เสนอพระนาม “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์” เป็นบุคคลสำคัญของโลก“Somdej Phra Mahasamanachao Krom Phra Chinnaworawisutthithewarayawong”这一称号被提议为世界重要人物。
ครม. เห็นชอบเสนอพระนาม “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์” ต่อ UNESCO เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระ 100 ปีแห่งการสถาปนาธรรมศึกษา

ครม. เห็นชอบเสนอพระนาม “สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์” ต่อ UNESCO เป็นบุคคลสำคัญของโลก ในวาระ 100 ปีแห่งการสถาปนาธรรมศึกษา
วันที่ 8 กันยายน 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้รัฐบาลรับเป็นเจ้าภาพจัดงานเฉลิมพระเกียรติคุณสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ เนื่องในวาระครบ 100 ปีแห่งการสถาปนาธรรมศึกษา พ.ศ. 2472–2572 และพระกรณียกิจในการส่งเสริมการศึกษา มรดกทางวัฒนธรรม และวัฒนธรรมแห่งสันติภาพ พร้อมเสนอพระนามต่อองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNESCO เพื่อประกาศยกย่องและร่วมเฉลิมฉลองพระเกียรติคุณในฐานะบุคคลสำคัญของโลก
คณะรัฐมนตรียังเห็นชอบให้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการและคณะกรรมการฝ่ายต่าง ๆ เพื่อดำเนินการจัดงานเฉลิมพระเกียรติคุณ พร้อมมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะสำนักเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการเสนอพระนามต่อ UNESCO โดยประสานสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาเถรสมาคม สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดทำเอกสารประกอบ รวมถึงประสานขอรับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิก UNESCO ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
นางสาวลลิดา กล่าวว่า สำนักงานเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติฯ กำหนดให้หน่วยงานที่ประสงค์เสนอชื่อบุคคลสำคัญยื่นใบสมัครและเอกสารประกอบภายในเดือนกันยายน 2569 จากนั้นจะดำเนินการขอรับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิก UNESCO ในเดือนตุลาคม 2569 และจัดส่งใบสมัครพร้อมเอกสารหลักฐานให้ UNESCO พิจารณาในเดือนมกราคม 2570
การเสนอพระนามครั้งนี้สืบเนื่องจากวาระครบ 100 ปีแห่งการสถาปนา “ธรรมศึกษา” เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2472 ซึ่งสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ทรงริเริ่มและสถาปนาขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปทั้งชาย หญิง และเยาวชน สามารถศึกษาพระธรรมวินัยและสอบความรู้ทางพระพุทธศาสนาได้อย่างเป็นระบบ ถือเป็นการปฏิรูปการศึกษาพระพุทธศาสนาครั้งสำคัญของประเทศไทย และเป็นแนวทางที่สอดคล้องกับหลักการของ UNESCO ในด้านการศึกษาสำหรับปวงชน การเรียนรู้ตลอดชีวิต การธำรงรักษามรดกทางวัฒนธรรม และการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งสันติภาพ
มหาเถรสมาคมได้มีมติเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 เห็นชอบโครงการเฉลิมพระเกียรติคุณเนื่องในวาระครบรอบ 100 ปีแห่งการสถาปนาธรรมศึกษา และมอบหมายให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาตินำความกราบทูลสมเด็จพระสังฆราช เพื่อดำเนินการเสนอเรื่องต่อ UNESCO ตามขั้นตอน โดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 เห็นชอบร่างพระประวัติและพระกรณียกิจ เพื่อใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในการจัดทำเอกสารประกอบการเสนอพระนามต่อ UNESCO
สำหรับโครงการเฉลิมพระเกียรติคุณ กำหนดระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม 2572 ถึงวันที่ 23 สิงหาคม 2573 เป็นเวลา 1 ปี โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ มหาเถรสมาคม สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย คณะสงฆ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันดำเนินกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติคุณ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระชินวรวิสุทธิเทวารยวงศ์ ทรงมีพระกรณียกิจสำคัญทั้งด้านการศึกษา การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การปกครองคณะสงฆ์ และการธำรงรักษามรดกทางปัญญาและวัฒนธรรมของชาติ นอกจากการสถาปนาธรรมศึกษาแล้ว ยังทรงเป็นประธานดำเนินการจัดพิมพ์พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ และทรงวางรากฐานการเผยแผ่พระธรรมวินัยอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
พระองค์ยังทรงดำรงตำแหน่งสกลมหาสังฆปริณายก พระองค์ที่ 11 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นระยะเวลา 16 ปี ระหว่าง พ.ศ. 2464–2480 และทรงมีบทบาทสำคัญในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ การวางระเบียบการปกครอง ตลอดจนการสร้างความมั่นคงด้านการศึกษาพระพุทธศาสนา รวมถึงการก่อตั้งมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อสนับสนุนการศึกษาและกิจการคณะสงฆ์อย่างเป็นระบบ
“การเสนอพระนามต่อ UNESCO ครั้งนี้ เป็นการน้อมรำลึกและเผยแพร่พระเกียรติคุณ ตลอดจนพระกรณียกิจที่ทรงวางรากฐานด้านการศึกษา พระพุทธศาสนา และมรดกทางวัฒนธรรมของไทย ซึ่งยังคงส่งผลสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะระบบธรรมศึกษาที่ดำรงมาอย่างต่อเนื่องเกือบหนึ่งศตวรรษ และเป็นหลักฐานสำคัญถึงพระวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาเพื่อประชาชนอย่างทั่วถึง” นางสาวลลิดา กล่าว
值此佛教教育创立100周年之际,内阁批准将“Somdej Phra Mahasamanachao Krom Phra Chinnaworawisutthithewarayawong”的名字提交给联合国教科文组织,作为世界重要人物。
2026年9月8日,总理府副发言人拉莉达·佩里斯维瓦塔纳女士透露,内阁会议批准政府主办庆祝活动,以纪念尊贵的颂德帕玛哈萨玛纳昭克罗姆帕钦纳沃拉维苏提提瓦拉亚翁法师,庆祝佛法教育创立一百周年(1929-2029),并表彰其在促进教育、文化遗产和和平文化方面所作出的贡献。政府还将向联合国教科文组织(UNESCO)提议,将其列入世界杰出人物名录,以表彰其对世界的贡献。
内阁还批准成立指导委员会及多个小组委员会,负责筹办庆祝陛下诞辰的各项活动。此外,作为联合国教科文组织秘书处,教育部被指定为牵头机构,负责向联合国教科文组织提交陛下的名字。教育部将与国家佛教办公室、最高僧伽委员会、最高僧王秘书办公室、摩诃摩伽佛教大学、外交部及其他相关机构协调,准备相关文件,并根据既定准则寻求联合国教科文组织成员国的支持。
拉利达女士表示,国家委员会秘书处规定,希望提名重要人物的组织必须在2026年9月前提交申请和证明文件。此后,寻求教科文组织成员国支持的程序将于2026年10月启动,申请和证明文件将于2027年1月提交教科文组织审议。
此次提名旨在纪念“佛法研习院”成立一百周年(1929年8月24日)。该院由尊贵的颂德帕玛哈萨玛纳昭·克罗姆帕奇纳沃拉维苏提提瓦拉亚翁法师发起并创立,旨在为男女老少提供系统学习佛法教义和参加佛学考试的机会。这标志着泰国佛教教育的重大改革,并与联合国教科文组织关于全民教育、终身学习、保护文化遗产和促进和平文化的原则相契合。
2026年3月10日,最高僧伽委员会批准了纪念佛教教育创立一百周年的项目,并指示国家佛教办公室将此事呈交至尊僧王,由其提交联合国教科文组织。2026年8月3日,尊僧颂德帕阿利耶翁萨卡塔扬颁布皇家法令,批准了其传记草案和功绩清单,作为提交联合国教科文组织文件的参考资料。
该纪念项目计划于2029年8月24日至2030年8月23日期间开展,为期一年。国家佛教办公室、教育部、僧伽最高委员会、法学考试总局、摩诃摩具佛教大学、僧团及其他相关机构将共同开展纪念活动。
首相府副发言人表示,尊贵的颂德帕玛哈萨玛纳昭克罗姆帕奇纳瓦拉维苏提提瓦拉亚翁法师在教育、佛教弘扬、僧伽管理以及国家知识和文化遗产保护等领域做出了卓越贡献。除了创立佛法研究之外,他还主持了暹罗版《三藏经》的印刷工作,为系统、可持续地传播佛教经典奠定了基础。
他于1921年至1937年担任拉达那哥欣年间的第十一任僧王,在僧伽管理、制定行政规章、确保佛教教育稳定等方面发挥了重要作用。这其中包括在皇室赞助下创立摩诃摩库特佛教大学基金会,以系统地支持僧侣教育和活动。
拉莉达女士表示:“此次向联合国教科文组织提名,既是对陛下在奠定教育、佛教和泰国文化遗产基础方面所做贡献和成就的致敬,也是宣传这些贡献和成就的一种方式。这些贡献和成就至今仍影响深远,尤其是近一个世纪以来一直延续至今的佛法教育体系。这也是陛下普及全民教育愿景的重要体现。”