จี้รัฐปลดล็อกท่องเที่ยว ลุ้นปี 70 ต่างชาติเข้าไทย 34 ล้านคน政府被敦促解除旅游限制,希望到 2027 年泰国能吸引 3400 万外国游客。
“ม.หอการค้า” ชี้ท่องเที่ยวไทยปี 69 ต่างชาติลด 4% เหลือ 31.5 ล้านคน ลุ้นปี70 ฟื้นเข้าไทย 34 ล้านคนสร้างรายได้ 1.6 ล้านล้านบาท เตือนคู่แข่งเวียดนามมาแรง จี้รัฐเพิ่มเที่ยวบิน เคลียร์นโยบายวีซ่า ยกระดับความปลอดภัย เรียกเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

วันนี้ ( 3 พ.ย.2569) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยในปี 2569 ยังเผชิญความท้าทายด้านการแข่งขันและการฟื้นตัว คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยประมาณ 31.5 ล้านคน ลดลง 4% จากปีก่อน และต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่ 32-34 ล้านคน จากผลกระทบของสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง ราคาน้ำมันผันผวน และต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้น ประกอบกับการแข่งขันจากประเทศคู่แข่ง โดยเฉพาะเวียดนามที่มีความคุ้มค่าด้านราคาและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ รวมถึงจีนและญี่ปุ่นที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
นอกจากนี้ ผลสำรวจผู้ประกอบการท่องเที่ยวยังสะท้อนข้อจำกัดสำคัญของไทย ทั้งจำนวนเที่ยวบินและที่นั่งโดยสารที่ไม่เพียงพอ ความไม่ชัดเจนของนโยบายวีซ่า ปัญหาด่านชายแดน และต้นทุนการท่องเที่ยวที่สูง ขณะที่ภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยจากข่าวอาชญากรรมและแก๊งสแกมเมอร์ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะตลาดจีนที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่
อย่างไรก็ตาม ในปี 2570 คาดว่าการท่องเที่ยวไทยมีโอกาสฟื้นตัว โดยตั้งเป้าดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาอยู่ที่ประมาณ 34 ล้านคน สร้างรายได้ราว 1.6 ล้านล้านบาท ขยายตัวประมาณ 7.5% จากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นและราคาน้ำมันที่มีโอกาสผ่อนคลายลง แต่โจทย์สำคัญคือรัฐบาลและภาคธุรกิจจะสามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างได้มากน้อยเพียงใด
จี้รัฐปลดล็อกท่องเที่ยว ลุ้นปี 70 ต่างชาติเข้าไทย 34 ล้านคน
ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งเพิ่มเที่ยวบินและจำนวนที่นั่งโดยสาร สร้างความชัดเจนด้านนโยบายวีซ่า แก้ไขปัญหาด่านชายแดน และยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อฟื้นฟูภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ควบคู่กับการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย เนื่องจากปัจจุบันประเทศคู่แข่งต่างเร่งพัฒนาสินค้าและบริการท่องเที่ยวเพื่อดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลก
ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจไทยปี 2569 ม.หอการค้าไทย ประเมินว่ามีโอกาสขยายตัวได้ประมาณ 2.5% โดยมีแรงขับเคลื่อนจาก 4 เครื่องยนต์สำคัญ ได้แก่ การลงทุนภาคเอกชน การส่งออก การใช้จ่ายภาครัฐ และการท่องเที่ยว ซึ่งการลงทุนยังเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ซึ่งมีมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมสูงกว่าปีละ 1 ล้านล้านบาทต่อเนื่อง รวมถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Center ที่เป็นโอกาสให้ไทยเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลก
ขณะที่การส่งออกยังขยายตัวได้ดีจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น แต่สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรยังขยายตัวไม่โดดเด่น ประกอบกับการนำเข้าสินค้าทุนและเครื่องจักรที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท เป็นปัจจัยหักล้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังเป็นแรงหนุนสำคัญในการประคองเศรษฐกิจ ท่ามกลางข้อจำกัดจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและความท้าทายด้านการเติบโตในระยะยาว
ทั้งนี้ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ทำการสำรวจความเห็นผู้ประกอบการท่องเที่ยว 368 ราย ซึ่ง63%เป็นธุรกิจที่พักและร้านอาหาร มีรายได้จากนักท่องเที่ยว 25%ขึ้นไป พบว่า 1เดือนแรกปี69 จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง25.46 ล้านคน ลดลง 4.5% แต่รายได้ต่อคนต่อทริปเพิ่มขึ้น 1.8% สาเหตุที่นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลง 48% ตอบว่า มาจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้ และ 25% ตอบว่า มาจากข้อจำกัดของไทยเอง เช่น เที่ยวบิน ด่าน วีซ่า ความปลอดภัย
ทั้งนี้ตลาดนักท่องเที่ยวที่ยังเป็นความหวังของผู้ประกอบการไทย 43% ตอบว่า จีน รองลงมาเป็นอาเซียน อินเดียและเอเชียใต้26% และ ยุโรป 16% โดยความเสี่ยงหลักในปี70 มองว่า ราคาพลังงานที่สูง จากความตึงเครียดในตะวีนออกกลาง ซึ่งมาตการที่ผู้ประกอบการไทยต้องการให้ภาครัฐเร่งดำเนินการมากสุดคือ เพิ่มเที่ยวบนตรง การแก้ปัญหาด่านชายแดน สูงถึง 42%
นทท.สะท้อนปัญหาพืชสวนโลกอุดรฯ ร้อนจัด-รถรางน้อย-จุดพักไม่เพียงพอ
อุดรฯ เตรียมรับ ครม.สัญจร-จัดมหกรรมพืชสวนโลก ชูโจทย์กระจายรายได้
รู้จัก "มหกรรมพืชสวนโลก" 2569 ทำไมจัดที่อุดรธานี
เบรกเก็บภาษีเดินทางนอกประเทศ "เอกนิติ" หวั่นกระทบท่องเที่ยวไทย
มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
มาตรการรักษาความปลอดภัย
นักท่องเที่ยวต่างชาติ
มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ผู้ประกอบการท่องเที่ยว
2026年11月3日,泰国商会大学校长塔纳瓦·波尔维猜先生评估认为,2026年泰国旅游业在竞争和复苏方面仍将面临挑战。他预测,届时将有约3150万外国游客到访泰国,较上年下降4%,低于原定的3200万至3400万的目标。这主要是由于中东冲突、油价波动、旅行成本上涨以及来自竞争对手(尤其是越南)日益激烈的竞争所致。越南凭借更高的性价比和不断涌现的新旅游景点,而中国和日本等国的竞争力也在不断增强。
泰国大学商会主席 Thanawat Polvichai 先生。
此外,对旅游经营者的调查显示,泰国面临诸多限制,包括航班和座位数量不足、签证政策不明确、边境问题以及旅游成本高昂。同时,犯罪和诈骗团伙的新闻持续影响着外国游客的安全感,尤其是尚未完全恢复的中国市场。
然而,预计到2027年,泰国旅游业将复苏,目标是吸引约3400万外国游客,创造约1.6万亿泰铢的收入,增幅约为7.5%。这一预期基于全球经济前景的改善和油价可能回落。但关键挑战在于政府和私营部门能否有效解决结构性问题。
政府被敦促解除旅游限制,希望到 2027 年泰国能吸引 3400 万外国游客。
政府亟需增加航班和客运量,明确签证政策,解决边境问题,并提升安保措施,以重塑国际游客对泰国的信心和形象,同时增强泰国的竞争力。这是因为其他国家正在加速发展旅游产品和服务,以吸引世界各地的游客。
展望2026年,泰国商会大学(UTCC)预测,泰国经济将增长约2.5%,主要动力来自四大关键领域:私营部门投资、出口、政府支出和旅游业。投资仍然是至关重要的因素,尤其是泰国投资促进委员会(BOI)推动的项目,该委员会每年收到的申请金额均超过1万亿泰铢。这些投资涵盖电子产业、人工智能(AI)和数据中心等领域,为泰国融入全球技术供应链提供了机遇。
尽管受电子产品需求增长的推动,出口持续强劲扩张,但农产品和农工产品并未出现显著增长。加之资本货物和机械进口增加,泰国贸易逆差超过1万亿泰铢,抵消了经济增长。在家庭债务和长期增长面临挑战的制约下,政府支出和经济刺激措施仍然是支撑经济的关键驱动力。
泰国商会大学经济与商业预测中心的一项调查显示,2026年1月,368家旅游企业(其中63%为住宿和餐饮企业,且至少25%的收入来自游客)的营业额下降了4.5%。然而,人均每次旅行的收入却增长了1.8%。48%的受访者认为外国游客数量的减少是不可控的外部因素造成的,而25%的受访者则认为是泰国自身存在的限制因素,例如航班时刻表、边境检查站、签证要求和安全问题。
泰国旅游运营商表示,中国仍然是最具发展潜力的市场,43%的受访者持肯定态度。其次是东盟、印度和南亚(26%),以及欧洲(16%)。他们认为,2027年的主要风险是由于中东局势紧张导致能源价格高企。42%的运营商表示,他们最希望政府紧急解决的措施是增加直飞航班和解决边境问题。
游客反映乌隆他尼园艺博览会存在以下问题:天气酷热、电车服务不足、缺乏休息站。
乌隆他尼准备在曼谷以外的地方召开内阁会议,并举办世界园艺博览会,重点关注收入分配问题。
了解 2026 年国际园艺博览会:为什么选择在乌隆他尼举办?
“Ekniti”提议暂停实施海外旅游税,担心这将对泰国旅游业产生负面影响。
经济刺激措施
安全措施
外国游客
泰国大学商会
旅游企业家