นำเงินมูลนิธิไปใช้ส่วนตัว มีความผิดทั้งทางแพ่งและอาญาโทษสูงสุด คือ จำคุก将基金会资金用于个人用途是民事和刑事犯罪,最高刑罚是监禁。
กฎหมายชี้ชัด การนำเงินของมูลนิธิไปใช้ส่วนตัว มีความผิดตามกฎหมายฐานยักยอกทรัพย์ และ มีความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน มีโทษทั้งจำคุก และ ปรับเงิน รวมทั้งอาจมีความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ด้วย

ที่ผ่านมามีหลายกรณีที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการยักยอกเงินมูลนิธิ ยกตัวอย่างเช่น คดีทุจริตยักยอกและฟอกเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ โดยมีพฤติการณ์ คือ ใช้มูลนิธิบังหน้าเพื่อหลบเลี่ยงระบบ ตั้งเครือข่ายมูลนิธิและบัญชีต่างๆ ขึ้นมา เช่น บัญชีใจฟ้าอาทรประชานาถ เพื่อเปิดรับเงินบริจาคจากประชาชน หลีกเลี่ยงการตรวจสอบบัญชีรายรับ-รายจ่ายและทรัพย์สินของทางวัดโดยตรง
เงินบริจาคที่ประชาชนตั้งใจทำบุญช่วยเหลือผู้ป่วยโรคเอดส์และผู้ด้อยโอกาส ถูกยักยอกและผันออกจากบัญชีมูลนิธิและวัด โดยนำไปเปลี่ยนสภาพ โอนกระจายไปยังกลุ่มบุคคลใกล้ชิด ซื้อทรัพย์สิน หรือถือครองในชื่อบุคคลอื่นเพื่อปกปิดแหล่งที่มา คิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่ศาลสั่งให้นายอลงกต พูลมุข (อดีตพระอลงกต) และ นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล (หมอบี ทูตสื่อวิญญาณ) ได้รับโทษจำคุกสูงสุดตามกฎหมายคนละ 50 ปี พร้อมสั่งให้ร่วมกันชดใช้เงินคืนแก่วัดพระบาทน้ำพุกว่า 306 ล้านบาท
ส่วนวัดพุทไธศวรรย์ อดีตเจ้าอาวาสและสีกาคนสนิทได้ใช้วิธี ออกใบอนุโมทนาบัตรในนามวัด แล้วผันเงินบริจาคโอนเข้าบัญชีมูลนิธิที่จัดตั้งขึ้น คือ มูลนิธิหวันโชติ จากนั้นจึงทำการหมุนเวียนโยกย้ายเงินจากบัญชีมูลนิธิเข้าสู่บัญชีส่วนตัวและเครือข่ายใกล้ชิด เพื่อนำไปซื้อทรัพย์สิน เช่น บ้าน ที่ดิน ทองคำ และรถยนต์ จนตำรวจสามารถสืบสวนและยึดทรัพย์สินที่ได้จากการฟอกเงินในคดีนี้ได้รวมกว่า 215-720 ล้านบาท
ล่าสุดมีกระแสข่าววิพากษ์วิจารณ์ ตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับเส้นทางเงินบริจาค 45 ล้านบาท โอนจากบัญชี "มูลนิธิองค์กรทำดี" ไปยังผู้รับเหมาก่อสร้างรายหนึ่ง และ ผู้รับเหมาได้โอนให้กับ "ก๊อต อธิป" สามีของบุ๋ม ปนัดดา จนทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า มี "เงินทอน" จากการนำเงินมูลนิธิไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวหรือไม่
โดยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 110 ถึง มาตรา 136 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องให้คำนิยามเกี่ยวกับการจัดตั้งมูลนิธิไว้ดังนี้
มูลนิธิ หมายถึง ทรัพย์สินที่จัดสรรไว้โดยเฉพาะสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการกุศล สาธารณประโยชน์ ศาสนา ศิลปะ หรือวัตถุประสงค์อื่นเพื่อสาธารณะโดยไม่มุ่งหาผลกำไรมาแบ่งปันกัน
มูลนิธิที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายจะมีสถานะเป็น นิติบุคคล ต้องมีข้อบังคับและมีคณะกรรมการของมูลนิธิ อย่างน้อย 3 คน เป็นผู้ดำเนินกิจการ ส่วนทุนเริ่มแรก ตามระเบียบกรมการปกครอง มูลนิธิจะต้องมีกองทุนเริ่มแรก ไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท ต้องเป็นเงินสดไม่น้อยกว่า 100,000 บาท
หากมูลนิธิมีรายได้จากการประกอบกิจการเชิงพาณิชย์ เช่น เปิดร้านค้า ขายสินค้า หรือให้บริการ มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด. 55) เช่นเดียวกับนิติบุคคลทั่วไป ส่วนเงินบริจาคเพื่อการกุศลจะได้รับการยกเว้นภาษีตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร
มูลนิธิมีสถานะเป็น "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" (Data Controller) ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จึงต้องจัดเก็บข้อมูลผู้บริจาคหรือผู้รับความช่วยเหลืออย่างปลอดภัยและมีนโยบายความเป็นส่วนตัวรองรับ
การนำเงินของมูลนิธิไปใช้ส่วนตัว มีความผิดตามกฎหมายไทยอย่างร้ายแรง เนื่องจากเงินและทรัพย์สินของมูลนิธิที่ได้มาจากการจัดสรรเริ่มแรกหรือเงินที่ได้รับจากการบริจาค ถือเป็นทรัพย์สินของนิติบุคคล (มูลนิธิ) ไม่ใช่ทรัพย์สินส่วนตัวของกรรมการ ผู้ก่อตั้ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง และ ต้องนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์เพื่อการกุศลหรือสาธารณประโยชน์ที่ได้จดทะเบียนไว้เท่านั้น
หากกรรมการหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องนำเงินมูลนิธิไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว จะเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายหลายบท
ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 หากกรรมการหรือผู้ดูแลเงินมีหน้าที่จัดการทรัพย์สินของมูลนิธิ แล้วเบียดบังเอาเงินนั้นไปเป็นของตนเองหรือบุคคลที่สามโดยทุจริต จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ 343 หากมีการโฆษณาชวนเชื่อหรือเปิดรับบริจาคเงิน โดยหลอกลวงประชาชนว่าจะนำเงินไปช่วยสังคมหรือทำกิจกรรมสาธารณกุศล แต่แท้จริงแล้วมีเจตนาจะนำเงินนั้นมาใช้ส่วนตัว จะเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หากมีการโพสต์ข้อความหรือข้อมูลอันเป็นเท็จผ่านระบบคอมพิวเตอร์เพื่อหลอกลวงให้คนโอนเงินบริจาค อาจมีความผิดเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
2. ผลกระทบทางแพ่งและการดำเนินกิจการมูลนิธิ
มูลนิธิหรือผู้มีส่วนได้เสียสามารถฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อเรียกเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยจากผู้ที่นำเงินไปใช้ส่วนตัวได้
ผู้บริจาคหรือพนักงานอัยการสามารถยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งถอดถอนกรรมการที่ทุจริตหรือปฏิบัติหน้าที่มิชอบออกจากตำแหน่งได้
นายทะเบียนหรืออัยการอาจร้องขอให้ศาลสั่งเลิกมูลนิธิได้ หากพบว่ามูลนิธิดำเนินการขัดต่อกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย หรือไม่สามารถดำเนินกิจการตามวัตถุประสงค์ต่อไปได้
แม้จะมีเจตนาบริสุทธิ์ในการบริหาร แต่การโอนเงินของมูลนิธิเข้าบัญชีธนาคารส่วนตัว หรือการเปิดรับบริจาคในนามส่วนตัวเพื่อกิจกรรมมูลนิธิ ก็ถือเป็นพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อการถูกตรวจสอบและดำเนินคดี เนื่องจากขาดความโปร่งใสและไม่สามารถแยกแยะทรัพย์สินได้ชัดเจนตามกฎหมาย
"บุ๋ม ปนัดดา" เปิดใจไม่เกี่ยวที่ดินนครนายกของสามี โชว์สัญญาซื้อขาย 2.5 ล้าน
โฆษกทบ. ระบุ สามีบุ๋ม ปนัดดา ไม่ได้รับอนุญาตจากกองทัพบกให้เข้าใช้พื้นที่
เปิด กม. "ที่ราชพัสดุ" ทหารปล่อยเอกชนทำ "สนามวิ่งเทรล" ได้หรือไม่ ?
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ฟอกเงินวัดพุทไธศวรรย์
过去曾发生过多起基金会资金被挪用的案件。例如,涉及帕巴南普寺捐款的挪用和洗钱案,就利用基金会作为幌子来规避监管。他们设立了一系列基金会和银行账户,例如“Jai Fah Athon Prachanath”账户,用来接收公众捐款,从而避免对寺庙的收入、支出和资产进行直接审查。
原本用于帮助艾滋病患者和弱势群体的捐款被挪用,资金来源也从基金会和寺庙的账户中转移出去。这些钱随后被转给亲信,用于购买资产,或以他人名义持有以掩盖其来源。法院判处阿隆科·普尔穆克先生(前僧侣阿隆科)和塞克桑·特拉普苏布萨库尔先生(灵媒“蜜蜂医生”)最高刑期50年监禁,并责令他们共同向南普寺偿还超过3.06亿泰铢。
在菩提沙旺寺,前任住持及其亲信女性以寺庙名义开具捐款收据,并将捐款转入他们设立的万乔蒂基金会账户。随后,他们将基金会账户中的资金转移到自己及其亲信的个人账户,用于购买房屋、土地、黄金和汽车等资产。警方通过调查查获了这起洗钱案中通过洗钱获得的资产,总额在2.15亿至7.2亿泰铢之间。
近日,一笔4500万泰铢的捐款从“善行基金会”账户转至一名建筑承包商,引发了诸多批评和质疑。据称,该承包商随后将这笔钱转给了女演员Boom Panadda的丈夫“Got Athip”,这不禁令人质疑是否存在利用基金会资金谋取私利的“回扣”行为。
根据《民商法典》第110条至第136条以及相关部级规章,基金会的设立定义如下:
基金会是指专门为慈善、公共利益、宗教、艺术或其他公共目的而分配的资产,其目的并非为了产生利润进行分配。
依法注册的基金会具有法人地位。它必须拥有章程和至少由三名成员组成的董事会来管理其事务。根据省行政部门的规定,基金会的初始资本必须至少为20万泰铢,其中至少10万泰铢必须为现金。
如果基金会通过商业活动(例如开设商店、销售商品或提供服务)获得收入,则必须像其他法人实体一样缴纳企业所得税(55号表格)。但是,根据税务部门的规定,慈善捐款免税。
该基金会是《2019 年个人数据保护法》规定的“数据控制者”,因此必须安全地存储捐赠者或援助接受者的数据,并受隐私政策的支持。
根据泰国法律,将基金会资金用于个人用途属于严重违法行为。这是因为基金会的资金和资产,无论是初始拨款还是捐赠所得,都被视为该法人实体(基金会)的财产,而非董事、创始人或任何个人的私人财产。因此,这些资金必须仅用于已注册的慈善或公益用途。
如果董事或相关人员利用基金会资金谋取私利,他们可能要承担多项法律责任。
根据《刑法》第 352 条,挪用公款罪的处罚是,如果基金会的董事或资产保管人以欺诈手段将基金会的资金挪作己用或供养第三方,则可处以不超过三年的监禁或不超过 60,000 泰铢的罚款,或两者并罚。
根据《刑法》第341条和第343条,诈骗公众罪是指有人通过广告或募捐活动欺骗公众,使公众误以为捐款将用于社会福利或慈善活动,而实际上却意图将捐款用于个人牟利。该罪可判处最高5年监禁,并处罚金最高10万泰铢,或两者并罚。
根据《计算机犯罪法》,通过计算机系统发布虚假信息或消息以欺骗人们捐款可能构成犯罪。
2. 民事影响和基金会的运作。
基金会或利益相关者可以提起民事诉讼,向那些将资金用于个人牟利的人追回资金及利息。
捐赠者或公诉人可以向法院提起诉讼,请求下令罢免腐败或滥用职权的董事。
如果发现基金会的运作违反法律、公共秩序,或者无法继续按照其目标运作,注册官或检察官可以请求法院下令解散该基金会。
即使出于纯粹的管理意图,将基金会资金转移到个人银行账户或以个人名义接受基金会活动的捐款,也被视为极高风险的行为,容易受到调查和起诉,因为缺乏透明度,无法按照法律要求明确区分资产。
“Boom Panadda”否认与她丈夫在Nakhon Nayok的土地有任何关系,并出示了一份价值250万泰铢的销售合同。
泰国皇家陆军发言人表示,Boom Panadda的丈夫没有获得军队的许可进入该地区。
军方能否允许私营公司在国有土地上修建越野跑道?
民商法
在菩提沙旺寺洗钱。