“สิริพงศ์” ชี้แจงแทนรัฐบาล มอง “สนธิ” ประกาศลงถนน เป็นสิทธิ แต่ห่วงประชาชนได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วนSiripong 代表政府澄清说,他认为 Sonthi 宣布走上街头是她的权利,但他担心公众可能无法获得完整的信息。
“สิริพงศ์” ร่ายยาวแจงแทนรัฐบาล หลัง “สนธิ” ประกาศลงถนน ย้ำ “คดี เขากระโดง - ฮั้ว สว.” อยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย มองเป็นสิทธิสามารถชุมนุมได้ แต่กังวลประชาชนได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน

“สิริพงศ์” ร่ายยาวแจงแทนรัฐบาล หลัง “สนธิ” ประกาศลงถนน ย้ำ “คดี เขากระโดง - ฮั้ว สว.” อยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย มองเป็นสิทธิสามารถชุมนุมได้ แต่กังวลประชาชนได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 7 ก.ย.2569 ที่อาคารรัฐสภา นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แถลงการณ์เคลื่อนไหวทางการเมือง เนื่องจากไม่พอใจการบริหารราชการแผ่นดิน ภายใต้แนวคิด ”เอาประเทศไทยของเราคืนมา“ ว่า การชุมนุม การมีความเห็นแตกต่าง เป็นเรื่องปกติและเป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ แต่สิ่งที่ตนในฐานะเป็นรัฐมนตรีใน ครม.นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ต้องขอทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนให้ได้เข้าใจในภาพรวม ว่าปัจจุบันรัฐบาลได้ดำเนินการเรื่องใดบ้าง
เรื่องแรก คือ เรื่องทุนเทา ตนคิดว่าคนไทยทุกคนทราบดีว่าการมีทุนเทา ไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลของนายอนุทิน แต่เกิดขึ้นในระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่สิ่งที่ประชาชนได้เห็นในวันนี้ คือ รัฐบาลโดยนายอนุทินมีการดำเนินการในการปราบปรามทุนเทา ซึ่งวันนี้เราได้มีการเนรเทศชาวต่างชาติที่อยู่ในไทยไปแล้ว 2 ราย ซึ่งการเนรเทศเป็นเรื่องปัจเจกบุคคลเป็นเรื่องส่วนตัว จะไปเหมารวมเป็นภาพประเทศไม่ได้ บางคนจะบอกให้เนรเทศทั้งหมดไม่ได้ เพราะในทุกประเทศ ล้วนแต่มีคนไทยไปทำงาน ดังนั้นเรื่องการดำเนินการ จึงเป็นเรื่องปัจเจกบุคคล แต่เป็นสิ่งที่ทำให้เห็นว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจัง
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ประเด็นต่อมาที่เป็นประเด็นคลาสสิกในทุกครั้ง จนบางคนบอกว่ารัฐบาลกำลังมีผลงาน จะมีสองเรื่องที่ถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นประจำ คือ เรื่องเขากระโดง และเรื่องฮั้ว สว. ซึ่งต้องเรียนให้ทราบว่าเรื่องเขากระโดง ตอนนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ดำเนินการฟ้องศาลเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งสิ้น 24 คดี เป็นพื้นที่ 108 แปลง ซึ่งเป็นแปลงใหญ่ทั้งสิ้น ส่วนแปลงที่ยังไม่ฟ้อง คือประเภท นส.3 เป็นที่แปลงเล็กยิบย่อย โดยใน 108 แปลงเป็นเนื้อที่ประมาณ 800 ไร่ ซึ่งศาลจะนัดครั้งต่อไปในวันที่ 22 กันยายนนี้ ถ้าต้องการจะติดตามก็สามารถติดตามได้ ถือเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่ได้มีการประวิงเวลาหรือเอื้อในกรณีรัฐบาลมีหน้าที่กำกับดูแล เราก็ทำมาอย่างเต็มที่
ส่วนประเด็นเรื่องฮั้ว สว. นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การวินิจฉัยต่างๆ เป็นอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ หน้าที่ของเราเมื่อถูกกล่าวหาก็มีหน้าที่ชี้แจงเพิ่มเติมในกรณีที่ กกต.ขอข้อมูล แต่ในหลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นคณะอนุกรรมการฯ ชุดที่ 26 หรือ ชุดที่ 36 ที่ผ่านมาเป็นการรวบรวมเอกสารหลักฐานโดย กกต.เองทั้งสิ้น เรายังไม่ได้มีโอกาสที่บางคนหรือตนเองที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาถูกเรียกเข้าไปให้ถ้อยคำอะไรเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ฉะนั้น ในการดำเนินการ ตนคิดว่าเป็นเรื่องของ กกต. แต่สิ่งหนึ่งที่ตนอยากฝากวิงวอนว่า เมื่อเราหวังให้เขาทำงานอย่างอิสระก็อย่าไปกดดันในการทำงาน ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าผลจะตัดสินอย่างไรในทุกๆ คดี เราพร้อมที่จะยอมรับหมด เป็นสิ่งที่เรายืนยันได้ จึงขอให้ติดตามดู ซึ่งหลายๆ เรื่องที่รัฐบาลพยายามขับเคลื่อน ทั้งเรื่องการสอบท้องถิ่น โดยไม่ได้เกิดขึ้นในรัฐบาลนายอนุทิน และนายอนุทินสั่งสอบ แต่การสอบท้องถิ่น คนไทยทราบดีว่าเกิดเหตุการณ์มาระยะเวลานานแล้วในทางข้อมูลที่เขาได้มามีการดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 แล้ว สิ่งที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ตอนนี้คือให้อำนาจหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเต็มที่ในการไปตามจับ ซึ่งท่านจะเห็นว่ามีตัวเล่นและตัวแปรใหม่ๆ ที่เพิ่มเข้ามา และมีพยานหลักฐานเพิ่มขึ้นทุกวัน
นายสิริพงศ์ ยืนยันว่า ไม่มีการตัดตอน ซึ่งวันนี้รัฐบาลหลังจากที่มีการเลือกตั้งเสร็จ เราเพิ่งดำเนินการเป็นเวลา 5 เดือน หลายอย่างที่เราพยายามเร่งทำผลงานให้กับพี่น้องประชาชนเห็นเป็นที่ประจักษ์ เช่น ในวันที่ 14 กันยายนนี้ ให้ลองดูในบิลค่าไฟว่า บิลค่าไฟที่จะออกมาถูกลงหรือไม่ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล 200 หน่วยแรก ค่าไฟ 3 บาท และหลังจากนั้นจะลดลงอีก 10 สตางค์ ถือเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าไฟฟ้า จึงขอยืนยันว่า ในการกล่าวหาหรือการกล่าวให้ร้ายรัฐบาลต่างๆ เป็นสิ่งที่คนเห็นต่างสามารถดำเนินการได้ แต่ขอยืนยันจากผลดำเนินการของรัฐบาลที่ผ่านมา
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีความกังวลเกี่ยวกับการลงถนนของนายสนธิหรือไม่ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า การที่จะมีการชุมนุมต่างๆ เป็นสิทธิ หากถามว่ามีความกังวลหรือไม่ ก็มีความกังวลเพียงอย่างเดียวคือ กังวลที่พี่น้องประชาชนจะได้รับข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ที่ตนใช้โอกาสนี้ ทำความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชนได้ทราบข้อมูลในอีกมุมหนึ่ง
在“颂提”宣布将走上街头抗议后,“西里蓬”代表政府作出了冗长的解释,强调“考卡东案”和“参议院勾结案”仍在法律程序中。他认为集会是公民的权利,但也表达了对公众可能无法获得完整信息的担忧。
2026年9月7日下午3点30分,在国会大厦,交通部副部长西里蓬·昂卡萨库基亚特先生就人民民主联盟前领导人颂迪·林通库尔先生因不满政府执政而发起“夺回我们的泰国”运动一事接受采访。他表示,示威游行和不同意见是正常且正当的,但他作为阿努廷·查恩维拉库尔总理内阁的部长,有责任向公众阐明政府当前政策的全貌。
第一个问题是非法资本。我相信所有泰国人都知道,非法资本并非在阿努廷先生执政期间才出现,而是由来已久。然而,公众今天看到的是,在阿努廷先生的领导下,政府正在采取行动打击非法资本。迄今为止,我们已经驱逐了两名居住在泰国的外国人。驱逐出境是针对个人行为的,不能一概而论。有些人可能会说应该驱逐所有人,但这并不正确,因为泰国人在许多国家工作。因此,采取的行动是针对个别情况的。但这表明政府对这个问题非常重视。
西里蓬先生继续说道:“下一个问题,也是一个老生常谈的问题——以至于有人说政府终于有所作为了——是两个经常被提及的事项:考卡东案和参议员之间的勾结。我必须告知各位,关于考卡东案,泰国国家铁路局(SRT)已就涉及108块大型地块的24起案件提起诉讼。其余地块面积较小,地契类型为NS.3。这108块地总面积约为800莱。下次庭审定于9月22日举行。有意了解情况者可以前往旁听。这表明,政府在负有监督责任的事项上,没有拖延或偏袒任何人;我们已经尽了最大努力。”
关于参议院选举中的串谋问题,西里蓬先生表示,所有决定均在选举委员会(EC)的职权范围内,该委员会是一个独立的机构。我们被指控时,有责任在选举委员会要求提供信息时做出进一步澄清。然而,在许多情况下,包括第26号和第36号小组委员会的案件,选举委员会本身已经收集了所有证据。我们这些被指控的人,包括我自己,至今还没有机会被传唤作证。
因此,就程序而言,我认为这是选举委员会的职责。但是,我想恳请大家,如果我们希望他们独立行事,就不要给他们施加压力。至于泰自豪党,无论案件结果如何,我们都准备接受。这一点我们可以肯定。所以请大家密切关注事态发展。政府试图推进的许多问题,例如地方政府考试,并非起源于阿努廷先生执政时期,也不是阿努廷先生下令的。泰国人民都知道,这些地方政府考试已经持续了很长时间;根据掌握的信息,调查从2019年就开始了。政府现在所做的,是赋予相关机构充分的权力来追捕嫌疑人。你们将会看到,新的参与者和变数不断涌现,每天都有新的证据被收集起来。
西里蓬先生重申,不存在任何掩盖事实的情况。他指出,本届政府是在选举后成立的,至今执政仅五个月。在此之前,政府已取得诸多成就,为民众带来了切实可见的成果。例如,他敦促民众在9月14日查看电费账单,看看是否有所降低。这是因为政府推出了一项新政策:前200度电每度收费3泰铢,之后每度电每度电再减10萨当。他强调,尽管持有不同意见者可以自由地对政府进行指责或诽谤,但他重申,政府的政绩有目共睹。
当记者问及他是否对颂提先生的街头抗议活动感到担忧时,西里蓬先生表示,举行各种集会是公民的权利。如果被问及他的担忧,他表示他唯一的顾虑是公众可能无法获得完整的信息。因此,他有责任利用这个机会向公众提供另一种视角。