เชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้น 3 เดือนติด ลุ้นจีดีพีโต 2.5% จับตาการเมือง ราคาน้ำมัน消费者信心连续第三个月回升,提振了人们对GDP增长2.5%的预期。但政治局势和油价仍面临风险。
ม.หอการค้าฯ เผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค ส.ค. เพิ่มขึ้นต่อเนื่องเดือนที่ 3 สูงสุดรอบ 6 เดือน สะท้อนกำลังซื้อและกิจกรรมเศรษฐกิจเริ่มฟื้น ลุ้นจีดีพีปีนี้แตะ 2.5% จับตาการเมือง ราคาน้ำมัน สงครามตะวันออกกลาง ผลเจรจา ART เล็งปรับจีดีพีไทย 10 ก.ย.นี้

วันนี้ ( 8 ก.ย.2569) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค.2569 อยู่ที่ 53.2 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 สูงสุดรอบ 6 เดือน นับตั้งแต่เดือน มี.ค.2569 สะท้อนว่าความเชื่อมั่นของประชาชนเริ่มฟื้นตัว หลังความกังวลต่อภาวะสงครามและเศรษฐกิจโลกผ่อนคลายลง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนความเชื่อมั่น มาจากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านที่เริ่มคลี่คลาย ทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกและในประเทศยังไม่ปรับขึ้นรุนแรง ประกอบกับรัฐบาลเดินหน้ามาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3
นอกจากนี้ การท่องเที่ยวในเดือน ก.ค.-ส.ค. เริ่มฟื้นตัวชัดเจนหลังชะลอลง เช่นเดียวกับการส่งออกยังขยายตัวเกือบ 20% ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะเงินลงทุนจากต่างประเทศในกลุ่มเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมทั่วไปยังไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง ขณะที่มาตรการ ไทยช่วยไทยพลัส มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 1.4 แสนล้านบาทในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีส่วนช่วยพยุงกำลังซื้อและสร้างแรงส่งต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
เชื่อมั่นผู้บริโภคฟื้น 3 เดือนติด ลุ้นจีดีพีโต 2.5% จับตาการเมือง ราคาน้ำมัน
อย่างไรก็ตาม แม้ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวดีขึ้น แต่ดัชนีส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนว่าประชาชนยังมองว่าเศรษฐกิจไทยไม่ได้ฟื้นตัวอย่างชัดเจน เพียงแต่เริ่มเห็นสัญญาณในทิศทางที่ดีขึ้น โดยผู้บริโภคเริ่มมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อการซื้อรถยนต์ ที่อยู่อาศัย การเดินทางท่องเที่ยว รวมถึงโอกาสทางธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี
สำหรับ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ สถานการณ์การเมืองและราคาน้ำมัน ขณะเดียวกัน ราคาน้ำมันตลาดโลกเริ่มขยับเข้าใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ล่าสุดอยู่บริเวณ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่วนราคาน้ำมันในประเทศแตะระดับประมาณ 40 บาทต่อลิตรแล้ว หากสถานการณ์ยืดเยื้อ มีความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะทรงตัวในระดับสูงหรือปรับขึ้นต่อ ซึ่งจะเพิ่มแรงกดดันต่อต้นทุนภาคธุรกิจ กำลังซื้อ และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ก.ย.-ต.ค. จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจไทย ว่าจะเดินหน้าฟื้นตัวต่อเนื่องหรือสะดุดลงอีกครั้งซึ่งต้องจับตาทั้งทิศทางสงคราม ราคาน้ำมัน การเจรจา ART กับสหรัฐฯ รวมถึงสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ
สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย พบว่า ดัชนีโดยรวมปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ในรอบ 6 เดือน ขณะที่ดัชนีสถานการณ์ปัจจุบันปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 6 เดือน และดัชนีคาดการณ์ในอนาคตปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2
แต่ทั้งนี้ภาพรวมเศรษฐกิจยังไม่ได้ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ แต่ทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจเริ่มเห็นความหวัง โดยเฉพาะการลงทุนและการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในระยะต่อไป ขณะที่การจ้างงานมีโอกาสกลับมาดีขึ้นในช่วงไตรมาสแรกปีหน้า
หากรัฐบาลสามารถเดินหน้านโยบายปรับโครงสร้างพลังงาน รวมถึงการใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยเฉพาะวงเงิน 2 แสนล้านบาทในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพลังงานได้อย่างชัดเจน ควบคู่กับการต่อเนื่องของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโครงการ คนละครึ่ง และ ไทยช่วยไทยพลัส”สิ้นสุดในเดือน ก.พ. รวมถึงเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2570 จะช่วยประคองแรงส่งทางเศรษฐกิจให้ต่อเนื่องได้
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปีขยายตัวเฉลี่ย 2.4% โดยไตรมาสแรกขยายตัว 2.8% และไตรมาส 2 ขยายตัว 1.9% ขณะที่หลายสำนักยังประเมินเศรษฐกิจไทยทั้งปีไว้ในกรอบ 2.2-2.5% อย่างไรก็ตาม มองว่า เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวแตะ 2.5% หรือสูงกว่า จากค่ากลางที่ประเมินใกล้เคียง 2.3% โดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยจะประกาศปรับประมาณการเศรษฐกิจอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ก.ย.นี้
โดย สัญญาณจากดัชนีความเชื่อมั่นทั้งผู้บริโภคและภาคธุรกิจชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า เศรษฐกิจไทยกำลังเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว และมีแนวโน้มเห็นภาพชัดขึ้นในไตรมาส 4 ต่อเนื่องถึงไตรมาสแรกปีหน้า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยชี้ขาดในช่วง ก.ย.-ต.ค. ยังอยู่ที่สถานการณ์สงครามและราคาน้ำมัน ผลการเจรจา ART กับสหรัฐฯ ว่าไทยจะยังรักษาความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกได้เพียงใด รวมถึงเสถียรภาพทางการเมือง ซึ่งจะมีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นและความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ
ดัชนีเชื่อมั่นบริโภคฟื้นรอบ 4 เดือน หวั่นสงครามปะทุรอบใหม่ทุบจีดีพีร่วง
ไทยช่วยไทยพลัส-ราคาพลังงานลด ดันดัชนีเชื่อมั่นอุตฯ ฟื้นรอบ 4 เดือน
ดัชนีเชื่อมั่นบริโภคต่ำสุดรอบ 42 เดือน หวังไทยช่วยไทยดึงกำลังซื้อฟื้นครึ่งปีหลัง
เสถียรภาพทางการเมือง
ขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค
2026年9月8日,泰国商会大学经济与商业预测中心总裁兼首席顾问塔纳瓦·波尔维猜先生透露,2026年8月消费者信心指数为53.2,连续第三个月上升,并达到自2026年3月以来的六个月来的最高水平。这反映出随着对战争和全球经济担忧的缓解,公众信心正在恢复。
Thanawat Pholvichai 先生,泰国商会大学经济与商业预测中心总裁兼首席顾问。
提振市场信心的关键因素在于美国、以色列和伊朗之间冲突的缓和,这抑制了全球和国内油价的大幅上涨。此外,政府已连续第三个月继续推行“泰国互助加强版”经济刺激措施。
此外,旅游业在经历了一段低迷期后,于7月和8月呈现明显复苏态势,出口增长近20%。私营部门投资,特别是科技和一般工业领域的外资,持续流入。与此同时,“泰国互助泰国+”活动在过去三个月向经济注入了超过1400亿泰铢,有效提振了购买力,并为经济活动注入了动力。
消费者信心连续第三个月回升,提振了人们对GDP增长2.5%的预期。但政治局势和油价仍面临风险。
然而,尽管消费者信心指数有所改善,但大多数指标仍然低迷,反映出公众认为泰国经济尚未明显复苏,仅呈现出一些好转迹象。消费者对购车、购房、旅游以及中小企业的商业机会开始持更为积极的态度。
仍需密切关注的关键风险因素包括政治局势和油价。目前,受中东局势紧张影响,全球油价正逼近每桶100美元,目前约为每桶95美元。国内燃油价格已达到每升约40泰铢。如果这种情况持续下去,油价可能维持在高位或继续上涨,从而加大企业成本、购买力和燃油基金的压力。
9月和10月将是泰国经济的关键转折点,决定其能否继续复苏还是再次陷入困境。需要关注的因素包括贸易战的走向、油价、与美国的ART谈判以及国内政治局势。
根据泰国商会发布的信心指数,整体指数在过去六个月中连续第二个月改善。现状指数六个月来首次改善,未来预测指数也连续第二个月改善。
然而,整体经济尚未显著复苏,但消费者和企业都开始看到希望,尤其是在投资和旅游业方面,这两项将成为未来一段时间的关键驱动力。与此同时,就业形势有望在明年第一季度有所改善。
如果政府能够推进能源结构调整政策,包括明确利用4000亿泰铢贷款法令,特别是分配给能源领域的2000亿泰铢,再加上在“半价”和“泰援泰加强版”计划于2月结束后继续实施经济刺激措施,并加快2027年预算的拨付,这将有助于维持经济增长势头。
今年上半年,泰国经济平均增长2.4%,其中第一季度增长2.8%,第二季度增长1.9%。尽管许多机构预测全年增长率在2.2%至2.5%之间,但根据接近2.3%的预测中值,一些人认为全年增长率有可能达到2.5%甚至更高。泰国商会大学将于9月10日正式公布其修订后的经济预测。
消费者和企业信心指数均显示,泰国经济正进入复苏阶段,预计第四季度经济形势将更加明朗,并延续至明年第一季度。然而,9月至10月的关键因素仍将是战争局势和油价、泰国与美国就其维持出口竞争力的能力进行的ART谈判结果,以及政治稳定性,所有这些因素都将直接影响市场信心和经济政策的持续性。
消费者信心指数回升至四个月来的最高水平,但对爆发新战争的担忧可能导致GDP暴跌。
泰国助力泰国经济复苏——能源价格下降推动工业信心指数升至4个月来的最高水平。
消费者信心指数跌至 42 个月以来的最低点;希望泰国国内的支持措施能在今年下半年提振购买力。
政治稳定
美国与美国之间的冲突
消费者信心指数