กมธ.การเมืองถกแก้ กม.ไทยพีบีเอส "อนุสรณ์" จี้ รบ.ตอบทำไมโฟกัสแค่ 4 กองทุน政治委员会讨论了对泰国公共服务法案的修正案;阿努颂敦促政府解释为什么只关注 4 个基金。
กมธ.พัฒนาการเมือง ถกเครียดร่างแก้ไข กม.ไทยพีบีเอสและ 4 กองทุน "ศุภชัย" ไม่เข้าแจง ด้าน "ปชน." รุมยิงคำถามปมริดรอนเสรีภาพสื่อสาธารณะและการเลือกปฏิบัติเฉพาะบางหน่วยงาน ฟากสภาฯ แจงยิบปมระบบฟังความเห็นผิดปกติ ยืนยันตัดยอดเที่ยงคืน 14 ต.ค. ตามขั้นตอน

วันนี้ (29 ต.ค.2569) คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธาน พิจารณาร่าง พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ พ.ร.บ.ไทยพีบีเอส เพื่อพัฒนากลไกการดำเนินงานของสื่อสาธารณะ
โดยเชิญผู้แทนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ผู้แทน กสทช. เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน คณะผู้ร่างกฎหมาย ส.ส.ท. และผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เข้าชี้แจง
อย่างไรก็ตาม นายศุภชัย ใจสมุทร สส.พรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้เสนอแก้ไขร่างกฎหมาย ไม่ได้เข้าร่วมประชุม
สภาฯ เปิดความเห็น 2 ฝ่าย ปมเปลี่ยนแหล่งเงินองค์กร
ผู้แทนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรชี้แจงหลักการและเหตุผลของการเสนอร่างกฎหมาย รวมถึงกระบวนการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งดำเนินการผ่านเว็บไซต์และการส่งหนังสือสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง ไทยพีบีเอส กรมสรรพากร และสมาคมนักข่าวต่าง ๆ
ความเห็นที่ได้รับแบ่งออกเป็น 2 แนวทาง
ฝ่ายสนับสนุนเห็นว่าการปรับแหล่งเงินเข้าสู่ระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปีจะช่วยสร้างความเป็นเอกภาพทางกฎหมายและเสริมวินัยการเงินการคลังของประเทศ รัฐบาลสามารถบริหารจัดสรรงบประมาณตามความจำเป็นได้ยืดหยุ่นขึ้น ขณะเดียวกัน สภาผู้แทนราษฎรจะมีโอกาสตรวจสอบความคุ้มค่าและความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงินขององค์กรเหล่านี้เป็นประจำทุกปี
ส่วนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกังวลว่า การเปลี่ยนแหล่งเงินอาจกระทบหลักประกันความเป็นอิสระขององค์กร เปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองหรือผู้มีอำนาจใช้กลไกจัดสรรงบประมาณกดดันหรือแทรกแซงการทำงาน รวมถึงส่งผลต่อการนำเสนอข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ และการรายงานประเด็นที่กระทบต่อกลุ่มเปราะบาง
นายกรณ์ ศินารักษ์ ณ จำปาศักดิ์ นิติกรชำนาญการพิเศษ กล่าวถึงความเห็นเพิ่มเติมจากสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ซึ่งมองว่า หากไทยพีบีเอสได้รับเงินผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปี จะเป็นประโยชน์ต่อรัฐในการกำกับดูแลและตรวจสอบการใช้จ่ายให้เป็นไปตามภารกิจขององค์กร โดยใช้กระบวนการจัดสรรงบประมาณเป็นกลไกสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบได้ อีกทั้งยังสามารถพิจารณาจัดสรรเงินตามความจำเป็นเร่งด่วนและภารกิจของประเทศในภาพรวม
"อนุสรณ์" ถามไทยพีบีเอสผิดวินัยการคลังหรือไม่
นายอนุสรณ์ แก้ววิเชียร สส.พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ 1 ตั้งคำถามถึงข้ออ้างเรื่องวินัยการเงินการคลัง โดยเห็นว่าควรพิจารณาให้ชัดเจนว่า กฎหมายไทยพีบีเอสขัดต่อหลักวินัยการเงินการคลังตามมาตรา 82 จริงหรือไม่ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อเปรียบเทียบกับเงินนอกงบประมาณทั้งหมด ยังมีหน่วยงานอื่นที่มีเงินนอกงบประมาณในวงเงินสูงเช่นกัน จึงควรพิจารณาโครงสร้างเงินนอกงบประมาณทั้งระบบ ไม่ใช่มุ่งแก้ไขเฉพาะองค์กรบางแห่ง
นายอนุสรณ์ ยังตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับนี้เป็นพิเศษ และการนำเงินเข้าสู่ระบบงบประมาณจะช่วยเพิ่มศักยภาพการทำงานของไทยพีบีเอสได้อย่างไร
เนื่องจากภารกิจหลักของสื่อสาธารณะคือการตรวจสอบการทำงานของรัฐและนำเสนอข้อเท็จจริงให้ประชาชนรับทราบ จึงต้องพิจารณาด้วยว่าการเปลี่ยนแหล่งเงินจะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพและความเป็นอิสระในการบริหารงานหรือไม่ โดยเฉพาะหากกระบวนการพิจารณาร่างกฎหมายยังขาดการวิเคราะห์ผลกระทบที่รอบด้าน
"เอกราช" เสนอพิจารณาควบรวมไทยพีบีเอสกับกองทุนสื่อ
นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชน ตั้งคำถามเกี่ยวกับกฎหมายทุนหมุนเวียนและแนวทางจัดหาเงินสำหรับองค์กรที่ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขกฎหมาย โดยยกกรณีกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ซึ่งมีสถานะเป็นทุนหมุนเวียน
พร้อมสอบถามว่า หากมีการเปลี่ยนแหล่งเงินของ 4 องค์กร จะสามารถจัดสรรเงินจากกองทุน กปทส. มาใช้สนับสนุนการดำเนินงานได้หรือไม่ และมีความเป็นไปได้เพียงใดที่จะควบรวมไทยพีบีเอสกับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ เพื่อแบ่งภารกิจและสนับสนุนการทำงานของสื่อท้องถิ่น โดยต้องพิจารณาผลกระทบต่อวงเงินงบประมาณที่จะได้รับด้วย
ด้านนายเทินพันธ์ แพนสมบัติ ตัวแทนผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ชี้แจงว่า นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกองทุนฯ และเห็นว่าการควบรวมระหว่างไทยพีบีเอสกับกองทุนฯ อาจดำเนินการได้ โดยปัจจุบันกองทุนมีเจ้าหน้าที่ไม่เกิน 60 คน
ในมุมของผู้ปฏิบัติงานด้านสื่อ การรวมองค์กรไม่ใช่เรื่องที่ขัดกับหลักการ หากสามารถจัดระบบการทำงานให้เหมาะสม เพราะทั้ง 2 หน่วยงานมีภารกิจเกี่ยวข้องกับสื่อและการบริหารงบประมาณกับทรัพย์สิน อย่างไรก็ตาม หากจะดำเนินการจริง จำเป็นต้องแบ่งภารกิจและงบประมาณให้ชัดเจน โดยผู้ชี้แจงระบุว่าไม่สามารถให้คำตอบแทนผู้บริหารเกี่ยวกับแนวทางดังกล่าวได้
กมธ.การเมืองถกแก้ กม.ไทยพีบีเอส "อนุสรณ์" จี้ รบ.ตอบทำไมโฟกัสแค่ 4 กองทุน
สภาฯ แจงปมรับฟังความเห็น ยืนยันตัดยอดเที่ยงคืน 14 ต.ค.
อีกประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือกระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของเว็บไซต์หลังปิดรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 14 ต.ค. พร้อมสอบถามว่า ความคิดเห็นที่ปรากฏเพิ่มเติมหลังจากนั้นจะถูกนำไปพิจารณาอย่างไร และการวิเคราะห์ความคิดเห็นเพื่อประกอบการจัดทำรายงานมีหลักเกณฑ์แบบใด
นายสัณห์ชัว สินธุวงษ์ ตัวแทนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ชี้แจงว่า การวิเคราะห์ความคิดเห็นใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์รับฟังความคิดเห็น รวมถึงหนังสือแสดงความคิดเห็นที่หน่วยงานต่าง ๆ ส่งเข้ามา ก่อนนำมาประมวลและจัดทำเป็นรายงาน
ผู้แทนสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยอมรับว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการปิดรับฟังความคิดเห็นในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 14 ต.ค. แต่กลับมีความคิดเห็นเพิ่มเติมปรากฏขึ้นภายหลัง
พร้อมยืนยันว่ากระบวนการดังกล่าวไม่ขัดต่อหลักเกณฑ์ เพราะกฎหมายกำหนดให้เปิดรับฟังความคิดเห็นเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 15 วัน อย่างไรก็ตาม การประมวลผลเพื่อจัดทำรายงานจะนับเฉพาะความคิดเห็นที่ได้รับภายในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 14 ต.ค.เท่านั้น
"ทรงศักดิ์" ชี้ฝ่ายค้านมีสิทธิ ขออภิปราย ม.152 ก่อน ม.151 ขอเห็นใจรัฐบาล-นายกฯ มีภารกิจ
มท.1 เซ็นเพิกถอนสัญชาติไทย "โจเซฟ เฮม แคนเตอร์" ชี้ฝ่าฝืนเงื่อนไขแปลงสัญชาติ
กลาโหมยัน สมช. ไม่ได้เตือนประชาชน สำรองอาหาร-เวชภัณฑ์ 72 ชม. รับมือขัดแย้งตะวันออกกลาง
กองทุนสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์
今天(2026 年 10 月 29 日),由人民党议员帕卡蒙·努纳南女士担任主席的众议院政治发展、大众传媒和公众参与委员会审议了《泰国公共广播服务法》(简称《泰国公共广播法》)草案,以制定公共媒体的运作机制。
众议院秘书处、国家广播和电信委员会 (NBTC)、国务委员会秘书长、人民党曼谷议员 Ekkarach Udomamnuay 先生、NBTC 立法起草委员会以及安全创意媒体发展基金经理的代表应邀提供澄清。
然而,泰自豪党议员、该法案修正案的提出者苏帕猜·贾萨穆特先生并未出席会议。
议会就改变该组织资金来源的问题提出了双方的意见。
众议院秘书处的代表解释了提出该法律草案的原则和理由,包括宪法第 77 条规定的公众咨询程序,该程序通过网站和向财政部、泰国公共广播公司、税务局和各个记者协会等相关机构发送询问信的方式进行。
收到的意见分为两大阵营。
支持者认为,在年度预算体系内调整资金来源将有助于实现法律上的统一,并加强国家的财政纪律。政府将拥有更大的预算分配灵活性,而众议院则有机会定期审查这些机构支出的成本效益和透明度。
反对者担心,改变资金来源可能会损害该组织的独立性,使政治派别或当权者有机可乘,利用预算分配机制对其工作施加压力或进行干预。此外,这还可能影响有关监督国家权力使用和报道弱势群体相关问题的信息发布。
财政部财政政策办公室的高级法律专家Korn Sinarak Na Champasak先生补充指出,如果泰国公共广播公司(Thai PBS)通过年度预算获得拨款,将有助于政府监督和审计支出,确保其符合该组织的使命,从而使政府受益。预算分配流程将成为提高透明度和问责制的机制。此外,它还将使政府能够根据紧急需求和国家整体使命来分配资金。
阿努颂询问泰国公共广播公司是否违反了财政纪律。
人民党议员、委员会第一副主席阿努颂·凯维切安先生对财政纪律的合理性提出质疑,认为应该澄清泰国公共服务法是否真的违反了第82条规定的财政纪律原则。他还指出,与其他机构相比,其他机构的预算外资金数额也相当可观,因此建议对整个预算外资金结构进行全面审查,而不是仅仅关注特定机构。
阿努颂先生还质疑政府为何如此重视修改这四项法律,以及向预算体系注入资金将如何帮助提高泰国公共广播公司(Thai PBS)的运营能力。
由于公共媒体的主要任务是监督政府的工作并向公众呈现事实,因此还必须考虑改变资金来源是否会影响公民自由和行政独立性,尤其是在立法程序缺乏全面影响分析的情况下。
“Ekarach”提议考虑将泰国公共广播公司与媒体基金合并。
来自人民党的曼谷国会议员埃卡拉·乌多马努艾先生对循环基金法以及受修正案影响的组织获得资金的方法提出了质疑,并以具有循环基金地位的安全和创意媒体发展基金为例进行了说明。
他们还询问,如果这四个组织的资金来源发生变化,是否可以从国家广播和电信委员会 (NBTC) 拨款支持它们的运营,以及将泰国公共广播公司 (Thai PBS) 与 NBTC 合并以分担责任并支持当地媒体工作的可行性,同时考虑对预算分配的影响。
安全创意媒体发展基金的代表特恩潘·潘颂巴特先生澄清说,总理是该基金的主席,他认为泰国公共电视台与该基金合并是有可能的。目前,该基金的员工不超过60人。
从媒体从业者的角度来看,如果能够妥善组织运营,合并两家机构并不违背原则,因为两家机构都承担着与媒体、预算和资产管理相关的职责。然而,如果真的要进行合并,就必须明确划分职责和预算。发言人表示,他们无法代表管理层就此计划作出回应。
政治委员会讨论了对泰国公共服务法案的修正案;阿努颂敦促政府解释为什么只关注 4 个基金。
议会澄清了征求意见的问题,确认截止日期为 10 月 14 日午夜。
另一个被提出的问题是就四项法律草案征求意见的过程。人民党议员、委员会成员查拉纳特·科伊库尔女士指出,在10月14日公众咨询期结束后,网站上出现了一些不规范之处。她还询问后续意见将如何审议,以及在编写报告时将采用哪些标准来分析这些意见。
众议院秘书处代表桑楚阿·辛杜翁先生解释说,意见分析使用了来自公众咨询网站的数据,以及各机构提交的意见信,然后进行汇编和编写成报告。
众议院秘书处的一位代表承认,10 月 15 日,众议院秘书长因在 10 月 14 日午夜结束公众咨询期而受到批评,但之后又出现了其他评论。
他们确认,该流程并未违反任何规定,因为法律规定接收公众意见至少需要15天。但是,在10月14日午夜之前收到的意见,在报告编制过程中,仅包括在此时间之前收到的意见。
“通萨克”指出,反对派有权要求就第 152 条进行辩论,而不是第 151 条,并请求对政府和总理的理解,因为他们还有其他职责。
内政部长签署命令,撤销约瑟夫·海姆·坎托的泰国公民身份,理由是其违反了入籍条件。
国防部证实,国家安全委员会并未警告公众在72小时内储备食品和医疗用品,以应对中东地区的冲突。
安全创意媒体基金