กับดักผ่อนฟรี? เมื่อคนไทยไม่รู้ตัวว่าสร้างหนี้ ธปท. เล็งคุมเข้ม Buy Now Pay Later สิ้นปี 2569 นี้“先买后付”陷阱?泰国人并未意识到自己正在背负债务。泰国央行计划在2026年底前加强对“先买后付”模式的管控。
เทคโนโลยีทำให้การกดผ่อน กดช้อปในมือถือง่ายขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นปัญหาใหม่ว่าบางคนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังกู้ขอสินเชื่ออยู่ โดยเฉพาะซื้อก่อนผ่อนทีหลังนี่คือสาเหตุที่ ธปท. อยากจะเข้ามาดูแลให้มากขึ้น

# buy now pay later คือ
# buy now pay later ในไทย
# buy now pay later ธปท
# buy now pay later ข่าว
# buy now pay later (bnpl)
# buy now pay later ดอกเบี้ย
# buy now pay later มีอะไรบ้าง
# buy now pay later สมัครยังไง
# buy now pay later true money
# buy now pay later ปัญหา
# buy now pay later apps
# buy now pay later no credit check
# buy now pay later no down payment
# วิทัย รัตนากร ประวัติ
# วิทัย รัตนากร ชื่อเล่น
# วิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
# วิทัย รัตนากร ทรัพย์สิน
# วิ ทั ย รัตนากร แบงก์ ชาติ
# วิ ทั ย รัตนากร ครอบครัว
แบกทั้งบ้านจนไม่เหลือเก็บ! แก้ยังไงดี? โอมศิริ x ราเมษฐ์ KKP | Money Issue EP.71
ธปท. เตรียมออกเกณฑ์กำกับดูแล BNPL เพื่อควบคุมหนี้ครัวเรือนและป้องกันปัญหาผู้บริโภคไม่ทราบว่าตนเองกำลังก่อหนี้สินเชื่อ
ข้อมูลปี 2567 ระบุว่าสินเชื่อ BNPL ในไทยเติบโตสูงถึง 38% ต่อปี คิดเป็นมูลค่า 17,908 ล้านบาท และมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
ธปท. คาดว่าจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในเดือนกันยายน 2569 และเริ่มออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบการในช่วงไตรมาสที่ 4 ปีเดียวกัน
แนวทางการกำกับดูแลจะเน้นเรื่องการสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้กู้ การกำหนดอายุขั้นต่ำของผู้ใช้บริการ และการประเมินความสามารถในการชำระหนี้เพื่อจำกัดวงเงิน
มาตรการใหม่จะมุ่งเน้นการคุ้มครองผู้บริโภค (Market Conduct) และการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการป้องกันหนี้เสีย
ไทยเบฟชู เศรษฐกิจพอเพียง รับโลกผันผวน ดันธุรกิจไทยเติบโตทั่วถึง
“อยากซื้อของ ถึงวันนี้เงินไม่พอก็ผ่อนได้”
ยุคที่เทคโนโลยีทำให้การกดผ่อน กดช้อปในมือถือง่ายขึ้นเรื่อยๆ เลยกลายเป็นปัญหาใหม่ว่าบางคนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังกู้ขอสินเชื่ออยู่ โดยเฉพาะรูปแบบ “ซื้อก่อนผ่อนทีหลัง” อย่าง Buy Now Pay Later (BNPL) และนี่คือสาเหตุที่ ธปท. อยากจะเข้ามาดูแลให้มากขึ้น
Buy Now Pay Later (BNPL) คืออะไร ในไทยมีมากแค่ไหน
คนไทยใช้มือถือ และใช้เวลากับโลกออนไลน์เป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย ยิ่งพูดถึงการช้อปปิ้งซื้อของออนไลน์ หลายคนเคยใช้ Buy Now Pay Later ซึ่งถือเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกันมาแล้ว ส่วนใหญ่มักจะฝังอยู่ในแอปฯ เป็นตัวเลือกในการชำระเงิน เรียกว่าแค่หยิบมือถือเรามาดูให้ดี การจ่ายเงินที่เลือกไป อาจเป็นแบบ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลังก็ได้” ซึ่งอาจมีการคิดค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยเงินกู้ด้วย
ตัวอย่างเช่น Shopee มี SPayLater, TikTok มี TikTok Pay Later, Grab มี PayLater by Grab หรือถ้าย้อนไปหลายปีก่อนธนาคารกสิกรไทย เปิดตัวสินเชื่อ K PAY LATER แต่ที่น่าสนใจคือ BNPL ไม่ได้มีรูปแบบตายตัว รายละเอียดอัตราดอกเบี้ยก็ยังขึ้นอยู่กับว่า ผู้ให้บริการอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือไม่
แม้ว่าทุกวันนี้ BNPL จะไม่มีใบอนุญาตฯ เฉพาะในการทำธุรกิจ หรือไม่ได้แบ่งเป็นประเภทสินเชื่อใหม่ แต่ข้อมูลล่าสุดที่ ธปท. รวบรวมมาพบว่า BNPL เติบโตขึ้นเร็วและต่อเนื่องในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา
มูลค่าสินเชื่อ BNPL ในปี 2567 อยู่ที่ 17,908 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% ต่อปี
จำนวนบัญชีผู้ใช้งานมีถึง 4.91 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้น 99.9% ต่อปี
ทว่าการเติบโตของสินเชื่อนี้ไม่ได้มาพร้อมแง่บวกอย่างเดียว แต่มีประเด็นที่น่ากังวลจน ธปท. ต้องหาทางเข้าไปกำกับดูแลเพื่อให้เกิดสมดุลอีกด้วย
ธปท. วางแผนไว้แค่ไหน
ล่าสุด “วิทัย รัตนากร” ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เล่าถึงความคืบหน้าเรื่องการกำกับดูแล BNPL ในการสัมมนา “Beyond ESG Thailand Transition # เปลี่ยนอนาคตประเทศ“ ของประชาชาติธุรกิจว่า ภายในเดือน ก.ย. 2569 นี้จะเปิดรับฟังความคิดเห็น (เฮียริ่ง) กับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องและคาดว่าจะออกใบอนุญาตฯ เริ่มใช้ได้ไตรมาสที่ 4 ปี 2569
BNPL ถือเป็นหนึ่งเรื่องสำคัญที่ ธปท. ต้องการจะแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่มีอยู่ 4 เรื่องหลักคือ 1. แก้หนี้ครัวเรือน 2. การเข้าถึงสินเชื่อของ SMEs และรายย่อย 3. Fairness ในการใช้บริการทางการเงิน และ 4. เงินเทา และคอร์รัปชั่น
นอกจากนี้ ธปท. จะเข้าไปดูแลในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (Non-Bank) ที่ปัจจุบันมีจำนวนกว่า 3,600 ราย 24 ประเภท คิดเป็นสัดส่วนจำนวนบัญชีถึง 75% และสัดส่วนมีปริมาณสินเชื่อ 55% เมื่อเทียบกับธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFIs) ที่มีสัดส่วนบัญชีเพียง 25% และปริมาณสินเชื่อเพียง 45%
เกณฑ์คุม BNPL น่าจะเป็นแบบไหน?
ช่วงที่ผ่านมา ธปท. มักใช้ข้อมูล สถิติ และกฎเกณฑ์ในอดีตมาวางรากฐานการกำกับดูแล ซึ่งก่อนหน้านี้บริการทางการเงินต่างๆ ถูกปรับมาตรฐานในหลายด้านทั้ง การบริหารจัดการด้านการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market conduct) ไปจนถึงการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending)
สำหรับ BNPL ทาง Thairath Money อยากชวนคุยใน 3 หัวข้อหลักที่คาดว่า ธปท. จะคุมเข้ม BNPL ในเรื่องนี้
1. คนต้องรู้ตัวว่ากำลังขอสินเชื่อ
เพราะตอนนี้คนสามารถกดผ่อนสินค้าได้ง่าย แต่กลับไม่รู้ว่าเป็น “หนี้” ไปแล้ว บางสถาบันการเงินยังมีการนำส่งข้อมูลเข้าสู่ NCB หรือ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ดังนั้นถ้าผู้กู้ไม่รู้ตัวว่าเป็นหนี้ และประมาทจากการจ่ายชำระหนี้ช้า ก็อาจกระทบต่อข้อมูลเครดิตของตัวเองได้ในอนาคต
นอกจากนี้ เมื่อเป็นสินเชื่อ เป็นการก่อหนี้ “ผู้กู้” ต้องตระหนักรู้ ยินยอม (ก่อนเข้าใช้) และเข้าใจเรื่องอัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาผ่อน รวมถึงสิทธิเกี่ยวกับสินเชื่อที่สมัครไป ที่สำคัญคือ ต้องรู้ว่า หนี้ที่ผ่อนอยู่ทั้งหมด ทั้ง BNPL ทั้งสินเชื่ออื่นๆ อยู่ที่เท่าไรกันแน่ และ “เตือน” เพื่อกระตุ้นให้คนสามารถชำระเงินได้ตามเวลา เป็นต้น
ปัจจุบันคนใช้ BNPL เป็นกลุ่มคนอายุน้อยมากขึ้น ธปท. อาจกังวลว่าจะสร้างปัญหา หนี้เร็วตั้งแต่อายุยังน้อย ดังนั้นอาจมีการกำหนดอายุขั้นต่ำที่ใช้ BNPL ได้ แต่อาจต้องสอดคล้องกับวัยที่เริ่มมีรายได้ และมีความสามารถในการชำระหนี้ (ทุกวันนี้คนจะมีสินเชื่อได้มักเริ่มที่ 20 ปีบริบูรณ์)
3. วงเงินจำกัด / มีเงื่อนไขการใช้สินเชื่อกับสินค้าบางประเภท
ก่อนจะให้สินเชื่อ อาจต้องประเมินความสามารถในการชำระหนี้ (Affordability) เพื่อกำหนดเพดานวงเงินให้เหมาะสม หรืออาจตั้งเงื่อนไขที่ชัดเจนสำหรับการซื้อสินค้าในแต่ละประเภท
สุดท้ายนี้ ทั้งผู้ใช้งานอย่างเรา และผู้ให้บริการคงต้องติดตามว่าแบงก์ชาติจะกำหนดรายละเอียดอย่างไร แต่ที่แน่ๆ BNPL ที่มีการใช้งานได้แพร่หลาย อาจเพราะเป็นช่องทางใหม่ๆ ที่คนสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ซึ่งแพลตฟอร์มต่างๆ ยังมีการใช้ Alternative Data หรือข้อมูลทางเลือกที่ไม่ใช่ข้อมูลทางการเงินมาให้สินเชื่อคนได้จริง จึงอยู่ที่ว่าแบงก์ชาติจะออกเกณฑ์ที่สร้างสมดุลให้ BNPL ได้มากแค่ไหน
ติดตามข้อมูลด้านเศรษฐกิจและนโยบายรัฐบาล กับ ThairathMoney ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics
ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney
# 先买后付的含义
# 在泰国先买后付
# 先买后付(泰国银行)
# 先买后付(新闻)
# 先买后付 (BNPL)
# 先买后付 - 利息
有哪些“先买后付”的选项?
如何注册“先买后付”服务?
# 先买后付,真金白银
# 先买后付问题
# 先买后付应用
#先买后付,无需信用检查
# 先买后付,无需首付
# 维泰·拉达那贡的传记
# 维泰·拉塔纳贡,昵称
泰国银行行长维泰·拉达那贡
# Witai Rattanagorn,房产
# 泰国银行 Witai Rattanakorn
# Witthayan Rattanakorn 家族
债台高筑,无力储蓄!如何摆脱困境?Omsiri x Rames KKP | 理财问题 第71集
泰国银行正准备出台针对“先买后付”(BNPL)的商业贷款的监管规定,以控制家庭债务,防止消费者对自身债务状况毫不知情的问题。
2024 年的数据显示,泰国的 BNPL(不良贷款)账户每年增长高达 38%,总额达到 179.08 亿泰铢,用户数量几乎翻了一番。
泰国银行预计将于 2026 年 9 月前征求相关机构的意见,并于同年第四季度开始向运营商发放许可证。
监管指南将着重提高借款人的意识,设定借款人的最低年龄,并评估还款能力以限制贷款金额。
新措施将侧重于消费者保护(市场行为)和负责任的贷款,力求在获得资金和防止坏账之间取得平衡。
ThaiBev 秉持“自给自足经济”理念,以应对动荡的世界,并推动其泰国业务的包容性增长。
“想买东西吗?即使你今天钱不够,也可以分期付款。”
在科技使网上购物和分期付款日益便捷的时代,一个新的问题出现了:一些人并未意识到自己正在借贷,尤其是在“先买后付”(BNPL)模式下。正因如此,泰国银行希望加强监管。
什么是“先买后付”(BNPL)?它在泰国有多普遍?
泰国人是亚洲手机用户最多的国家之一,上网时间也最长。尤其是在网购方面,许多人都使用过“先买后付”这种无抵押个人贷款方式。这种支付方式通常集成在各种应用程序中。只需仔细查看您的手机,您就会发现您选择的支付方式可能是“先买后付”,其中可能包含手续费或利息。
例如,Shopee有SPayLater,TikTok有TikTok Pay Later,Grab有PayLater by Grab,而几年前,开泰银行(Kasikornbank)推出了K PAY LATER贷款。值得注意的是,先买后付(BNPL,即担保贷款)并没有固定的模式;利率细节取决于服务提供商是否受泰国银行(BOT)监管。
尽管 BNPL 目前没有专门的营业执照,也没有被归类为新型贷款,但泰国银行汇编的最新数据显示,BNPL 在过去四年中发展迅速且持续。
2024 年 BNPL 贷款额为 179.08 亿泰铢,同比增长 38%。
用户账户数量达到 491 万,同比增长 99.9%。
然而,信贷增长并非没有弊端。这也引发了一些担忧,泰国央行必须通过监管措施来解决这些问题,以恢复信贷平衡。
泰国银行有什么计划?
近日,泰国央行行长维泰·拉达那贡在由Prachachat Business主办的“超越ESG泰国转型#改变国家未来”研讨会上,就先买后付贷款(BNPL)的监管进展进行了介绍。他表示,将于2026年9月前举行听证会,收集相关机构的反馈意见,并预计在2026年第四季度发放许可证并开始实施。
泰国银行认为,先买后付(BNPL)是解决四个主要结构性问题的关键所在:1. 解决家庭债务问题;2. 为中小企业和个人提供信贷;3. 确保金融服务的公平使用;以及 4. 打击灰色资金和腐败。
此外,泰国银行将监管非银行金融机构,目前这些机构超过3600家,涵盖24个类别。这些机构的账户数量占总账户数的75%,贷款总额占总贷款额的55%;相比之下,商业银行和专业金融机构(SFI)的账户数量仅占总账户数的25%,贷款总额仅占总贷款额的45%。
控制“先买后付”(BNPL)的标准应该是什么?
过去,泰国银行(BOT)经常利用历史数据、统计资料和相关法规来奠定其监管基础。在此之前,泰国银行已在多个领域调整了各项金融服务的标准,涵盖公平的客户服务管理(市场行为)以及负责任且公平的贷款(负责任贷款)等。
关于“先买后付”(BNPL)贷款,《泰叻报》希望探讨与泰国银行预期收紧“先买后付”监管相关的三个主要话题。
1. 人们需要意识到他们正在申请贷款。
如今,人们很容易分期付款购买商品,却往往意识不到自己已经负债,因此一些金融机构甚至会将此类信息上报给国家信用局(NCB)。所以,如果借款人对自己的债务毫不知情,并且疏忽大意地拖欠还款,这可能会对他们未来的信用评级产生负面影响。
此外,对于涉及债务的贷款,“借款人”必须在使用贷款前了解并同意该贷款,并理解所申请贷款的利率、还款期限以及相关权利。重要的是,他们必须了解其现有债务总额,包括先买后付贷款和其他贷款。同时,也需要“提醒”来鼓励人们按时还款等。
目前,越来越多的年轻人使用先买后付(BNPL)服务。泰国银行可能担心这会导致年轻人过早出现债务问题。因此,使用先买后付服务可能会设定最低年龄限制,但该年龄限制应与人们开始获得收入并具备偿还债务能力的年龄相符(目前,人们通常在20岁左右开始贷款)。
3. 信用额度有限/某些类型的产品适用条款和条件。
在发放贷款之前,可能需要评估借款人的偿还能力(负担能力),以确定适当的贷款限额,或为每种产品的购买设定明确的条件。
最终,无论是像我们这样的用户还是服务提供商,都只能等待泰国银行公布具体细节。然而,BNPL(预付本息贷款)的广泛应用或许是因为它们是新的信贷渠道,让人们更容易获得信贷。一些平台也在使用替代数据——非财务数据——来提供贷款。因此,关键问题在于泰国银行将如何制定一套平衡的BNPL监管方案。
请访问 ThairathMoney 网站 https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics,随时了解经济信息和政府政策。
请点击以下链接关注Thairath Money的Facebook主页:https://www.facebook.com/ThairathMoney