สัมผัสแรก ทดสอบ Lepas L6 EV Premium FWD เสือดาวไฟฟ้า 242 แรงม้า ราคาเบาๆ第一印象:测试 Lepas L6 EV Premium FWD,这是一款价格实惠、拥有 242 马力的电动豹子。
ลองขับ LEPAS L6 EV Premium เอสยูวีไฟฟ้าดีไซน์เสือดาวจาก Chery Group ค่าตัว 8.29 แสนบาท มอเตอร์ 242 แรงม้า วิ่งจริง 380 กม. ไม่มีจุดเด่นหวือหวา แต่พอรวมทุกอย่างกลับกลมกล่อมจนน่าใช้!

Lepas แบรนด์น้องใหม่ในเครือ Chery Group เป็นค่ายรถใหม่เอี่ยมถอดด้ามแบรนด์ล่าสุดที่กำลังก้าวเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย พร้อมความตั้งใจที่จะสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบพรีเมี่ยมแมส หลังจากปรากฏตัวในงานแสดงรถยนต์บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ 2026 ค่ายรถยนต์แห่งนี้ได้กลายเป็นแบรนด์ล่าสุดในกลุ่ม Chery Group ที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอในประเทศไทย ต่อจาก Omoda, Jaecoo ตามด้วย iCaur
Chery หวังว่าการแตกไลน์แบรนด์ย่อยจะไม่แย้งลูกค้ากันเอง แต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นแบบนั้น ทั้งสี่แบรนด์ต่างแข่งกันสร้างตัวเลขยอดขาย ด้วยสไตล์และองประกอบของรถที่น่าจะแตกต่างกันไป เมื่อเรามุ่งไปสู่หัวใจสำคัญของงานดีไซน์ แบรนด์ Lepas พยายามหลอมรวมความเร็ว พละกำลัง และความสวยงาม เข้าไว้ด้วยกัน ในภาษาการออกแบบเดียว ปรัชญาดังกล่าวถ่ายทอดลงบนพื้นผิว รายละเอียด และสัดส่วนตัวถังของยานยนต์ Lepas ซึ่งในรุ่น L6 ที่เป็นรุ่นเปิดตัวประเดิมตลาดไทย สามารถเห็นงานดีไซน์ด้วยแนวคิดนี้ได้อย่างชัดเจน ผ่านไฟหน้า LED ดีไซน์ตาเสือดาว Leopard- Predator Eyes ซึ่งเชื่อมโยงให้เข้ากับเส้นสายแนวไหล่ข้างตัวถังที่คมเข้ม สร้างบุคลิกโดดเด่นและจดจำได้ทันทีเมื่ออยู่บนท้องถนน การดำเนินงานด้านการออกแบบของ Lepas นำโดย อิวาน ดุลาโนวิช (Ivan Dulanovic) ประธานฝ่ายออกแบบ (Global Chief Designer) ควบคุมดูแลสตูดิโอออกแบบในเมืองอู๋หู (Wuhu) ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัท และในนครเซี่ยงไฮ้ จริงๆแล้ว ในอนาคต Dulanovic มีความตั้งใจที่จะเปิดดีไซน์สตูดิโอของ Lepas ในทวีปยุโรป แต่เขาระบุว่าขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสำนักงานออกแบบแห่งใหม่ของ Lepas ในยุโรป
Lepas L6 EV Comfort FWD 769,900 บาท
Lepas L6 EV Premium FWD 829,900 บาท บาท (คันทดสอบ)
การออกแบบและรูปแบบตัวถัง รูปแบบตัวถังของ Lepas L6 เป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ C-Segment SUV / Crossover ไฟฟ้า ตัวถัง 5 ประตู 5 ที่นั่ง ตามเอกสารแจ้งว่า พัฒนาบนแพลตฟอร์ม LEX Next-generation Intelligent Platform ตัวถังออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อลดแรงต้านทานอากาศ มีตัวเลขค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศอยู่ที่ 0.28 (cd 02.8) สำหรับแนวคิดการออกแบบ Leopard Aesthetics ได้รับแรงบันดาลใจจากโครงสร้าง สรีระ พละกำลังที่ปราดเปรียวของเสือดาว ผสมเส้นสายตัวถังที่ดูสปอร์ต เข้ากับความโฉบเฉี่ยวสไตล์พรีเมียมแมส องค์ประกอบของงานดีไซน์ภายนอก ด้านหน้ามีระยะโอเวอร์แฮงค์สั้นกระชับ เล่นเหลี่ยมมุมเพื่อความเฉียบคมของรูปแบบรถ ไฟหน้า Dual Projector Lens LED พร้อมไฟ DRL ดีไซน์เอกลักษณ์ Signature Leopard-Eye ไฟท้าย Ultra Red LED พาดยาวเต็มความกว้างท้ายรถ ในสไตล์ Light Bar หลังคากระจก Panoramic Glass Roof พร้อมม่านบังแดดควบคุมด้วยไฟฟ้า จุดนี้กับรถราคา 8 แสน ถือว่าให้มาพอสมควร สปอยเลอร์หลังพร้อมแรคราวหลังคาสีเงิน กระจกมองข้างพับ/ปรับไฟฟ้า พร้อมระบบไล่ฝ้า ตัวถังและกระจกแต่งขอบโครเมียม มือจับประตูที่ออกแบบให้กลมกลืนตามหลักแอโรไดนามิกแต่ใช้การจับเปิด-ปิดที่ง่ายและเป็นการปรับตามนโยบายของรัฐบาลจีนในเรื่องความปลอดภัย
ดีไซเนอร์ของแบรนด์ (Chief Designer) Ivan Dulanovic เข้ามาดำรงตำแหน่ง LEPAS Chief Designer หรือนั่งแท่นผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของแบรนด์ LEPAS ใน Chery Group เป็นผู้นำทีมสร้างสรรค์ภาษาการออกแบบ Leopard Aesthetics และแนวคิด Natural Energy Dulanovic เริ่มต้นเส้นทางของอาชีพนักออกแบบ ด้วยการเรียนด้านการออกแบบอุตสาหกรรม (Industrial Design) ที่ประเทศเซอร์เบีย ก่อนจะตัดสินใจเบนสายมาทางด้านการออกแบบยานยนต์ โดยย้ายไปเรียนต่อที่ Scuola Politecnica di Design ในประเทศอิตาลี หลังสำเร็จการศึกษา ณ ที่แห่งนั้น Ivan Dulanovic ได้ทำงานร่วมอย่างใกล้ชิดกับ Lamborghini และ Audi ซึ่งเปิดโอกาสให้เขาเก็บเกี่ยวประสบการณ์อันมีค่าจากดีไซเนอร์ระดับอาวุโสและทีมผู้บริหารฝ่ายออกแบบของทั้งสองแบรนด์ ซึ่งกลายเป็นอิทธิพลสำคัญที่ยังคงส่งผลต่อผลงานของ Dulanovic มาจนถึงปัจจุบัน
จุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งเกิดขึ้นเมื่อ Dulanovic ไปเยือนสตูดิโอขึ้นรูปโมเดลดินน้ำมัน (Clay Modelling Studio) ของ Italdesign ที่นั่น Dulanovic ได้พบกับ ฟิลิปโป เพรินี (Filippo Perini) หนึ่งในดีไซเนอร์คนโปรดของเขา ซึ่งต่อมาได้ชวนเขาเข้ามาร่วมงานในสตูดิโอ ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ Italdesign Ivan Dulanovic ฝากฝีมือไว้ทั้งในโปรเจกต์รถสปอร์ต รถยนต์นั่งทั่วไป ตลอดจนโปรเจกต์สำหรับผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน จุดนี้เองที่จุดประกายความสนใจของเขาต่ออุตสาหกรรมยานยนต์จีนที่กำลังพัฒนาอย่างก้าวกระโดด การร่วมงานกับ Chery ได้ยืนยันสิ่งที่เขาเคยได้ยินมาตลอดเกี่ยวกับสปีดการพัฒนาอันรวดเร็วของฝั่งจีน
ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อ Dulanovic ขยายความเกี่ยวกับปรัชญาการออกแบบว่า ความสำคัญของหลักอากาศพลศาสตร์ และโครงสร้างของ Lepas คือ พลังงานธรรมชาติ หรือ Powerful, Natural Energy ดังนั้น จึงต้องหาสัญลักษณ์ที่เป็นตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวเพื่อความชัดเจน และเพื่อใช้สื่อสารกับลูกค้า ทั้งไฟหน้าที่เปรียบเหมือนดวงตา และ เส้นสายแนวไหล่ ของ Lepas L6 ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงมาจากดวงตาและเรือนร่างของเสือดาว ซึ่งรถของ Lepas ทุกคันจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหล่านี้เหมือนกันทั้งหมด
L6 มี DNA เฉพาะตัว เป็นงานออกแบบรถยนต์ไฟฟ้าที่ชัดเจน ไม่ได้ออกแบบรถเพื่อให้ดีไซเนอร์ด้วยกันชื่นชม หรือออกแบบตอบสนองความชอบของตัวเอง แต่ Lepas L6 EV ออกแบบเพื่อลูกค้าทั่วไปที่อาจไม่ได้มีความรู้ลึกซึ้งเรื่องการออกแบบ เมื่อมองเห็น ตาเสือดาว ก็แทบไม่ต้องเสียเวลาอธิบายความคิดเบื้องหลังงานออกแบบให้ยุ่งยากเลย ซึ่งมันเป็นวิธีที่ได้ผลและทรงพลัง มิติตัวถังและพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ Lepas L6 มีความยาว 4,570 มิลลิเมตร กว้าง 1,852 มิลลิเมตร สูง 1,683 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร ความสามารถในการลุยน้ำลึกสูงสุด 500 มิลลิเมตร พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย 323 ลิตร เมื่อพับเบาะหลังแบบ 60:40 จะเพิ่มความจุได้สูงสุด 1,255 ลิตร ช่องเก็บสัมภาระใต้พื้นห้องเก็บสัมภาระท้าย 99 ลิตร ช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) 38 ลิตร
ขนาดล้อ และ ยาง ล้อของ Lepas L6 รุ่นสูงสุด ใส่ล้ออัลลอยลายซี่ถี่ ขนาด 19 นิ้ว ดีไซน์สปอร์ตตัดลม ขนาดล้อ ขยับขึ้นมาจากรุ่น Comfort ที่ใช้ล้อ 18 นิ้ว ขนาดยาง 255/55 R19
คาลิปเปอร์เบรก พ่นสีแดง Red Calipers เพิ่มความสปอร์ตจากโรงงาน อุปกรณ์ซ่อมยาง ชุดอุปกรณ์ซ่อมยางฉุกเฉิน (Emergency Tyre Repair Kit)
ภายใน ผมชอบแนวคิดการตกแต่งของ L6 EV ทั้งโทนสีอ่อนนุ่ม การเลือกใช้วัสดุไม้เทียมสีน้ำตาลอ่อนที่สวยงามใช้ได้ แดชบอร์ดโฟมสังเคราะห์หุ้มไวนิล ไม่ใช่แดชบอร์ดพลาสติกฉีดขึ้นรูปที่เก็บเสียงได้ไม่ดีเท่ากับโฟมสังเคราะห์ L6 EV มีมาตรการเก็บเสียงที่เข้มข้นแม้จะเป็นอีวีที่เงียบอยู่แล้ว มันติดตั้งกระจกด้านหลังแบบ Privacy Glass, กระจกหน้าต่างข้างแบบอคูสติกลามิเนตช่วยเก็บเสียง,
หน้าจอสัมผัสขนาด 13.2 นิ้ว มาครบทั้งอินโฟเทนเมนท์ การปรับตั้งค่าต่างๆ การเชื่อมต่อ และเป็นจอมอนิเตอร์ของกล้อง 560 องศา , หลังคาพาโนรามิคซันรูฟ มีม่านไฟฟ้ามาให้ในราคานี้ ถือว่าโอเค, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระ 2 โซน, แท่นชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย, พวงมาลัยพร้อมสวิชท์มัลติฟังกชัน, เซนเซอร์กะระยะจอดด้านหน้าและด้านหลัง, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 540 องศา รวมถึงระบบความปลอดภัยอีกเพียบ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keep Assist)
เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์เต็มรูปแบบ, เบาะคู่หน้าพร้อมระบบปรับอากาศ, ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า, ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร (Ambient Lighting) ปรับได้ 256 สี, ระบบช่วยจอดรถผ่านรีโมท (Remote Parking Assist) และชุดเครื่องเสียง Sony พร้อมลำโพง 8 ตำแหน่ง Lepas L6 ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายความจุ 410 ลิตร พร้อมช่องเก็บสัมภาระด้านหน้า (Frunk) เพิ่มให้อีก 99 ลิตร L6 ยังได้รับการเซ็ตอัปมาเป็นพิเศษสำหรับคนตัวสูงโดยเฉพาะ ซึ่งน่าจะถ่ายทอดออกมาเป็นสมรรถนะการขับขี่ที่กระฉับกระเฉง ตอบสนองดีพอสมควร ช่วงล่างมีเด้งๆบ้าง แต่โดยรวมพอรับได้ ในขณะเดียวกันก็ยังคงความนุ่มนวลพอที่จะซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนและหลุมได้ดี
ห้องโดยสารได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ถ่ายทอดสุนทรียะแห่งความเรียบหรูผ่านพื้นที่อันประณีต (Exquisite Space) พร้อมเทคโนโลยีที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการใช้งานในชีวิตประจำวัน หน้าจอแสดงผลแบบ Waterfall Screen ขนาด 13.2 นิ้ว ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล 8155 มอบประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็ว ลื่นไหล ดุจสมาร์ทโฟน
มาดูที่ระบบขับเคลื่อนซึ่งเป็นหัวใจของ Lepas L6 EV มีมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดียวโดดๆ วางด้านหน้าคล่อมเพลาขับแบบขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 242 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 275 นิวตันเมตร เวลากดออกตัวแบบมิดคันเร่งมีอาการทอร์คสเตียร์ที่พวงมาลัยพอให้รู้สึกได้ถึงแรงบิด 275 นิวตันเมตร ส่วนตัวเลขสมรรถนะ L6 EV ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ใน 7.9 วินาที ขนาดความจุแบตเตอรี่ ใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP - Lithium Iron Phosphate) ขนาดความจุ 67.08 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ระยะทางวิ่งสูงสุดต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ไกล 440 กิโลเมตร วิ่งจริงได้ประมาณ 380 กิโลเมตร ที่ความเร็ว 90-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ( ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นทางและการขับขี่)
ระบบการชาร์จไฟ และ V2L (Charging & V2L) การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสตรง (DC Fast Charge) รองรับกำลังไฟรับเข้าสูงสุด 120 kW ความเร็วในการชาร์จ DC สามารถชาร์จประจุไฟจากระดับ 30% ไปจนถึง 80% ได้ภายในเวลาประมาณ 20 นาที การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Charge) รองรับหัวชาร์จมาตรฐานทั่วไปสำหรับการชาร์จแบบ Wallbox ที่บ้าน
ระบบชาร์จไฟและการรองรับระดับกำลังไฟ LEPAS L6 พัฒนาบนแพลตฟอร์มไฟฟ้า 400 โวลต์ รองรับการชาร์จไฟทั้งสองระบบด้วยความเร็วระดับมาตรฐานในปัจจุบัน ชาร์จกระแสสลับ (AC Charging - ชาร์จปกติ/ชาร์จบ้าน) รองรับกำลังไฟสูงสุด: รองรับได้ 6.6 kW ถึง 7 kW (เป็นระบบ 1 เฟส) เหมาะสำหรับการเสียบชาร์จทิ้งไว้ข้ามคืนที่บ้าน โดยระยะเวลาชาร์จจาก 0-100% จะใช้เวลาประมาณ 9-10 ชั่วโมง
ระบบจ่ายกระแสไฟสู่อุปกรณ์ภายนอก (V2L - Vehicle to Load) รองรับการปล่อยกำลังไฟสูงสุด 3.3 kW สามารถเสียบปลั๊กเพื่อจ่ายไฟให้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปขณะแคมป์ปิ้งหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งได้
Lepas L6 EV มีโหมดการขับขี่ให้เลือกใช้งาน 3 รูปแบบ ได้แก่ โหมด Eco, โหมด Normal และโหมด Sport แต่ละโหมดส่งผลต่อการใช้พลังงานแบตเตอรี่ ขนาด 67.08 kWh แต่ละโหมดจะมีการดึงกระแสไฟเพื่อตอบสนองต่อสมรรถนะการขับขี่ที่แตกต่างกัน
Eco (โหมดประหยัดพลังงาน)เน้นการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่อยืดระยะทางวิ่งให้ได้ใกล้เคียงกับระยะทางสูงสุดที่เคลมไว้ (540 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC) โดยตัวรถจะควบคุมการจ่ายกระแสไฟสู่มอเตอร์อย่างค่อยเป็นค่อยไป
Normal (โหมดปกติ) ความสมดุลระหว่างความประหยัดพลังงานและการตอบสนองของคันเร่ง เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไป
Sport (โหมดสปอร์ต)เน้นสมรรถนะสูงสุด โดยระบบจะดึงกระแสไฟจากแบตเตอรี่เพื่อรีดพละกำลัง 218 แรงม้า และแรงบิด 275 นิวตันเมตรออกมาอย่างเต็มที่ ทำให้ได้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 7.9 วินาที ซึ่งจะแลกมากับการใช้พลังงานแบตเตอรี่ที่สูงที่สุดและส่งผลให้ระยะทางวิ่งรวมลดลงอย่างรวดเร็ว
Lepas L6 EV ติดตั้งระบบเบรก Bosch IPB 2.0 Brake by Wire ที่ทำงานร่วมกับระบบ CRBS (Cooperative Regenerative Braking System) เพื่อหน่วงและดึงพลังงานจลน์กลับไปชาร์จเป็นกระแสไฟเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งระบบเบรกนี้สามารถตั้งค่าให้ปรับน้ำหนักและการตอบสนองโดยอัตโนมัติตามโหมดการขับขี่ที่เลือกใช้งาน ตำแหน่งท่านั่งทำออกมาได้ดี เบาะปรับได้ 6 ทิศทาง เบาะคนนั่งปรับ 4 ทิศทางด้วยไฟฟ้า เบาะหลังมีพื้นที่วางขาเหลือเฟือ พื้นที่เหนือศีรษะก็ทำได้ดีไม่อึดอัด แต่เบาะหลัง นั่งสองคนจะสบายกว่านั่งสามคน พนักเท้าแขนตรงกลางมีที่วางแก้วกาแฟมาให้ เบาะหลังแยกปรับพับได้หลายรูปแบบเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการขนสัมภาระ ส่วนห้องเก็บสัมภาระท้ายมีแผ่นเลื่อนปิดเปิดมาให้และใช้งานได้ดี เป็นอีกจุดที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของ Lepas
พวงมาลัยที่ย่านความเร็วต่ำไวและเบาทำให้ต้องปรับตัวสักพักเพราะมาจากรถสันดาป พอสลับมาขับรถยนต์ไฟฟ้าก็ต้องปรับพฤติกรรมกันใหม่หมดทั้งฟิลลิ่งและการวางแผนเดินทาง/ชาร์จ ผมชอบความตรงไปตรงมาของมัน ในเมือง L6 EV คล่องตัวแม้จะมีขนาดพอๆกับ Honda CR-V แต่มอเตอร์ขับเคลื่อนทำให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะพอตัว การเร่งออกจากสัญญาณไฟทันอกทันใจดี ควบคุมง่ายแม้จะมีอาการทอร์คสเตียร์หรืออาการดึงที่พวงมาลัย เป็นอาการปกติของรถขับหน้าที่มีแรงบิดเกิน 260 นิวตันเมตร ถ้าไม่กดคันเร่งลงลึกตอนออกตัว อาการดังกล่าวแทบจะไม่ปรากฎ เอาเข้าจริงๆ อาการทอร์คสเตียร์ทำให้ผมคิดถึง MINI Cooper S อยู่เหมือนกัน
ช่วงล่างไม่ได้ดีเลิศแต่ก็ไม่ได้แย่ อยู่ในระดับเดียวกับคู่แข่งราคา 8 แสนบาท โช้คและสปริงดูเหมือนจะเต้นรำกันมากไปนิด แต่ขับบนถนนที่ไม่เรียบกลับซับแรงสะเทือนได้ดี อาการโคลงตัวมีบ้างแต่ไม่ได้มากมายอะไรจนรู้สึกแย่ พวงมาลัยไฟฟ้าที่เบาในย่านความเร็วต่ำ พอขับเร็วก็มีการหน่วงที่ดีขึ้น ระยะฟรีตรงกลางน้อยไปนิดนึงทำให้มันค่อนข้างไว บนถนนเรียบๆ Lepas L6 EV ทำตัวได้น่ารักสมราคาและเมื่อฝนตกลงมาอย่างแรง มันก็แสดงศักยภาพของรถยนต์ไฟฟ้าที่วิ่งฝ่าสายฝนหนักได้โดยปราศจากปัญหา ยาง225 สอดรับกับสมรรถนะ ให้การทรงตัวที่ดี ยึดเกาะได้ในระดับที่น่าพึงพอใจตอนฝนตกแล้วลองขับ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงก็ไปรอด แค่ระวังแอ่งน้ำที่ต้องลดความเร็วลงไปบ้างเผื่อเหลือเผื่อขาดป้องกันอาการเหินน้ำ
ขับออกทางไกลไปแถวด่านเนินหอม อุทยานเขาใหญ่แล้ววกกลับ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ขนาด ความจุ 67.08 kWh ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าวางหน้า ให้พละกำลัง 242 แรงม้า แรงบิด 275 นิวตันเมตร เพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน อัตราเร่งแค่ 7.9 วินาที ในการตะกายไป 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จริงๆแล้ว...ตัวเลขอัตราเร่งระดับนี้ ไม่ใช่เรื่องหวือหวาอะไรสำหรับรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่ที่ผลิตในจีน แต่ก็ถือว่าเพียงพอเหลือแหล่ และทำให้ควบคุมง่าย ไม่ส่ายเป็นงูเพราะแรงเกินไปเมื่อเร่งจนสุด สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน มันเป็นรถที่มีความน่าใช้อยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะรูปทรง พื้นที่ และความสบาย ที่สำคัญกว่านั้นคือ ระยะทางวิ่งสูงสุดที่เคลมมาประมาณ 440 กิโลเมตร วิ่งจริงประมาณ 380 กิโลเมตร ด้วยการใช้คันเร่งแบบค่อยเป็นค่อยไป ถ้าสนุกกับความเร็วแล้วกดไม่ยั้ง ระยะทางน่าจะหดสั้นเหลือน้อยลงไปอย่างรวดเร็วตามองศาคันเร่งที่ใช้ ผมทดสอบการทรงตัวในย่านความเร็วสูง เมื่อไม่มีกระแสลมปะทะด้านข้าง Lepas L6 EV วิ่งที่ความเร็วเกือบจะสูงสุดได้ดีพอสมควร แต่ไฟในแบตเตอรี่ที่หล่นวูบ ทำให้ต้องกลับมาใช้ความเร็วเดินทาง ขับเร็ว รับประทาน 17.2 กิโลวัตต์ต่อ 100 กิโลเมตร ขับคลานๆ ขึ้นลงอยู่ที่ 70 -80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บางครั้งทำได้ 13.7 กิโลวัตต์ต่อ 100 กิโลเมตร
ระบบชาร์จเร็ว DC กำลังไฟ 120 kW น่าพอใจใช้ได้ แม้จะไม่ใช่ระดับนำของคลาส สามารถชาร์จประจุไฟจาก 30-80% ได้ในเวลาประมาณ 22 นาที ยังมีระบบจ่ายกระแสไฟสู่อุปกรณ์ภายนอก (V2L) ติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ของตัวรถไปจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ได้ทันทีเมื่อออกกิจกรรมเอ้าท์ดอร์กลางแจ้ง
จุดที่ไม่ชอบก็คือ การเต้นของสปริงที่น่าจะปรับปรุงได้ แต่ก็แลกกลับมาด้วยความนุ่มนวลเมื่อขับผ่านผิวทางที่ไม่ดี กุญแจรีโหมด ควรอยู่กับตัว เอาวางไว้ที่ช่องเก็บของข้างแผงประตูบางครั้งระบบหากุญแจไม่เจอ ส่วนที่ชอบก็มีรูปลักษณ์ งานตกแต่งภายใน ตำแหน่งท่านั่งที่ดี รู้เลยว่าฝรั่งเป็นคนทำ เครื่องเสียง Sony กับลำโพง 8 ตำแหน่งที่ให้มาในรถราคา 8 แสน ถือว่าโอเคเลย การเชื่อมต่อง่าย เชื่อมแล้วไม่หลุด หาโทรศัพท์ที่เชื่อมไว้เจออย่างรวดเร็วเมื่อขึ้นรถ ส่วนฟังก์ชันการใช้งานต่างๆ ผมอยากมีเวลามากกว่านี้เพื่อที่จะได้ลองทุกอย่างที่รถรุ่นนี้มี แต่เวลาในการยืมรถทดสอบแค่ 5 วัน คงบอกอะไรได้ไม่เท่ากับลูกค้าที่ขับใช้งานทุกวัน โดยภาพรวม Lepas L6 EV รุ่นท็อป เทียบกับราคา 8 แสน บาทถือว่ารับได้ งานประกอบตัวถัง ภายนอก ภายใน ทำได้ดี รอยต่อต่างๆ ประณีตเนียนตา โทนสีสว่างของภายในต้องระวังเรื่องความสกปรก แต่ก็มีน้ำยาทำความสะอาดที่จะขจัดคราบที่เกิดจากการใช้งานออกไปได้ มันเป็นรถที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรแม้แต่จุดเดียว แต่เมื่อเอาทั้งหมดมารวมกัน กลับทำให้เกิดความรู้สึกอยากได้ขึ้นมาเฉยเลยละครับ.
อาคม รวมสุวรรณ E-Mail chang.arcom@thairath.co.th Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/
奇瑞集团旗下全新品牌Lepas正式进军泰国电动汽车市场,旨在打造独具特色的高端大众市场品牌形象。在2026年曼谷国际车展亮相后,Lepas正式加入奇瑞集团在泰国的品牌阵容,与Omoda、Jaecoo和iCaur共同组成奇瑞集团在泰国的电动汽车产品线。
奇瑞原本希望子品牌多元化不会造成客户竞争,但事实并非如此。四个子品牌都在争夺销量,各自拥有独特的风格和配置。深入探究其设计核心,乐派(Lepas)品牌力求将速度、动力和美学融为一体,形成统一的设计语言。这种理念体现在乐派车辆的表面、细节和比例之中。在泰国市场推出的L6车型便清晰地展现了这一设计理念,尤其是其采用“豹眼”造型的LED前大灯,与车身凌厉的肩线完美融合,在道路上营造出鲜明且极具辨识度的个性。乐派的设计工作由全球首席设计师伊万·杜拉诺维奇(Ivan Dulanovic)领导,他负责管理位于芜湖(公司总部所在地)和上海的设计工作室。事实上,杜拉诺维奇计划未来在欧洲开设一家 Lepas 设计工作室,但他表示现在透露有关新欧洲办事处的更多细节还为时过早。
Lepas L6 EV Comfort FWD 售价 769,900 泰铢
Lepas L6 EV Premium FWD 829,900 泰铢(测试车辆)
设计与车身造型:Lepas L6 是一款 C 级 SUV/跨界电动车,采用五门五座车身设计。根据官方资料,它基于 LEX 新一代智能平台打造。车身经过空气动力学设计,有效降低了空气阻力,风阻系数仅为 0.28 (cd 0.28)。Leopard Aesthetics 设计理念从豹子的敏捷身姿和强大力量中汲取灵感,将动感的车身线条与高端大众市场美学完美融合。外观设计亮点包括短小紧凑的前悬,以及棱角分明的线条,营造出流畅动感的视觉效果。它配备了采用标志性豹眼设计的双透镜LED前大灯(带日间行车灯)、贯穿式超红LED尾灯(横贯车尾)、带电动遮阳帘的全景玻璃天窗(对于一辆售价80万泰铢的汽车来说,这是一项相当重要的配置)、带银色车顶行李架的后扰流板、带除雾功能的电动折叠/调节后视镜,以及车身和车窗上的镀铬装饰。车门把手的设计兼顾了空气动力学原理,但采用了符合中国政府安全政策的简易开合机构。
品牌首席设计师伊万·杜拉诺维奇(Ivan Dulanovic)将担任奇瑞集团旗下LEPAS品牌的首席设计师或设计总监。他带领团队打造了“豹纹美学”设计语言和“自然能量”设计理念。杜拉诺维奇的设计生涯始于塞尔维亚的工业设计专业,之后他决定转战汽车设计领域,前往意大利的理工学院设计学院(Scuola Politecnica di Design)深造。毕业后,他先后在兰博基尼和奥迪两大品牌担任要职,从两家品牌的资深设计师和设计管理团队中汲取了宝贵的经验。这段经历至今仍对杜拉诺维奇的设计工作产生着深远的影响。
另一个重要的转折点发生在杜拉诺维奇参观Italdesign的油泥模型工作室时。在那里,他遇到了他最欣赏的设计师之一菲利波·佩里尼,佩里尼后来邀请他加入工作室。在Italdesign的两年里,伊万·杜拉诺维奇参与了从跑车、乘用车到中国汽车制造商的各种项目。这激发了他对快速发展的中国汽车工业的兴趣。他与奇瑞的合作证实了他之前听到的关于中国汽车工业惊人发展速度的说法。
在接受媒体采访时,杜拉诺维奇详细阐述了设计理念,他指出,Lepas 空气动力学和车身结构的重要性在于它展现了自然能量,或者说“强劲的自然能量”。因此,需要一个统一的象征性标识,以便与客户进行清晰有效的沟通。Lepas L6 的前大灯如同豹子的眼睛,其肩线则直接取材于豹子的眼睛和身体,这些都是所有 Lepas 车型共有的独特特征。
Lepas L6 拥有独特的基因,其设计风格清晰明了,是一款极具辨识度的电动汽车。它的设计并非为了博取同行设计师的赞赏或满足个人喜好,而是为了那些可能缺乏深厚设计知识的普通消费者。“豹眼”造型本身就极具辨识度,无需过多解释其设计理念——一种强而有效的设计方法。Lepas L6 的车身尺寸为长 4,570 毫米、宽 1,852 毫米、高 1,683 毫米,轴距为 2,700 毫米。它的最大涉水深度为 500 毫米,后备箱容积为 323 升(后排座椅可按 60:40 比例放倒,可扩展至 1,255 升),此外还配备了一个 99 升的地板下储物格和一个 38 升的前备箱(前备箱)。
轮毂和轮胎尺寸:顶配的Lepas L6车型配备19英寸多辐合金轮毂,采用动感十足的空气动力学设计。相比舒适型车型的18英寸轮毂,尺寸更大。轮胎尺寸为255/55 R19。
出厂时刹车卡钳就喷涂了红色,更显运动感。随车附赠一套轮胎修理工具包和一套应急轮胎修理工具包。
我很喜欢L6 EV的内饰设计理念,包括柔和的配色方案和漂亮的浅棕色仿木纹饰板。乙烯基包裹的合成泡沫仪表板与劣质的注塑成型塑料仪表板相比,隔音效果要好得多。L6 EV拥有出色的隔音措施,即使对于一款本身就很安静的电动汽车来说也是如此。它的后窗采用隐私玻璃,侧窗则采用隔音夹层玻璃,以增强吸音效果。
13.2英寸触摸屏提供全面的信息娱乐、设置和连接功能,并可作为560度全景影像显示器使用。在这个价位上,配备电动遮阳帘的全景天窗是一项令人欣喜的配置。其他功能包括双区自动空调系统、无线手机充电、多功能方向盘、前后驻车雷达、540度全景影像系统,以及自适应巡航控制和车道保持辅助等众多安全功能。
全合成皮革内饰、带温度控制的前排座椅、电动尾门、256色可调氛围灯、遥控泊车辅助系统以及索尼8扬声器音响系统。所有Lepas L6车型均拥有410升的后备箱容积,前备箱还额外提供99升的储物空间。L6车型还针对身材较高的驾驶员进行了特别调校,这可能意味着其操控灵活且响应迅速。悬架略微有些颠簸,但总体而言尚可接受,同时仍能保持足够的舒适性,有效吸收路面颠簸和坑洼。
座舱的设计灵感源于自然,通过精致的空间和旨在提升日常使用体验的科技,营造出低调奢华的美感。13.2英寸瀑布屏搭载骁龙8155处理器,带来如同智能手机般流畅、快速且人性化的使用体验。
我们来看看动力系统,也就是Lepas L6电动车的核心部件。它采用单电机设计,电机位于车头,横跨传动轴驱动前轮。该电机最大功率为242马力,最大扭矩为275牛·米。在激烈加速时,您可以感受到方向盘的扭矩转向,这正是275牛·米扭矩的体现。性能方面,L6电动车从静止加速到100公里/小时仅需7.9秒。电池组采用67.08千瓦时的磷酸铁锂电池(LFP),充满电后最大续航里程可达440公里。实际续航里程约为380公里(时速90-100公里/小时,具体取决于路况和驾驶方式)。
该充电系统和V2L(充电与V2L)支持直流快速充电,最大输入功率为120千瓦。直流充电速度可在约20分钟内将电量充至30%至80%。交流充电兼容家用标准壁挂式充电器。
LEPAS L6充电系统和功率等级支持基于400伏电气平台,支持交流电和直流电两种充电方式,充电速度符合当前标准。其最大输出功率为6.6千瓦至7千瓦(单相系统),非常适合家庭夜间充电。从0%充到100%大约需要9-10小时。
车辆到负载 (V2L) 系统支持最大 3.3 kW 的功率输出,让您在露营或进行户外活动时可以插入并为常用电器供电。
Lepas L6 电动车提供三种驾驶模式:经济模式、普通模式和运动模式。每种模式都会影响 67.08 kWh 电池的使用,每种模式都会根据不同的驾驶性能水平消耗不同的电量。
节能模式(Eco)旨在最大限度地提高能源效率,以延长续航里程,使其接近官方宣称的最大续航里程(根据NEDC标准为540公里)。车辆会逐步控制电机的动力输出。
普通模式:兼顾燃油效率和油门响应,适合日常使用。
运动模式优先考虑最大性能,从电池中汲取能量,输出218马力和275牛·米的扭矩。这使得0-100公里/小时加速时间达到7.9秒,但代价是电池消耗量最高,并且整体续航里程迅速下降。
Lepas L6 电动车配备了博世 IPB 2.0 线控刹车系统,该系统与协同式能量回收制动系统 (CRBS) 协同工作,可减速并将动能回收至电池。该刹车系统可根据所选驾驶模式自动调节制动力和响应速度。座椅设计合理,配备六向可调座椅,其中副驾驶座椅支持四向电动调节。后排座椅提供充足的腿部和头部空间,但两名乘客比三名乘客更舒适。中央扶手带有杯架,后排座椅可按不同方式折叠,以最大化后备箱空间。后备箱盖板采用滑动式设计,进一步体现了 Lepas 对细节的关注。
低速行驶时,转向灵敏轻盈,对于从燃油车转过来的车主来说,需要一些时间来适应。换成电动车则需要彻底调整驾驶风格、驾驶感受以及出行/充电计划。我喜欢它的简洁明了。在城市里,这款L6电动车虽然尺寸与本田CR-V相仿,但操控灵活,而且电动机的动力输出也相当不错。从红绿灯起步加速迅速灵敏。操控起来也很轻松,虽然存在一些扭矩转向(或称方向盘拉扯),但这对于扭矩超过260牛·米的前驱车来说很正常。除非起步时猛踩油门,否则几乎感觉不到。实际上,这种扭矩转向让我想起了MINI Cooper S。
悬挂系统虽然称不上出众,但也并不糟糕,与80万泰铢价位的竞争对手基本持平。减震器和弹簧的运动幅度似乎略大,但在不平整的路面上,它们能很好地吸收颠簸。车身侧倾并不明显,不会让人感到不适。电动助力转向在低速行驶时较为轻盈,高速行驶时则更加灵敏。方向盘的转向中心响应略显灵敏,但虚位很小。在平坦的道路上,Lepas L6 EV 的表现与其价格相符,令人赞叹;即使在暴雨中,它也展现了电动汽车的实力,操控自如。225毫米的轮胎与车辆的性能非常匹配,即使在雨天以100公里/小时的速度行驶,也能提供良好的稳定性和令人满意的抓地力。只需注意路面上的水坑,减速慢行以防止水滑即可。
我们驱车长途跋涉到达考艾国家公园的诺恩霍姆检查站,然后折返。这款车搭载67.08千瓦时的磷酸铁锂电池,配合前置电机,可输出242马力(约110千瓦)和275牛·米扭矩,足以满足日常使用。它仅需7.9秒即可加速到100公里/小时。说实话,对于一款现代中国制造的电动汽车来说,这个加速数据并不算惊艳,但已经足够,而且操控起来也很轻松;即使全力加速,车身也不会像蛇一样摇晃。考虑到它的设计、空间和舒适性,对于日常使用来说,这是一款非常实用的汽车。更重要的是,官方宣称的最大续航里程约为440公里,但实际续航里程在平稳加速的情况下约为380公里。如果您喜欢追求速度并猛踩油门,续航里程可能会显著缩短,具体取决于油门的输入。我测试了它在无侧风高速行驶时的稳定性; Lepas L6 EV 在接近最高速度时表现尚可,但电池电量下降迅速。这迫使我切换回更高的巡航速度。高速行驶时,百公里耗电量为 17.2 千瓦时;而以 70-80 公里/小时的稳定速度行驶时,百公里耗电量有时可降至 13.7 千瓦时。
120千瓦直流快充系统表现尚可,虽然并非同级领先。它可以在大约22分钟内将电量从30%充至80%。此外,该车还标配了V2L(车辆到外部电源)系统,可在户外活动期间直接从车辆电池获取电量,为其他电子设备供电。
我不太喜欢的地方包括弹簧的弹跳感,这方面还有改进的空间,不过在不平整的路面上行驶时,平顺性弥补了这一点。遥控钥匙应该放在触手可及的地方;把它放在门板储物格里,有时会导致系统无法找到它。我喜欢的是它的外观、内饰设计和舒适的座椅位置。很明显,这是一辆西方制造的汽车。配备8个扬声器的索尼音响系统对于一辆售价80万泰铢的车来说还算不错。连接功能简单可靠;进入车内后,它能迅速找到已连接的手机。我希望有更多的时间来测试所有功能,但5天的试驾不足以让我这个日常驾驶的消费者给出全面的评价。总的来说,顶配版的Lepas L6电动车对于80万泰铢的价格来说是可以接受的。它的做工,无论是外观还是内饰,都很好,接缝干净利落。明亮的内饰配色方案需要注意灰尘的积累,不过清洁剂可以去除污渍。它虽然没有哪一项特别突出的特点,但综合所有因素来看,却出人意料地让人想要拥有一辆。
Arcom Rumsawan 电子邮件:chang.arcom@thairath.co.th Facebook:https://www.facebook.com/chang.arcom https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/