2_629.pdf
一名 67 岁女子驾车撞入安努区一家购物中心的玻璃幕墙,造成 6 人受伤。
美国媒体披露,马斯克下令减缓乌克兰境内星链列车的运行速度。
政府确认,CPRAM 已注册了四种“罗勒”品种,并未禁止种植,但禁止销售某些品种。