เตือนอินฟลูฯ รับบริจาค ใช้ผิดวัตถุประสงค์ เสี่ยงคดีฉ้อโกง-ฟอกเงิน网红们请注意:滥用捐款可能导致欺诈和洗钱指控。
ผบ.ตร. สั่งลุยสอบมูลนิธิ-อินฟลูฯ เตือน รับบริจาค ใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ เสี่ยงคดีฉ้อโกง-ฟอกเงิน กรณี บุ๋ม ปนัดดา ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย

วันนี้ (4 พ.ย. 69) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ภายหลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการให้ตรวจสอบและจัดระเบียบมูลนิธิ องค์กร หรือกลุ่มบุคคลที่เปิดรับบริจาคและอาจมีพฤติการณ์หลอกลวงประชาชน
พล.ต.อ.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ ประสานความร่วมมือกับฝ่ายปกครองและสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบข้อมูลและสืบสวนหาข่าวเกี่ยวกับมูลนิธิ องค์กร และกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ต้องสงสัย
หากพบว่ามีการหลอกลวงหรือฉ้อโกงประชาชน โดยอาศัยความมีน้ำใจของผู้ที่ต้องการบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก แต่กลับนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
เปิดพฤติการณ์มูลนิธิปลอม ใช้โซเชียลฯ เรียกความสงสารรับบริจาค
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุว่า ปัจจุบันพบพฤติการณ์สร้างมูลนิธิปลอม จัดตั้งกลุ่มองค์กร หรือผลิตคอนเทนต์เปิดรับบริจาคที่อาจเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน โดยอาศัยชื่อเสียงหรือสถานการณ์ต่าง ๆ สร้างกระแสเรียกร้องความสงสารและความเห็นใจ ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการระดมเงินบริจาค
ขณะเดียวกัน ยังพบวิธีการรับบริจาคแบบเดิม ทั้งการตั้งโต๊ะ ตั้งกล่องรับบริจาคตามสถานที่ต่าง ๆ และการเดินเรี่ยไรตามบ้าน ซึ่งตำรวจได้ดำเนินคดีมาอย่างต่อเนื่องตามที่ปรากฏเป็นข่าว
คดีบุ๋ม ปนัดดา อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน
ส่วนกรณีล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิองค์กรทำดี ซึ่งมีนางสาวปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือ “บุ๋ม ปนัดดา” เกี่ยวข้องนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)
เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องอย่างละเอียดรอบคอบ หากพบว่าบุคคลใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
เตือนอินฟลูฯ รับบริจาคผิดวัตถุประสงค์ เสี่ยงคดีฉ้อโกง-ฟอกเงิน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า สนับสนุนองค์กรและบุคคลที่มีจิตอาสาและตั้งใจช่วยเหลือสังคมอย่างสุจริต โปร่งใส แต่เตือนผู้ที่ตั้งใจหลอกลวง รวมถึงผู้มีชื่อเสียงและอินฟลูเอนเซอร์ที่ใช้สถานการณ์หรือกระแสสังคมเป็นช่องทางรับบริจาค ก่อนนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือโยกย้ายถ่ายโอนเงิน ขอให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว
เนื่องจากอาจเข้าข่ายความผิดอาญาฐานฉ้อโกงประชาชน ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน และอาจมีมาตรการยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ หากมีการโพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์หรือเว็บไซต์ว่าจะนำเงินไปช่วยเหลือสังคม แต่ไม่ดำเนินการตามที่กล่าวอ้าง ก็อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ได้ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน
ทั้งนี้ การจัดตั้งมูลนิธิต้องจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนการเปิดรับบริจาคหรือเรี่ยไรต้องขออนุญาตจากเจ้าพนักงานตามที่กฎหมายกำหนด
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสมูลนิธิ องค์กร หรือบุคคลที่มีพฤติการณ์ฉ้อโกงหรือเปิดรับบริจาคไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง
อายัดทรัพย์ "บุ๋ม ปนัดดา" บ้าน ที่ดิน รถ กระเป๋าหรู เงินกว่า 100 ล้านบาท
“บุ๋ม ปนัดดา” ขอโทษสังคมและผู้ร่วมบริจาคเงิน เตรียมนำทรัพย์สินส่วนตัวมาจัดการปัญหา
สรุป 5 ประเด็น “บุ๋ม ปนัดดา” ขอโทษผู้บริจาค ย้ำพร้อมรับผิดชอบ
"บุ๋ม ปนัดดา" พร้อมทนายเข้าให้ปากคำตำรวจ ยืนยันความบริสุทธิ์พร้อมสู้คดี
"บุ๋ม ปนัดดา" เคลื่อนไหวล่าสุด เตรียมหลักฐานสู้กลับ จะทำทุกวิธีเพื่อได้เงินมูลนิธิกลับมาทุกบาททุกสตางค์
ที่มาข้อมูล : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ที่มารูปภาพ : สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
นักข่าวสายโซเชียล รายงานข่าวประเด็นสังคมและความเคลื่อนไหว เน้นการนำเสนอการสรุปข้อมูลที่รวดเร็ว ชัดเจน และเข้าใจง่าย
今天(2026年11月4日),泰国皇家警察发言人西里瓦·迪波少将透露,根据总理兼内政部长阿努廷·查恩维拉库尔的命令,已下令对募集捐款并可能从事欺诈公众活动的基金会、组织或个人团体进行调查和监管。
泰国皇家警察总监萨姆兰·努安玛警长已指示全国所有相关警察部门与地方政府和反洗钱办公室(AMLO)合作,核实信息并收集有关表现出可疑行为的基金会、组织和个人团体的情报。
如果发现有人欺骗或诈骗公众,利用那些希望捐款帮助穷人的慷慨之心,却将钱用于不正当目的或非法获利,则必须果断采取法律行动。
揭露虚假基金会利用社交媒体博取同情、募集捐款的惯用伎俩。
国家警察局发言人表示,目前存在一些不法分子创建虚假基金会、成立虚假组织或制作虚假内容以骗取捐款的案例,这些行为可能构成对公众的欺诈。这些不法分子利用公众声誉或各种情况,通过社交媒体(主要的筹款渠道)博取同情和同情。
与此同时,传统的募捐方式仍在继续,例如在不同地点设置募捐桌和捐款箱,以及挨家挨户募捐。据新闻报道,警方一直在持续打击此类案件。
目前,Boom Panadda的金融交易案件正在接受调查。
关于涉及善行基金会的最新案件,牵涉到 Panadda Wongphudee 女士(又名“Boom Panadda”),目前该事件正在中央调查局 (CIB) 经济犯罪抑制部门 (ECSD) 的调查中。
当局正在收集证据,并对所有相关金融交易进行细致调查。一旦发现有人参与不法行为,将依法严惩,并对所有相关方予以公平公正的对待。
网红们被警告不要接受用于不正当目的的捐款;否则将面临欺诈和洗钱指控。
泰国皇家警察重申支持那些秉持志愿精神、真诚透明地帮助社会的组织和个人。但同时警告那些蓄意欺骗的人,包括利用社交场合或热点话题作为渠道募集捐款,然后挪用或转移资金的名人和网红,必须立即停止此类行为。
因为这可能构成对公众的欺诈,属于洗钱法规定的犯罪行为,并可能导致相关资产被扣押或冻结。此外,如果在社交媒体或网站上发布信息承诺将资金用于社会公益事业,但并未履行承诺,则根据事实和证据,也可能构成《计算机犯罪法》规定的犯罪。
此外,成立基金会需要依法进行适当注册,接受捐赠或筹款需要依法获得有关当局的许可。
泰国皇家警察请求公众合作。如果您发现任何有关基金会、组织或个人从事欺诈活动或索取不正当捐款的信息,请拨打泰国皇家警察24小时热线1599举报。
当局查封了女演员 Boom Panadda 的资产,包括她的房屋、土地、汽车、名牌手提包和现金,总额超过 1 亿泰铢。
“Boom Panadda”向公众和捐助者道歉,并计划动用个人资产来解决这个问题。
5 个关键点总结:“Boom Panadda”向捐助者道歉,并强调她已准备好承担责任。
女演员布姆·帕纳达在律师的陪同下向警方发表了声明,坚称自己无罪,并誓言要为自己辩护。
“Boom Panadda”采取了最新行动,准备证据进行反击,并誓言要尽一切可能从基金会追回每一分钱。
信息来源:泰国皇家警察。
图片来源:泰国皇家警察
社交媒体记者报道社会问题和时事,注重以快速、清晰、易懂的方式呈现信息。