พยาบาลยื่น 6.5 หมื่นชื่อ ค้าน "อสพ." ห่วงผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางเสี่ยงอันตราย护士们提交了 65,000 个签名,反对“兽医助理”计划,表达了对弱势患者面临风险的担忧。
สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมเครือข่ายพยาบาลและประชาชน ยื่น 65,000 รายชื่อต่อรัฐสภา คัดค้านนโยบายอาสาพยาบาลชุมชนที่ผ่านการอบรม 240 ชั่วโมง ห่วงได้รับมอบหมายให้ดูแลผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางเกินขอบเขตความสามารถ

วันนี้ (28 ต.ค.2569) สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ พร้อมเครือข่ายพยาบาลจากหลายสถาบัน โรงพยาบาล และประชาชน ยื่นรายชื่อ 65,000 รายชื่อ ต่อรัฐสภา เพื่อร้องเรียนและคัดค้านนโยบายอาสาพยาบาลชุมชน โดยมี ศ.ศิริอร สินธุ นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ เป็นผู้ชี้แจงข้อกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของประชาชนและผลกระทบต่อมาตรฐานระบบบริการสุขภาพ
ศ.ศิริอร ระบุว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของวิชาชีพพยาบาลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้รัฐคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ เนื่องจากกลุ่มผู้ป่วยที่อาจได้รับการดูแลภายใต้นโยบายดังกล่าว เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนและอาการกำเริบของโรค จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากผู้ที่มีความรู้และทักษะเหมาะสม
เราไม่ได้คัดค้านผู้ที่จะเข้ามาทำงานสนับสนุนในชุมชน แต่คิดว่าจะต้องดูรูปแบบการทำหน้าที่ให้ชัดเจน เราเรียกร้องเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ห่วงผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง หากประเมินอาการผิดพลาดอาจส่งต่อไม่ทัน
สมาคมฯ แสดงความกังวลต่อการนำผู้ผ่านการอบรม 240 ชั่วโมง ไปดูแลผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด เด็ก ผู้ป่วยหลังออกจากโรงพยาบาล ตลอดจนผู้ป่วยจิตเวชและผู้มีปัญหาการใช้สารเสพติด ซึ่งเป็นกลุ่มที่อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนและจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
ศ.ศิริอร ระบุว่า การดูแลผู้ป่วยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน แต่ยังเกี่ยวข้องกับการประเมินอาการ การแยกแยะสัญญาณอันตราย และการตัดสินใจว่าผู้ป่วยควรได้รับการรักษาหรือส่งต่อเมื่อใด หากผู้ดูแลไม่สามารถประเมินอาการผิดปกติได้อย่างเหมาะสม อาจทำให้ผู้ป่วยเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพล่าช้าและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย
นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ยกตัวอย่างว่า แม้จะดูแลประชาชนจำนวนมากได้สำเร็จ แต่หากเกิดอันตรายขึ้นกับผู้ป่วยเพียงคนเดียว ก็เป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อเป็นการดูแลสุขภาพของประชาชนที่มีความเปราะบาง
สมาคมฯ จึงยืนยันว่า การพยาบาล เป็นวิชาชีพที่ต้องมีความรู้และทักษะตามมาตรฐาน ผ่านการศึกษาตามหลักสูตรและได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ไม่ใช่เพียงผ่านการอบรมระยะสั้นแล้วจะสามารถปฏิบัติงานพยาบาลได้โดยอัตโนมัติ
พยาบาลยื่น 6.5 หมื่นชื่อ ค้าน "อสพ." ห่วงผู้ป่วยกลุ่มเปราะบางเสี่ยงอันตราย
ชี้เปลี่ยนชื่อโครงการไม่ใช่คำตอบ ต้องดูหน้าที่ที่ปฏิบัติจริง
สำหรับข้อเสนอที่อาจเปลี่ยนชื่อจาก “อาสาพยาบาลชุมชน” เป็นชื่ออื่น ศ.ศิริอร มองว่า การเปลี่ยนชื่อเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะสิ่งสำคัญกว่าคือต้องพิจารณาว่าบุคลากรกลุ่มนี้จะได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่อะไร และหน้าที่ดังกล่าวอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตหรือไม่
นายกสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ อธิบายว่า ปัจจุบันระบบสุขภาพชุมชนมีทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. และผู้ดูแลผู้มีภาวะพึ่งพิง หรือ Caregiver ซึ่งทำหน้าที่สนับสนุนการดูแลประชาชนมาอยู่แล้ว
อสม. มีบทบาทในการสื่อสารข้อมูลสุขภาพ เฝ้าระวังปัญหาในชุมชน และแจ้งบุคลากรสาธารณสุขเมื่อพบประชาชนมีอาการผิดปกติ ขณะที่ Caregiver ช่วยดูแลกิจวัตรประจำวันของผู้สูงอายุและผู้มีภาวะพึ่งพิง เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด รวมถึงช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัว ทั้งสองบทบาทจึงเป็นกำลังสนับสนุนที่ช่วยให้ระบบสุขภาพชุมชนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่จำเป็นต้องทำหน้าที่แทนผู้ประกอบวิชาชีพ
ศ.ศิริอร ย้ำว่า แม้แต่พยาบาลวิชาชีพเองก็มีขอบเขตความสามารถในการปฏิบัติงาน หากพบกรณีที่เกินขอบเขตหรือจำเป็นต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ ก็ต้องส่งต่อผู้ป่วยให้เข้าถึงบริการที่เหมาะสม ไม่ใช่พยายามทำทุกอย่างด้วยตนเอง
นอกจากนี้ หากกำหนดให้พยาบาลวิชาชีพทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงหรือกำกับดูแลอาสาสมัครที่ปฏิบัติงานเกินขอบเขต ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้กำกับดูแลด้วย หากเกิดความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน จึงจำเป็นต้องกำหนดหน้าที่ ความรับผิดชอบ และระบบกำกับดูแลให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
ย้ำรัฐต้องแก้ปัญหาขาดแคลนพยาบาล ไม่ใช่ทดแทนด้วยการอบรมระยะสั้น
สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ เรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการ 3 เรื่องสำคัญ ได้แก่ ทบทวนนโยบายก่อนขยายการดำเนินงาน พร้อมประเมินความเสี่ยงต่อผู้ป่วย และเปิดเผยหลักเกณฑ์การกำกับดูแลอย่างโปร่งใส, กำหนดขอบเขตหน้าที่ตามกฎหมายและสมรรถนะให้ชัดเจน แยกงานสนับสนุนออกจากงานที่ต้องใช้ผู้ประกอบวิชาชีพที่มีใบอนุญาต โดยเชิญสภาการพยาบาลและองค์กรวิชาชีพที่เกี่ยวข้องร่วมกำหนดมาตรฐาน, ตรวจสอบมาตรฐานหลักสูตรและความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งผู้จัดอบรม ผู้ฝึกสอน ผู้มอบหมายงาน และผู้กำกับดูแล เพื่อป้องกันการปฏิบัติงานที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมาย
สมาคมฯ ยังเสนอให้รัฐบาลแก้ปัญหาขาดแคลนพยาบาลด้วยการพัฒนาและรักษากำลังคน รวมถึงจัดสรรงบประมาณและอัตรากำลังอย่างเหมาะสม โดยระบุว่า มีพยาบาลวิชาชีพรอการบรรจุอีกกว่า 7,000 คน ซึ่งควรมีการตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปใช้ประกอบการกำหนดนโยบาย
นอกจากนี้ สมาคมฯ เห็นว่า การแก้ปัญหากำลังคนควรพิจารณาทั้งการเพิ่มอัตรากำลัง การรักษาบุคลากรให้อยู่ในระบบ และการจัดสรรทรัพยากรให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกัน อาสาสมัครยังสามารถมีบทบาทสนับสนุนงานสุขภาพได้ หากมีการกำหนดหน้าที่อย่างเหมาะสมและไม่ทดแทนงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง
เมื่อถามถึงกรณีที่อาสาพยาบาลชุมชนอาจเตรียมลงพื้นที่ปฏิบัติงานในเดือน พ.ย. ศ.ศิริอร ย้ำว่า ประเด็นสำคัญคือการดำเนินนโยบายต้องสอดคล้องกับกฎหมายและคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า รัฐควรพิจารณาความสอดคล้องระหว่างนโยบายที่กำลังดำเนินการกับกฎหมายวิชาชีพที่รัฐสภาเป็นผู้ตราขึ้น
ทั้งนี้ ยังไม่ได้ตัดสินใจดำเนินการฟ้องร้องต่อศาลปกครอง โดยเห็นว่าควรเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายทำความเข้าใจและพูดคุยกันก่อน เนื่องจากรัฐและผู้แทนประชาชนต่างมีเป้าหมายในการทำงานเพื่อประชาชน จึงควรรับฟังเหตุผลของกันและกัน และหาทางออกภายใต้กรอบกฎหมาย
เรายังไม่คิดไกลไปถึงขนาดนั้น สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจกัน หากเกิดความไม่เข้าใจบางประการ ก็ควรนั่งพูดคุยกัน เรามาด้วยขอบเขตของกฎหมายที่จะเป็นความปลอดภัยของประชาชน
สมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ ย้ำว่า ไม่ได้ปฏิเสธการมีส่วนร่วมของอาสาสมัครในการดูแลสุขภาพชุมชน แต่ต้องการให้รัฐบาลกำหนดรูปแบบการทำงานที่เหมาะสม แยกบทบาทสนับสนุนออกจากการประกอบวิชาชีพ และจัดให้มีระบบกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการสุขภาพที่มีคุณภาพและปลอดภัย พร้อมย้ำว่า “ชีวิตและสุขภาพของประชาชนไม่ใช่พื้นที่ทดลองนโยบาย ความปลอดภัยต้องเป็นเงื่อนไขแรกของทุกนโยบายสุขภาพ”
จับตาวันนี้ ตำรวจไซเบอร์ ยื่นศาลขอหมายจับแอดมินเพจ Godd Dam
คพ.ลุยตรวจแหล่งน้ำ จ.ปราจีนฯ พบชาวบ้านมีอาการทางผิวหนัง
อธิบดี ปภ.เผยหารือ “ชัชชาติ” หางบเยียวยาน้ำท่วม กทม.เพิ่ม 200 ล้าน
ผู้ป่วยกลุ่มเปราะบาง
今天(2026年10月28日),泰国护士协会联合来自各机构、医院和公众的护士网络,向国会提交了一份包含65000个签名的请愿书,抗议并反对社区护理志愿者政策。泰国护士协会主席西里翁·辛杜教授阐述了他们对公共安全和医疗标准影响的担忧。
西里翁教授指出,这项运动的目的不仅在于维护护理行业的利益,也在于敦促政府将公共安全放在首位。她解释说,根据这项政策可能接受治疗的患者面临较高的并发症和病情恶化风险,因此需要具备相应知识和技能的专业人员进行护理。
我们并不反对人们来社区服务部门工作,但我们认为需要明确界定他们的角色性质。我们倡导的是公共安全。
我们担心弱势患者;如果他们的病情被误诊,可能无法及时转院。
该协会对指派那些已完成 240 小时培训的人员去照顾卧床病人、老年人、糖尿病和高血压患者、孕妇和产后妇女、儿童、出院后病人以及精神病患者和药物滥用者表示担忧——这些群体可能会出现并发症,需要适当的护理。
西里翁教授指出,患者护理不仅限于协助日常生活,还包括评估症状、识别预警信号,以及决定患者何时应接受治疗或转诊。如果护理人员无法正确评估异常情况,可能会导致患者延误进入医疗保健系统,并增加受伤风险。
泰国护士协会主席举例说,即使他们成功地照顾了大量病人,也不应忽视哪怕一个病人受到伤害的风险,尤其是在照顾弱势群体健康方面。
因此,该协会重申,护理是一项需要具备符合标准的知识和技能的专业,这些知识和技能需要通过规定的课程学习并获得专业执照才能获得。这并非仅仅完成一个短期培训课程就能自动从事护理工作。
护士们提交了 65,000 个签名,反对“兽医助理”计划,表达了对弱势患者面临风险的担忧。
他们指出,更改项目名称并不是解决办法;需要考虑实际的功能。
关于将“社区护理志愿者”的名称更改为其他名称的提议,西里翁教授认为更名仅仅是一个起点。更重要的是,必须考虑这些人员将被分配哪些职责,以及这些职责是否在法律允许的范围内。
泰国护士协会主席解释说,社区卫生系统目前包括乡村卫生志愿者(VHV)和护理人员,他们已经为公众提供护理支持。
社区卫生志愿者在传播健康信息、监测社区问题以及发现公众出现异常症状时通知公共卫生人员方面发挥着重要作用。同时,护理人员协助老年人和需要照护的人士处理日常事务,使他们尽可能过上正常的生活,并减轻家庭的负担。这两个角色对于维持社区卫生系统的有效运转至关重要,但并非要取代医疗专业人员。
西里翁教授强调,即使是专业护士,能力也是有限的。如果遇到超出自身职责范围或需要医疗救治的情况,她们必须将患者转诊至相应的医疗机构,而不是试图包办一切。
此外,指派专业护士指导或监督超出其工作范围的志愿者,可能会增加监督者在履行职责时出现失误的风险。因此,必须从一开始就明确界定职责、责任和监督体系。
政府必须解决护士短缺问题,而不是通过短期培训来弥补。
泰国护士协会敦促政府就以下三个关键问题采取行动:首先,在扩大运营规模前审查政策,评估患者风险,并以透明的方式公开监管指南。其次,明确界定法律责任和权限,将辅助职能与需要持证专业人员的职能区分开来,并邀请护理委员会和相关专业组织参与制定标准。第三,审查培训课程的标准以及所有相关方的责任,包括培训师、讲师、任务分配者和主管,以防止出现不合格和非法行为。
该协会还建议政府通过培养和留住技能娴熟的护理人员,以及拨出适当的预算和配备足够的人员来解决护士短缺问题。他们指出,目前有超过7000名注册护士正在等待正式工作,并表示在将这些数据用于政策决策之前,应先向相关机构核实。
此外,该协会认为,解决劳动力问题应考虑增加劳动力、留住系统内人员以及合理分配资源以满足各地区人口的需求。同时,如果志愿者的职责得到适当界定,且不取代需要专业技能的工作,他们仍然可以在卫生工作中发挥辅助作用。
当被问及社区护理志愿者是否有可能在11月开始实地工作时,西里翁教授强调,关键在于政策实施必须符合法律规定,并考虑到公共安全。她还指出,政府应考虑其现行政策与议会颁布的专业标准法律是否一致。
然而,目前尚未决定是否向行政法院提起诉讼。各方认为,应先给予各方机会了解和讨论此事,因为政府和人民代表都以服务人民为目标,因此应该倾听彼此的理由,并在法律框架内寻求解决方案。
我们还没有考虑那么远。重要的是相互理解。如果存在任何误解,我们应该坐下来好好谈谈。我们依法行事,以确保公共安全。
泰国护士协会强调,他们并不反对志愿者参与社区医疗保健,但希望政府制定合适的工作模式,将辅助角色与专业实践区分开来,并建立清晰的监管体系,以确保公众获得高质量、安全的医疗保健服务。他们强调,“人民的生命健康不应成为政策的试验场。安全必须是所有卫生政策的首要条件。”
今天请注意:网络警察将向法院申请逮捕令,逮捕 Godd Dam Facebook 页面的管理员。
污染控制部门(PCD)对巴真府的水源进行了检查,发现村民出现皮肤症状。
防灾减灾厅厅长透露,他曾与查查特先生讨论过为曼谷洪灾救灾筹集额外 2 亿泰铢的可能性。
弱势患者群体