← 返回新闻首页
泰国权威

“บุ๋ม ปนัดดา” ปัดเอี่ยวรุกที่ราชพัสดุ "ก๊อต-อธิป”โพสต์ยืนยันไม่ได้หลบหนี

“บุ๋ม-ปนัดดา” ควงทนายเข้าพบตำรวจ สภ.บ้านนา ให้ปากคำในฐานะพยานคดีสนามวิ่งเทรลรุกพื้นที่ราชพัสดุ ยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ขอสงวนสิทธิ์ไม่เปิดเผยรายละเอียดผ่านสื่อ หวั่นกระทบรูปคดี ขณะที่ “ก๊อต-อธิป”โพสต์ยืนยันไม่ได้หลบหนี อยู่ระหว่างปรึกษาทีมกฎหมาย

Thai PBSThai PBS查看原文 ↗
“Boom Panadda”否认参与侵占国有土地;“Got-Athip”发帖证实他并未在逃。

วันนี้ ( 1 พ.ย.2569) เรียกว่างานเข้ารัว ๆ สำหรับบุ๋ม-ปนัดดา ประธานมูลนิธิองค์กรทำดี ที่ที่ถูกออกมาเปิดข้อมูลอย่างต่อเนื่อง ทั้งปัญหาส่วนตัวกับก๊อต-อธิป สามี และกรณีการนำเงินที่ได้จากการบริจาค ผ่านมูลนิธิและองค์กรทำดีไปใช้ผิดวัตถุประสงค์มีการโอนไปให้ช่างก่อสร้างก่อสร้างพลูวิลลา ในจังหวัดภูเก็ต ก่อนเงินจำนวนหนึ่งจะโอนกลับไปยังสามี หลังจากข้อมูลถูกเปิดอย่างต่อเนื่องในช่วง 3 วันที่ผ่านมา

“บุ๋ม ปนัดดา” ปัดเอี่ยวรุกที่ราชพัสดุ "ก๊อต-อธิป”โพสต์ยืนยันไม่ได้หลบหนี

เมื่อวานนี้มีความเคลื่อนไหวของก็อต-อธิป ที่โพสต์ข้อความผ่านอินสตราแกรม ขณะที่"บุ๋ม-ปนัดดา" พร้อมด้วยทนายความ ปรากฎตัวอีกครั้ง โดยเดินทางไปยัง สภ.บ้านนา จังหวัดนครนายก ให้ข้อมูลตำรวจในฐานะพยานคดีสนามวิ่งเทลรุกพื้นที่ราชพัสดุ พร้อมส่งมอบเอกสารสัญญาซื้อขายที่ดิน ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมของสามี ก๊อต-อธิป ขอต่อสู้ตามขั้นตอนกฎหมาย เป็นการปรากฎตัวอีกครั้งแรกในรอบ 3 วัน ของบุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี โดยเมื่อวานนี้เวลา 14.00 น. บุ๋มพร้อมด้วยทนายความ ได้เดินทางไปยัง สถานีตำรวจภูธรบ้านนา ตำบลศรีกะอาง อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายกเพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวนให้ปากคำในฐานะพยานตามหมายเรียก แสดงความบริสุทธิ์ใจและชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีข่าวพาดพิงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการบุกรุกพื้นที่ราชพัสดุของสนามวิ่งเทล ซึ่งมีชื่อของ ก๊อต-อธิป สามีบุ๋ม-ปนัดดา เป็นเจ้าของ ตามสัญญาซื้อขายที่ดิน

ภาพโครงการพูลวิลล่า จ.ภูเก็ต เชื่อมโยงมูลนิธิองค์กรทำความดี

ในการเข้าพบครั้งนี้บุ๋ม-ปนัดดาได้นำเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะหลักฐานสัญญาซื้อขายที่ดินซึ่งมีชื่อของก๊อต-อธิป และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ส่งมอบให้กับตำรวจเพื่อใช้เป็นข้อมูลยืนยันว่าตนไม่มีส่วนรู้เห็นหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดตามที่มีกระแสข่าวปรากฏออกไปแต่อย่างใด บุ๋ม-ปนัดดา เปิดเผยภายหลังเข้าให้ปากคำว่ายังมีกำลังใจที่ดีเยี่ยม พร้อมต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมายทุกประการ เพื่อพิสูจน์ความจริงและรักษาความยุติธรรมให้เกิดขึ้น พร้อมขอความเมตตาและขอความเป็นธรรมจากพนักงานสอบสวน ทั้งในคดีที่เกี่ยวข้อง และคดีที่มีการแจ้งความไว้ที่กองบังคับการปราบปราม โดยขอโอกาสในการชี้แจงข้อมูลและพยานหลักฐานอย่างครบถ้วนรอบด้าน

ขณะเดียวกันขอสงวนสิทธิ์งดการแถลงข่าวตอบโต้ หรือเปิดเผยพยานหลักฐานต่างๆ ผ่านสื่อมวลชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อรูปคดี และการทำงานของตำรวจ ยืนยันว่ายินดีให้ความร่วมมือเกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกแห่งหากได้รับการประสานมา ด้านทีมทนายความระบุว่า การเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเองสะท้อนถึงความโปร่งใสและความพร้อมในการให้ความร่วมมือกับตำรวจอย่างเต็มที่ เพื่อคลายความสงสัยแก่สังคม

ขณะที่ก็อต-อธิป ก็มีความเคลื่อนไหว โดยได้โพสต์ข้อความในอินสตราแกรม ระบุจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น ผมไม่ได้นิ่งเฉยหรือหลบหนีไปไหน ขณะนี้กำลังปรึกษาทีมกฎหมาย เพื่อเตรียมชี้แจงข้อเท็จจริงกับพนักงานสอบสวนและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง จึงยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณะชนได้ในขณะนี้

ก๊อต-อธิป สามีบุ๋มปนัดา

ด้านน.ส. บุญยนุช แสงศรี หรือ "ออยศรี" เจ้าของเฟซบุ๊กแฟนเพจ "ออยศรีและผองเผือก" พร้อมด้วยนายภูวกร ศรีเนียน ในฐานะตัวแทนผู้เสียหาย นำเอกสารเข้ามาให้ปากคำและส่งมอบพยานหลักฐานเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กรณีที่แจ้งความดำเนินคดีกับมูลนิธิองค์กรทำดีและบุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ และฟอกเงิน ประเด็นใช้เงินที่ได้รับบริจาคจากประชาชนผิดวัตถุประสงค์ กรณีใช้เงินบริจาคสร้างพูลวิลลา ที่ จ.ภูเก็ต ออยศรี ให้สัมภาษณ์ว่า เข้าให้ปากคำในฐานะผู้เสียหาย โดยยืนยันว่า เงินบริจาคส่วนตัว ที่โอนเข้ามูลนิธิองค์กรทำดี จำนวน 1,000 บาท เป็นการบริจาคด้วยความบริสุทธิ์ใจ และต้องการให้ตรวจสอบว่า เงินบริจาคจากประชาชนถูกนำไปใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ของมูลนิธิหรือไม่ โดยไม่ได้มีความขัดแย้งส่วนตัว หรืออคติส่วนตัว กับบุ๋ม ปนัดดา และไม่ได้ต้องการสร้างกระแสให้กับตัวเอง

พร้อมกับตั้งข้อสังเกตว่า บัญชีรับบริจาคของมูลนิธิฯ ทั้งหมด 3 บัญชี ประกอบด้วย บัญชีชื่อมูลนิธิ จำนวน 1 บัญชี / บัญชีส่วนบุคคล อีก 2 บัญชี ที่มีชื่อบุ๋ม ปนัดดา ต่อท้าย ซึ่งการโอนเงินไปยังช่างเอ๋ ก่อนส่งต่อเข้าบัญชี สามีบุ๋ม ปนัดดา และการโอนเงินเกิน 50,000 บาท ที่ต้องใช้การสแกนใบหน้าของประธานมูลนิธิ เพื่ออนุมัติรายการ กรณีนี้ประธานมูลนิธิรับทราบการเบิกจ่ายเงิน และเป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่ รวมถึงการเบิกจ่ายเงินเกิน 5 แสนบาท ต้องมีมติที่ประชุมคณะกรรมการที่มีรายชื่อปรากฎในเอกสาร ควรต้องร่วมรับผิดชอบ แม้จะลาออกภายหลังส่วนประเด็นที่สังคมจับตา หลังทนายเดชา พูดถึง "ตัวละครลับ" หรือ "ลาสบอส" นางสาวบุญยนุช ระบุว่า ไม่ทราบว่าเป็นใคร เช่นเดียวกับ กรณีที่มีกระแสข่าวว่า บุ๋ม ปนัดดา นัดเจอกับสามีแล้ว

ขณะที่ นายภูวกร ศรีเนียน ระบุว่า ตรวจสอบข้อมูลของเจ้าหน้าที่รัฐ พบว่า มูลนิธิฯ ยังไม่ได้นำส่งงบการเงินย้อนหลัง 2 ปี ตั้งแต่ ปี 2567-2568 ทั้งที่ ก่อนหน้านี้ มีการยื่นงบการเงิน ในปี 2565 และ 2566 ตามปกติ ซึ่งประเด็นที่มีการร้องเรียนว่า เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ไม่สามารถยอมความ หรือ ถอนคำร้องได้ ย้ำว่า ต้องการให้กระบวนการยุติธรรมตรวจสอบข้อเท็จจริง และเส้นทางการเงิน อย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้เกิดความชัดเจน และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

อีกประเด็นสลิปการโอนเงินของบุ๋ม-ปนัดดา จากบัญชีมูลนิธิ ไปยังบริษัทรับเหมาของช่างเอ๋ เพื่อก่อสร้างพลูวิลลาในจังหวัดภูเก็ต ก่อนถูกโอนต่อไปให้ก๊อต-อธิป สามีซึ่งบุ๋ม-ปนัดดา อ้างว่าโอนเป็นเป็นค่าก่อสร้างมูลนิธิองค์กรทำดี ตั้งอยู่ที่ จ.ปทุมธานี แต่ ช่างเอ๋ ก็ออกมาปฏิเสธว่าไม่ได้ถูกว่าจ้างให้ก่อสร้างมูลนิธิองค์กรทำดี ที่ จ.ปทุมธานี

ล่าสุดน.ส.อำนวยพร มณีวรรณ์ หรือทนายกุ้ง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "ผู้รับเหมาก่อสร้างมูลนิธิองค์กรทำดี ที่จังหวัดปทุมฯ ติดต่อมาแล้ว ค่าจ้างที่โอนมาจากบัญชีมูลนิธิ ก็ได้โอนกลับไปยังคนใกล้ตัว 10กว่าล้าน" ต่อมาทนายกุ้งยังได้ไลฟ์ ตั้งข้อสังเกตุเรื่องการใช้เงินมูลนิธิ ทั้งที่ก็อต-อธิป ไม่ได้เป็นกรรมการหรือมีตำแหน่งในมูลนิธิ แต่เหตุใดจึงสามารถสั่งการเบิกจ่าย หรือถือเอกสารสำคัญในมูลนิธิได้ จึงอยากตั้งคำถามว่าเหตุใดจึงบริหารมูลนิธิเหมือนธุรกิจครอบครัว และถามถึงการใช้เงินบริจาคของมูลนิธิว่าในการเบิกจ่ายหรือทำธุรกรรมใด ๆ กรรมการคนอื่น ๆ ถึงไม่มีส่วนรู้เห็น โดยเฉพาะกับเหรัญญิก ที่จะต้องรู้ความเคลื่อนไหวของเงินทั้งหมดที่มีการรับเข้าและเบิกจ่ายออก ขณะที่ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ โพสต์ข้อความสั้น ๆ ถึงสิ่งที่หลาย ๆคน ให้ความสนใจ ระบุว่า "last Boss คือกรมสรรพากรครับ เพราะจะทำการยึดทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของแผ่นดิน 555" ขณะเดียวกันได้ไลฟ์ให้ข้อมูลเชื่อว่าบุ๋ม ปนัดดาทราบเรื่องการนำเงินบริจาคของมูลนิธิไปสร้างพูลวิลล่าที่ จ.ภูเก็ต ตั้งแต่แรก เนื่องจากหากเป็นการถูกหลอกอย่างที่กล่าวอ้างจริง จะต้องแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทำให้เกิดข้อสงสัยมากขึ้น รวมถึงการมีบัญชีรับบริจาค 2 ชุดที่ทำให้เกิดคำถามการจัดการเงินบริจาคมีความโปร่งใสหรือไม่ รวมถึงเส้นทางการโอนเงินจำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับนายก๊อต สามีด้วย

"บุ๋ม ปนัดดา" พบตำรวจ สภ.บ้านนา แจงปมสามีบุกรุกที่ดินราชพัสดุ

ออกหมายเรียก 4 คน ปมที่ดินราชพัสดุนครนายก เชิญ "บุ๋ม ปนัดดา" ให้ปากคำฐานะพยาน

เปิดข้อบังคับ "มูลนิธิองค์กรทำดี" ปธ.เบิกจ่ายไม่เกิน 5 แสน/ครั้ง หากยุบทรัพย์สินยกให้สภากาชาด

มูลนิธิองค์กรทำความดี

手机左右滑动,电脑按 ← → 键,也能切换新闻