ตรวจพบการสแกนหาช่องโหว่ระดับวิกฤตบน Oracle EBS ทั่วโลก ผู้ดูแลระบบควรรีบอัปเดตแพตช์ทันที - Thailand Computer Emergency Response Team (ThaiCERT)全球范围内检测到Oracle EBS存在严重漏洞。系统管理员应立即安装补丁进行更新。——泰国计算机应急响应小组(ThaiCERT)
589/69 (IT) ประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2569 ตรวจพบเห

589/69 (IT) ประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2569
ตรวจพบเหตุการณ์กลุ่มผู้ไม่หวังดีเริ่มดำเนินการสแกนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาระบบ Oracle E-Business Suite (EBS) ที่ยังไม่ได้ทำการอัปเดตแพตช์แก้ไขช่องโหว่ความปลอดภัยระดับวิกฤต หมายเลข CVE-2026-101767 ซึ่งให้ผู้โจมตีภายนอกเข้ายึดครองระบบได้โดยไม่ต้องผ่านการยืนยันตัวตน เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อองค์กรขนาดใหญ่ หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคสาธารณสุขทั่วโลก เนื่องจากระบบ Oracle EBS เป็นซอฟต์แวร์บริหารจัดการองค์กรที่จัดเก็บข้อมูลสำคัญจำนวนมาก หากถูกเจาะระบบอาจนำไปสู่การรั่วไหลของข้อมูลสำคัญหรือการตกเป็นเป้าหมายของมัลแวร์ เรียกค่าไถ่ได้
ในส่วนของรายละเอียดทางเทคนิค ช่องโหว่ CVE-2026-101767 เกิดขึ้นในส่วน Application Object Library บริเวณ Thin Client Framework servlet ของ Oracle EBS โดยมีลักษณะเป็นช่องโหว่ประเภท SQL Injection ที่ผู้โจมตีสามารถนำมาใช้ต่อยอดเพื่อทำ Remote Code Execution ผ่านโปรโตคอล HTTP ซึ่งบริษัทด้านข้อมูลภัยคุกคามไซเบอร์ Defused ได้ตรวจพบกิจกรรมการสแกนและพยายามเจาะระบบผ่านเครื่องกับดัก (Honeypot) ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคมที่ผ่านมา สอดคล้องกับข้อมูลจาก Shadowserver ที่ระบุว่าปัจจุบันมีระบบ Oracle EBS ที่เปิดให้เข้าถึงได้ผ่านอินเทอร์เน็ตสาธารณะมากกว่า 670 เครื่องทั่วโลก โดยกระจายตัวหนาแน่นที่สุดในสหรัฐอเมริกาจำนวน 371 เครื่อง รองลงมาคือจีน 53 เครื่อง อินเดีย 43 เครื่อง รวมถึงบางส่วนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในอดีตกลุ่มแฮกเกอร์เคยสร้างความเสียหายจากการฉวยโอกาสโจมตีช่องโหว่ลักษณะนี้ของ Oracle กับองค์กรชั้นนำมาแล้วหลายแห่ง
แนวทางในการลดความเสี่ยง ผู้ดูแลระบบขององค์กรควรรีบตรวจสอบเวอร์ชันของ Oracle EBS ที่ใช้งาน และเร่งดำเนินการติดตั้งอัปเดตแพตช์ความปลอดภัยประจำเดือนตุลาคม 2569 (October 2026 Critical Security Patch Update) โดยเร็วที่สุดตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการของ Oracle พร้อมทั้งประเมินความจำเป็นในการเปิดระบบให้เข้าถึงจากอินเทอร์เน็ตสาธารณะ โดยพิจารณาจำกัดการเข้าถึงผ่านระบบเครือข่ายส่วนตัว (VPN) ร่วมกับการยืนยันตัวตนที่ปลอดภัย รวมถึงตั้งค่าเฝ้าระวังบันทึกการทำงาน (Log) ของเซิร์ฟเวอร์เพื่อตรวจจับรูปแบบคำสั่ง HTTP ที่ผิดปกติในส่วน Thin Client Framework เพื่อให้สามารถรับมือและระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที
แหล่งข่าว : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/hackers-now-scanning-systems-for-recently-patched-oracle-flaw/
589/69(IT)2026年10月29日,星期四。
已检测到一起恶意攻击事件,一群恶意攻击者开始扫描互联网,寻找尚未修复严重安全漏洞 CVE-2026-101767 的 Oracle E-Business Suite (EBS) 系统。该漏洞允许外部攻击者在未经身份验证的情况下入侵系统。由于 Oracle EBS 是一款企业管理软件,存储着大量敏感数据,因此该漏洞对全球大型企业、政府机构、教育机构和医疗保健行业构成重大威胁。一旦系统遭到入侵,可能导致数据泄露或遭受勒索软件攻击。
从技术细节来看,CVE-2026-101767 漏洞存在于 Oracle EBS 瘦客户端框架 servlet 的应用程序对象库 (AOL) 部分。这是一个 SQL 注入漏洞,攻击者可以利用该漏洞通过 HTTP 协议执行远程代码。网络安全威胁情报公司 Defused 自 10 月 27 日起检测到通过蜜罐进行的扫描和攻击尝试。这与 Shadowserver 的数据相符,Shadowserver 的数据显示,目前全球有超过 670 个可公开访问的 Oracle EBS 系统,其中美国(371 个系统)最为集中,其次是中国(53 个系统)、印度(43 个系统)和东南亚部分地区。过去,黑客组织曾利用类似的 Oracle 漏洞对多家领先企业造成重大损失。
为降低风险,组织系统管理员应立即检查所使用的 Oracle EBS 版本,并按照 Oracle 官方指南尽快安装 2026 年 10 月关键安全补丁更新。他们还应评估访问公共互联网的必要性,考虑通过具有安全身份验证的专用网络 (VPN) 限制访问,并配置服务器日志以检测瘦客户端框架中的异常 HTTP 命令模式,从而及时响应并采取缓解措施。
来源:https://www.bleepingcomputer.com/news/security/hackers-now-scanning-systems-for-recently-patched-oracle-flaw/