“การดี” ชำแหละงบดีอี 1.3 หมื่นล้าน อัด Cloud First ยิ่งรวมยิ่งบวม政府对 130 亿泰铢的数字经济和社会 (DE) 预算进行了剖析,强调“云优先”方法,并指出合并只会增加预算规模。
ประชาธิปัตย์ชำแหละงบกระทรวงดีอี 1.3 หมื่นล้านบาท จี้สแกนนโยบาย Cloud First ยิ่งรวมยิ่งบวม จ่ายซ้ำซ้อน เตือนรัฐไร้สินทรัพย์ติดมือ

ประชาธิปัตย์ชำแหละงบกระทรวงดีอี 1.3 หมื่นล้านบาท จี้สแกนนโยบาย Cloud First ยิ่งรวมยิ่งบวม จ่ายซ้ำซ้อน เตือนรัฐไร้สินทรัพย์ติดมือ
วันที่ 8 กันยายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระที่ 2 ในการแปรญัตติมาตรา 16 งบประมาณของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ได้อภิปรายชำแหละการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงดีอีอย่างดุเดือดว่า ภาพรวมงบประมาณของกระทรวงดีอีถูกตั้งไว้สูงถึง 13,625 ล้านบาท แต่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ กลับปรับลดลงเพียง 25.8 ล้านบาท หรือคิดเป็นเพียงร้อยละ 0.19 เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยการปรับลดงบประมาณของกระทรวงอื่นๆ อย่างมาก
นางการดี ได้ชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติของนโยบายคลาวด์ เฟิร์ส (Cloud First) ของรัฐบาลว่าอยู่ในลักษณะ “ยิ่งรวมก็ยิ่งบวม” โดยแม้ว่าการเช่าพื้นที่ใช้คลาวด์ของแต่ละหน่วยงานจะลดลงร้อยละ 10 จาก 1,523 ล้านบาท เหลือ 1,359 ล้านบาท แต่เมื่อนำมารวมกับงบระบบคลาวด์ภาครัฐ (GDCC) จำนวน 4,980 ล้านบาท กลับพบว่า รายจ่ายรวมด้านคลาวด์สูงขึ้นเกินกว่าร้อยละ 50 โดยเฉพาะงบ GDCC เพียงอย่างเดียวพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 120 หรือเพิ่มขึ้นมากเป็นเท่าตัว นอกจากนี้ยังพบปัญหาการจัดทำงบประมาณที่ซ้ำซ้อน เนื่องจากยังมีอีก 45 หน่วยงานที่เช่าคลาวด์แยกต่างหากรวมมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท และอีกกว่า 40 หน่วยงานเสนอจัดตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของตัวเองเป็นเงินเกือบ 1,000 ล้านบาท
สาเหตุหลักที่หน่วยงานรัฐไม่ยอมใช้คลาวด์กลาง GDCC คือความยุ่งยากในกระบวนการโอนย้ายข้อมูล (Data Transition) และความไม่มั่นใจในระบบรักษาความปลอดภัยและชั้นความลับ ทั้งที่กระทรวงดีอีควรทำหน้าที่เป็นเหมือนผู้บริหารระดับสูงด้านเทคโนโลยี (CTO) ของประเทศที่สร้างความเชื่อมั่นสูงสุดได้ สะท้อนถึงความไม่สมดุลของการลงทุนเทคโนโลยีที่งบส่วนใหญ่ถูกเทไปที่โครงสร้างพื้นฐานและการเช่าใช้ แต่การลงทุนด้าน Data Platform และแอปพลิเคชันยังคงต่ำมาก
นางการดี เน้นย้ำว่า การเช่าใช้ที่ไม่มีสินทรัพย์ตกเป็นของรัฐ เมื่องบเช่าใช้คลาวด์เพียง 2 ปีสูงเกิน 1,000 ล้านบาท คาดการณ์ในอนาคตอาจพุ่งสูงถึง 50,000 ล้านบาท หากรัฐบาลเน้นแต่การเช่าโดยไม่วางโครงสร้างเทคโนโลยีที่แข็งแรง รัฐจะต้องแบกรับภาระรายจ่ายประจำมหาศาลกับเทคโนโลยียุคใหม่โดยไม่ได้ครอบครองสินทรัพย์ดิจิทัลเลย
นอกจากนี้ นางการดี ยังได้ยกตัวอย่างการตั้งงบประมาณซ้ำซ้อนในสังกัดกระทรวงดีอี คือ กรมอุตุนิยมวิทยา ในโครงการยกระดับพยากรณ์อากาศรายละเอียดสูง วงเงิน 492 ล้านบาท และงบปรับปรุงศูนย์ปฏิบัติการพยากรณ์อากาศ (War Room) พร้อมระบบสื่อและพยากรณ์อากาศ วงเงิน 58 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการผลาญงบประมาณโดยไม่จำเป็น เนื่องจากประเทศไทยมีหน่วยงานที่มีข้อมูลดาวเทียมและข้อมูลสภาพอากาศที่สมบูรณ์อยู่แล้ว เช่น GISTDA, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) หรือหน่วยงานในกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งควรใช้วิธีการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงาน แทนการตั้งงบประมาณเพื่อเริ่มนับหนึ่งใหม่ จึงขอเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ลงเพื่อประโยชน์สูงสุดในการใช้เงินแผ่นดิน
民主党对数字经济和社会部130亿泰铢的预算进行了详细审查,敦促对“云优先”政策进行审查,指出该政策导致通货膨胀加剧和重复支出,并警告政府已无资产可售。
2026年9月8日,在国会大厦,众议院就2027年预算案进行二读时,民主党议员卡迪·莱奥派罗(Kardee Leowpairoj)对数字经济与社会部(DE)预算第16条的修正案提出了强烈批评。她指出,数字经济与社会部的总预算高达136.25亿泰铢,但审议预算案的特别委员会仅削减了2580万泰铢,即仅0.19%,远低于其他部委的平均预算削减幅度。
卡迪女士指出政府“云优先”政策存在诸多不合理之处,并将其形容为“越多合并越臃肿”的局面。尽管各机构单独租用云空间的费用下降了10%,从15.23亿泰铢降至13.59亿泰铢,但加上政府数据中心云委员会(GDCC)49.8亿泰铢的预算,云支出总额却增长了50%以上。仅GDCC的预算就飙升了120%,翻了一番还多。此外,她还指出预算重复的问题,因为有45个机构单独租用了总额超过10亿泰铢的云服务,另有40多个机构提议自建数据中心,预算也接近10亿泰铢。
政府机构不愿使用中央云平台(GDCC)的主要原因是数据传输流程的复杂性以及对安全性和保密性的担忧。尽管数字经济和社会部(DE)作为国家首席技术官(CTO),有能力建立最大程度的信任,但情况依然如此。这反映出技术投资的不平衡,大部分预算都分配给了基础设施和租赁,而对数据平台和应用程序的投资却非常低。
卡迪女士强调,政府在不拥有任何资产的情况下租赁云服务存在问题。仅两年时间,云租赁成本就超过10亿泰铢,预计未来将达到500亿泰铢。如果政府只注重租赁而不建立健全的技术基础设施,那么政府将在没有任何数字资产的情况下,承担现代技术带来的巨额经常性支出。
此外,卡迪女士还列举了数字经济与社会部(DE)内部预算重叠的例子,特别是气象局的项目:一项4.92亿泰铢的预算用于升级高分辨率天气预报系统,另一项5800万泰铢的预算用于改进天气预报运行中心(作战室)及其通信和预报系统。她认为这造成了不必要的资金浪费,因为泰国已经拥有来自GISTDA、泰国国家天文研究所(NARIT)以及高等教育、科学、研究与创新部(MHESI)下属机构等成熟的卫星和气象数据。她建议,泰国与其从零开始,不如整合和连接各机构的数据。因此,她提议众议院考虑削减这些预算拨款,以最大限度地提高公共资金的使用效率。